จริยธรรมตามแนวคิดตะวันออกและตะวันต?/div>
 


รองศาสตราจารย์สิวล?ศิริไล


***

คำว่?quot;จริยธรรม" เป็นศัพท์บัญญัติโดยราชบัณฑิตยสถา?คำนี้ไม่มีรากศัพท์ภาษาอังกฤษ ซึ่งแตกต่างจากคำอื่น ?เช่น คำว่?quot;ศีลธรร?quot; หรือในภาษาอังกฤษว่?morality นั้นมาจากภาษาละติน หมายถึ?หลักความประพฤติที่ดีงา?ส่วนคำว่?"จริยศาสตร์" (Ethics) นั้นมีรากศัพท์มาจากภาษากรีกว่า Ethos ซึ่งปัจจุบันนี้ทางราชบัณฑิตยสถานบัญญัติให้ใช้ว่าเป็นชื่อวิชาหนึ่งที่เป็นสาขาหนึ่งของวิชาปรัชญา ส่วนคำว่?"มโนธรร?quot; นั้นมาจากภาษาละตินว่?"CUM+SCIR" หมายถึงความสำนึกสองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกั?(Guilty and Shame) ซึ่งนักปรัชญาตะวันตกและตะวันออกต่างเชื่อตรงกันว่ามีอยู่ในใจของมนุษย์ ดังนั้นคำว่า "จริยธรรม" เข้าใจว่านั้นเป็นการบัญญัติจากศัพท์ภาษาไทยแท?ทางราชบัณฑิตยสถานบัญญัติขึ้นมาจากคำสองคำ คื?คำว่?"จริย" ซึ่งแปลว่า " ความประพฤต?quot; กับคำว่า "ธรรม" ซึ่งแปลว่า "หลักความจริง" เมื่อแปลออกมาแล้?ราชบัณฑิตของไทยให้ความหมาย " หลักแห่งความประพฤติที่ดีงามเพื่อประโยชน์สูงสุดแห่งตนเองและสังค?" ซึ่งเป็นความหมายแรกของจริยธรรมที่สังคมไทยใช้

ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า ขอบเขตของคำว่าจริยธรรมนี้กว้างมา?ถ้าเราพูดถึงจริยธรรมในความหมายของศาสนา แน่นอนที่สุดว่าจริยธรรมในความหมายนี้จะต้องมาจากหลักศีลธรรมในแต่ละศาสนา เช่น พระพุทธศาสนามีศี??เป็นหลักจริยธรรมสำหรับชาวบ้า?เพราะฉะนั้นจริยธรรมในความหมายของเช่น พระพุทธศาสนาก็คือพึงมีเมตตาพึงซื่อสัตย?พึงสำรวมความประพฤต?เป็นต้?ถ้าเป็นจริยธรรมที่มาจากกฎหมายก็จะมีมาตรากฎหมายเป็นฐานว่าเวลาที่เราพูดถึงจริยธรรมในแง่กฎหมา?ก็จะระบุว่าพึงเคารพกฎหมา?พึงใช้สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้?เป็นต้?ถ้าเป็นจริยธรรมในความหมายของขนบธรรมเนียมประเพณ?วัฒนธรรม หรือค่านิยมจะมาจากวัฒนธรรมไท?เช่น พึงเคารพผู้อาวุโ?พึงกตัญญ?พึงสุภาพอ่อนโย?ถ่อมตน เหล่านี้เป็นจริยธรรมในความหมายที่มาจากขนบธรรมเนียมประเพณ?วัฒนธรรม ถ้าเป็นจริยธรรมที่มาจากปรัชญาวิชาชีพ ซึ่งภาษาไทยใช้คำว่?จรรยาบรร?ภาษาอังกฤษ คื?"Code of Ethics" เมื่อเราพูดถึงจริยธรรมในวิชาชี?ในสงไทยเราใช้คำว่า " จรรยาบรร?quot; ทันท?เพราะว่าอะไร ? เพราะขึ้นอยู่กับปรัชญาของแต่ละวิชาชี?เช่นการแพทย์บอกว่าปรัชญาของวิชาชีพที่สำคัญที่สุดก็คื?การป้องกันส่งเสริมสุขภาพของมนุษย?ดังนั้นจริยธรรมข้อหนึ่งซึ่งเป็นสาก?(Universal) สำหรับผู้ที่เป็นแพทย?เป็นพยาบาล ก็คือพึงให้บริการโดยเคารพศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของมนุษย์ (Human Dignity) นี้เป็นความหมายของจริยธรรมซึ่งมาจากศัพท์บัญญัต?

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นความหมายของจริยธรรมที่เป็นศัพท์บัญญัต?ยังมีจริยธรรมอีกความหมายหนึ่งซึ่งเรากำลังพูดกันมากอยู่ในปัจจุบันนี?แล้วก็โยงเข้ากับหัวข้อการสัมมนานี้ คื?คำว่?"จริยธรรม" หมายถึ?หลักความประพฤติที่มนุษย์ควรประพฤติ (Ethical Rule) จะมีคำที่สำคัญอยู่ 2 คำ คือคำว่า "มนุษย์" กับคำว่า "คว?quot; เพราะว่าคำทั้งสองนี้บอกถึงความสำคัญของคำว่าจริยธรรมในความหมายนี้ว่?ลักษณะพิเศษประการหนึ่งของมