ทรรศนะของอริสโตเติ้ลเรื่องจริยศาสตร์คุณธรร?/div>
 


พระมหาจู่ล้อ?ชูเลื่อน
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาจริยศาสตร์ศึกษ?
© ลิขสิทธิ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล


***

เมื่อกล่าวถึงปรัชญากรีกสมัยโบราณ นักปรัชญากรีกในสมัยนั้นได้พยายามที่จะให้คำตอบต่อคำถามที่ว่?"ชีวิตที่ดีสำหรับมนุษย์คือชีวิตแบบใ? แล?"มนุษย์ควรดำเนินชีวิตอย่างไ? สำหรับคำตอบต่อคำถามเหล่านี?โสคราตีสและเพลโต้มีความเชื่อว่าคุณธรรมคือตัวนำไปสู่การมีชีวิตที่ดีและการประพฤติที่ถูกต้อ?โสคราตีสและเพลโต้เชื่อว่าถ้าบุคคลรู้ว่าชีวิตที่ดีคืออะไร มนุษย์จะไม่ทำในสิ่งที่ผิ?ทรรศนะดังกล่าวนี้เชื่อว่าการกระทำผิดเกิดจากการขาดความรู้ ถ้ามนุษย์สามารถรู้ว่าอะไรคือความถูกต้อ?เขาจะไม่กระทำความผิด (Stroll and Popkink, 1993: 3) ดังนั้นการสอนให้คนรู้จักคิดหรือคิดเป็นจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการนำไปสู่ความเป็นผู้มีคุณธรรม ในสมัยกรีกโบรา?คุณธรรมหลักที่ถือว่าเป็นคุณธรรมพื้นฐาน 4 ประการ คื?ความยุติธรรม (justice) ความรอบคอบ (prudence) ความกล้าหาญอดท?(fortitude) ความรู้จักประมาณ (temperance) คุณธรรมเหล่านี้เป็นตัวนำให้บุคคลมีชีวิตที่ดีและมีการกระทำที่ถูกต้อ?

อริสโตเติ้ลศิษย์ของเพลโต้และเป็นนักปรัชญาคนสำคัญคนหนึ่งในยุครุ่งเรืองของปรัชญากรีก อธิบายเรื่องชีวิตมนุษย์และคุณธรรมไว้ในผลงานสำคัญชื่อ Nicomachean Ethics มีสาระสำคัญมุ่งเน้นที่คุณลักษณะของตัวบุคคล การตัดสินใจเลือกการกระทำมากกว่าที่จะเน้นเรื่องของความรู้หลักคุณธรรมเพียงอย่างเดียว หมายความว่?การที่บุคคลจะเป็นผู้มีคุณธรรมได้ไม่ได้หมายถึงการที่บุคคลนั้นมีความรู้เรื่องของคุณธรร?เช่น ความกล้าหา?ความยุติธรรมแล้วประพฤติปฏิบัติตามหลักการนั้นอย่างมั่นค?สำหรับอริสโตเติ้ลแล้?ถือว่าการที่บุคคลมีความรู้เรื่องความกล้าหา?ความยุติธรรมแล้วสามารถตัดสินใจเลือกปฏิบัติได้โดยใช้เหตุผลเป็นพื้นฐานอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ เวลา และตัวบุคค?บุคคลเช่นนี้ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีคุณธรรม หรืออาจกล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่?อริสโตเติ้ลเน้นลักษณะที่แสดงออกถึงคุณธรรมมากกว่าการมีความรู้เรื่องคุณธรร?เพราะบางคนรู้ว่าคุณธรรมคืออะไรแต่ก็อาจไม่ปฏิบัติตามนั้?ตามทรรศนะของอริสโตเติ้ลผู้มีคุณธรรมจะต้องเป็นผู้ที่มีการกระทำที่แสดงออกถึงลักษณะของคุณธรรม เช่น ความกล้าหา?ความรู้จักประมาณ ความเป็นผู้มีปัญญา ความยุติธรรม อย่างสม่ำเสม?ความคิดดังกล่าวของอริสโตเติ้ลได้ชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นของจริยศาสตร์คุณธรรม (Virtue Ethics) ที่เน้นคุณลักษณะนิสัยทางศีลธรรมที่แสดงออกในการดำเนินชีวิตของบุคค?(Edge and Groves, 1999: 30)

ในหนังสือจริยศาสตร์ดังกล่า?อริสโตเติ้ลได้อธิบายไว้ว่า คุณธรรมมีสองชนิด คื?คุณธรรมทางปัญญ?(intellectual virtue) แล?คุณธรรมทางศีลธรร? (moral virtue) คุณธรรมทางปัญญาเกิดจากการพัฒนาและการอบรมสั่งสอนซึ่งต้องใช้ประสบการณ์และเวล?ส่วนคุณธรรมทางศีลธรรมเป็นผลจากการประพฤติปฏิบัต?(ซึ่งมาจากคำในภาษากรีกว่า "etos" ที่แปลว่านิสัย) ด้วยเหตุนี?จึงเป็นที่ปรากฏชัดว่?ไม่มีคุณธรรมทางลักษณะนิสัยอันใดที่จะเกิดแก่มนุษย์โดยธรรมชาติ หมายความว่ามนุษย์ไม่ได้เกิดมามีคุณธรรมโดยกำเนิดและไม่มีสิ่งที่เกิดในธรรมชาติอันใดจะก่อให้เกิดลักษณะที่ตรงกันข้ามกับธรรมชาติของสิ่งนั้นได?ยกตัวอย่างเช่น ก้อนหินที่โยนขึ้นไปในอากาศย่อมตกลงมา ไม่สามารถที่จะทำให้มันลอยขึ้นไปเองได?ไม่ว่าจะใช้ความพยายามมากเท่าใด ดังนั้?คุณธรรมจะเกิดขึ้นในตัวมนุษย์ได้ก็ไม่ใช่โดยธรรมชาติ แต่ธรรมชาติบางประการในตัวมนุษย์อันได้แก่ปรีชาญาณทำมนุษย์ให้มีความสามารถที่จะมีคุณธรรมนั้นได้ และคุณธรรมทางศีลธรรมเกิดได้ด้วยการประพฤติหรือฝึกปฏิบัติจนเป็นนิสัย เช่นเดียวกับทักษะในการทำสิ่งต่าง ?กล่าวคือเราเรียนรู้โดยการกระทำ เช่น เราเป็นนายช่างก็โดยการลงมือฝึกปฏิบัต?เป็นนักเล่นพิณก็โดยการลงมือเล่นพิณ เป็นต้?เช่นเดียวกับการที่เราจะเป็นคนมีความยุติธรรมก็โดยการกระทำอย่างยุติธรร?เป็นผู้กล้าหาญก็โดยการกระทำอย่างกล้าหา?(Aristotle, 2000: 23)

จากความคิดเรื่องคุณธรรมตามที่กล่าวมา อริสโตเติ้ลได้อธิบายเกี่ยวกับคุณธรรมทางศีลธรรมต่อไปว่า คุณธรรมทางศีลธรรมเป็นสภาวะของลักษณะนิสัยที่เกี่ยวข้องกับการเลือก ประสบการณ์จะเป็นตัวแสดงให้เห็นว่?สภาวะลักษณะนิสัยที่ได้ทำให้บุคคลมีความสามารถทำหน้าที่ของแต่ละคนได้อย่างถูกต้องนั้น ต้องขึ้นอยู่กับรู้จักความพอดีระหว่างความมากเกินไปและน้อยเกินไป บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีคุณธรรมทางศีลธรรมมักจะเลือกแสดงออกที่มีความสอดคล้องกั?"วิถีกึ่งกลาง" (golden mean) อริสโตเติ้ลอธิบายว่า วิถีกึ่งกลางไม่ได้เหมือนกันในทุก ?คน (Albert, et al., 1984: 40) โดยอริสโตเติ้ล ได้กล่าวถึ?"วิถีกึ่งกลาง" ไว้ว่า สิ่งนี้ไม่ได้มีมาตรฐานวัดอย่างตายตัวเป็นอย่างเดียวกันสำหรับทุกคน วิถีกึ่งกลางเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องอยู่กับแต่ละบุคคลเองว่าในสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์นั้น ?เขาควรแสดงออกหรือกระทำอย่างไรจึงจะเป็นความพอดีสำหรับตนเอ?เช่น อาหารสิบปอนด์อาจมากเกินไปกับการจะกินสำหรับคนบางคนในขณะเดียวกันสองปอนด์ก็ดูจะน้อยเกินไป กรณีเช่นนี้เขาต้องเลือกความพอดีสำหรับตัวเอ?ความพอดีสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งจะเกิดขึ้นได้ บุคคลนั้นต้องใช้เหตุผลหรือปัญญาของตนพิจารณาเลือกด้วยตนเอ?

ประเด็นนี้อริสโตเติ้ลได้กล่าวไปถึงคุณธรรมทางลักษณะนิสั?เพราะคุณธรรมทางลักษณะนิสัยเกี่ยวข้องอยู่กับความรู้สึกและการกระทำและสามารถที่จะพบได้จากความมากเกินไ?(exess) น้อยเกินไป (defect) และความพอด?(mean)หรือวิถีกึ่งกลาง ตัวอย่างเช่น ความกลัว (fear) ความมั่นใจ(confidence) ความโกรธ (anger) ความสงสา?(pity) และอารมณ์ทั่??ไปเหล่านี้มีมากหรือน้อยได้ แต่ไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ด?แต่ถ้ามีสิ่งเหล่านี้ อย่างเหมาะสมกับเวล?สภาพการณ?บุคค?และจบลงอย่างถูกต้องในวิถีทางที่ถูกต้องจึงถือได้ว่าเป็นวิถีกึ่งกลางและดีที่สุ?และสิ่งนี้ก็คือลักษณะของคุณธรร?ในทำนองเดียวกันความมากเกินไป น้อยเกินไปและความพอดีก็มีอยู่ในการกระท?คุณธรรมเกี่ยวเนื่องอยู่กับความรู้สึกและการกระท?ถ้ามากหรือน้อยเกินไปก็จัดได้ว่าผิดเป้าหมาย ในขณะที่ถ้าอยู่ในความพอดีก็จัดได้ว่าถูกต้อ?ดังนั้นคุณธรรมก็คือวิถีกึ่งกลา? (Aristotle, 2000: 30)

อริสโตเติ้ลได้อธิบายต่อไปว่าบุคคลอาจจะผิดพลาดต่อการมุ่งไปสู่เป้าหมายในหลาย?วิธี แต่เขาสามารถกระทำถูกต้องต่อสิ่งเหล่านั้นเพียงวิธีเดียว และความมีเหตุผลก็อยู่ในฐานะเป็นสิ่งที่ดี ความมากและน้อยเกินไปเป็นลักษณะของความไม่ดี ขณะที่ความพอดีเป็นลักษณะของคุณธรรม
ดังนั้?คุณธรรมจึงเป็นสภาวะที่เกี่ยวเนื่องอยู่กับการเลือ?ซึ่งเกี่ยวเนื่องอยู่ในความพอดีที่สัมพันธ์อยู่กับตัวบุคคลและถูกกำหนดด้วยความมีเหตุผ?ซึ่งหมายถึงบุคคลผู้มีปัญญาหรือเหตุผลทางการปฏิบัติจะกำหนดได้ซึ่งเป็นความพอดีระหว่างความสุดโต่งทั้งสองกล่าวคือความมากและน้อยเกินไป ดังนั้นคุณธรรมจึงเป็นความพอดีที่อยู่ในความรู้สึกและการกระท?(2000: 30)

อริสโตเติ้ลกล่าวต่อไปอีกว่?แต่หาใช่ว่าการกระทำหรือความรู้สึกทุกอย่างจะเป็นความพอด?บางอย่างได้ชื่อว่าเป็นลักษณะเลวทางศีลธรร?เช่น ความเคียดแค้?(spite) ความไร้ยางอา?(shamelessness) ความอิจฉาริษยา (envy) เป็นต้?ในกรณีที่บุคคลอยู่ในอารมณ์เช่นนี้เขาไม่สามารถที่จะพบกับความพอดีได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เลวในตัวเองอยู่แล้?2000: 31)

ในบรรดาลักษณะนิสัยที่มาก น้อยและพอดีทั้งสามนี?อริสโตเติ้ลกล่าวว่?สองอย่างแรกคือความมากเกินไปและความน้อยเกินไปเป็นความไม่ด?แต่อย่างที่สามคือความพอดีนั้นจัดว่าเป็นคุณธรรม แต่ละอย่างนั้นได้อยู่ในลักษณะที่คอยขัดแย้งกันและกั?ความสุดโต่งก็ขัดแย้งกับวิถีกึ่งกลา?ส่วนวิถีกึ่งกลางก็ขัดแย้งกับความสุดโต่งเช่นกัน ดังนั้นสภาวะอันเป็นวิถีกึ่งกลางก็คือสภาวะที่มากเกินไปสัมพันธ์กับสภาวะที่น้อยเกินไป สิ่งนี้อยู่ทั้งในความรู้สึกและการกระทำ (2000: 34)

ด้วยเหตุนั้นอริสโตเติ้ลจึงอธิบายว่าคุณธรรมทางลักษณะนิสัยก็คือการกระทำที่เป็นความพอดีหรืออยู่ในวิถีกึ่งกลาง และอยู่ในความรู้สึกระหว่างความสุดโต่งหรือความไม่ดีทั้งสองคือความมากเกินไปและความน้อยเกินไป อย่างไรก็ตามอริสโตเติ้ลก็ได้กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบุคคล เรื่องราวเหตุการณ์ เวลาหรือสถานที่อย่างถูกต้อ?โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีเฉพาะ เพราะเหตุที่มันไม่ง่ายที่จะกำหนดว่าบุคคลควรโกรธอย่างไร กับใคร ด้วยเหตุผลเช่นไร ยาวนานแค่ไหน ซึ่งในบางครั้งเราก็ได้สรรเสริญบุคคลที่กำลังโกรธเป็นไฟว่าเขาได้แสดงออกอย่างเหมาะส?ตรงกันข้าม ในบางครั้งเราก็ได้ตำหนิคนที่แสดงอาการโกรธน้อยเกินไปด้วยเช่นกันเพราะได้ชื่อว่าไม่แสดงอารมณ์ที่อยู่ในระดับของความถูกต้องเหมาะส?จากสิ่งที่ได้กล่าวมานี้ปรากฏให้เห็นว่าสภาวะกึ่งกลางสามารถค้นพบได้ในทุกกรณี แต่บางครั้งเราก็ต้องเอนเอียงไปหาความมากเกินไปหรือน้อยเกินไปบ้า?เพราะในวิถีทางเช่นนี้เราจะต้องหาความพอดีซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีให้มากที่สุด (2000: 35-36)

ข้ออธิบายข้างต้นทำให้เราพบว่?จริยศาสตร์คุณธรรมของอริสโตเติ้ลไม่ได้เป็นลักษณะคุณธรรมที่ตายตัวเหมือนดังที่นักปรัชญากรีกทั่วไปได้เสนอไว้ แต่เป็นสภาวะที่เกี่ยวเนื่องอยู่กับการเลือกอย่างมีเหตุผลซึ่งเหมาะสมกับการกระทำเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่มีความขัดแย้?กล่าวคือ มันเป็นการกระทำที่เหมาะสมกับบุคค?เวลา สถานที?กล่าวได้ว่?คุณธรรมก็คือสภาวะที่สัมพันธ์กับการกระทำที่ถูกต้องนั่นเอง (Albert, et al., 1984: 43) และการกระทำเช่นนั้นก็อยู่บนพื้นฐานของเหตุผ?หรือปัญญาของแต่ละบุคคลที่จะรู้ว่าเขาควรเลือกที่จะแสดงออกต่อสถานการณ์ที่ขัดแย้งอย่างไ?ดังนั้?บุคคลที่มีการเลือกอย่างมีเหตุผลจึงเรียกว่าผู้มีคุณธรรมทางศีลธรรมในทรรศนะของอริสโตเติ้ล

ด้วยเหตุที่อริสโตเติ้ลเชื่อว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่มีเหตุผล (rational animal) ในการดำเนินชีวิต มนุษย์ย่อมใช้เหตุผลหรือปัญญาช่วยในการตัดสินใจเลือกปฏิบัติให้เกิดภาวะที่เรียกว่าคุณธรรมได?เพราะความเข้าใจด้วยเหตุผลจึงทำให้เข้าถึงความพอดีระหว่างความเกินกับความขาดแล้วปฏิบัติอยู่ในความพอดีนั้นให้เกิดความต่อเนื่อง โดยปราศจากการฝืนความรู้สึกจนเป็นลักษณะนิสัยที่เรียกว่าลักษณะทางคุณธรรม อีกทั้งการปฏิบัติเช่นนั้นเป็นการปฏิบัติที่สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์คือการใช้ปัญญาควบคุมวิญญาณที่ไร้เหตุผล จึงได้ชื่อว่าเป็?การทำหน้าที่ของมนุษย์อันมีความหมายต่อไปคือสิ่งนั้นเป็นความดีหรือความสุขสำหรับมนุษย?อาจสรุปได้ว่?วิถีอันนำมนุษย์ไปสู่จุดมุ่งหมายคือความดีนั้นได้แก่ คุณธรรมอันเกิดจากการทำหน้าที่คือ การใช้เหตุผลอันเป็นแก่นแท้ของมนุษย์เป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อ?และเป็นความดีที่สมบูรณ์ในตัวเองหรือเป็นจุดมุ่งหมายของการกระท? ดังนั้?จุดมุ่งหมายกับความดีจึงเป็นสิ่งเดียวกั?

กล่าวโดยสรุป ทรรศนะของอริสโตเติ้ลเรื่องจริยศาสตร์คุณธรรมมีสาระสำคัญคื?ปร?การแรก อริสโตเติ้ลเชื่อว่?ธรรมชาติของมนุษย์ที่แท้จริ?คื?เหตุผลและปัญญา (wisdom) ประการที่สอง ด้วยลักษณะของธรรมชาติดังกล่าวมนุษย์จึงแสวงหาความรู?(desire to know) ประการที่สาม ความรู้ที่เกิดจากปัญญาและเหตุผลนำมนุษย์ไปสู่ความเข้าใจในจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการกระทำ รู้จักแยกแยะการกระทำที่ดีและรู้จักคุณค่าทางศีลธรรมคื?ดี ถู?ผิ?ฯล?คนดีคือคนที่ทำในสิ่งต่าง ?ด้วยปัญญาและเหตุผล ประการที่สี่ สิ่งทีดีเป็นสิ่งที่รู้ได้ด้วยเหตุผ?ด้วยเหตุนี้เมื่ออริสโตเติ้ลกล่าวถึงคุณธรรมจึงหมายถึงสภาวะของการรู้จักตัดสินใจเลือกระหว่างสิ่งที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไ?ไม่ได้หมายถึงตัวคุณธรรมเช่นความกล้าหาญ ความยุติธรรม ดังเช่นที่นักปรัชญากรีกในสมัยเดียวกันเชื่อและอธิบายไว้ ผู้มีคุณธรรมจึงหมายถึงผู้ที่สามารถใช้ปัญญาและเหตุผลตัดสินใจเลือกการกระทำที่ตนเผชิญได้อย่างเหมาะส?มากกว่าจะหมายถึงผู้ที่ยึดหลักคุณธรรมตายตัว คุณธรรมทางศีลธรรมตามทรรศนะของอริสโตเติ้ลจึงเป็?ลักษณะนิสัยของบุคคลที่แสดงออกได้อย่างเหมาะสมถูกต้อ?โดยมีเหตุผลมีปัญญาเป็นพื้นฐา?และอาจกล่าวได้ว่าเป็นแนวความคิดทางจริยศาสตร์ที่สัมพัทธ์กับแต่ละสถานการณ์ที่ปัญญามีอำนาจตัดสินใจเลือก (power of determining) อย่างเหมาะสม (Jordan, 1987: 158)

***

ที่ม?: พระมหาจู่ล้อ?ชูเลื่อน. (๒๕๔๖). ความกล้าหาญทางจริยธรรมในการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ในทศชาติชาด?/strong>. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาจริยศาสตร์ศึกษ?บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 3:57 PM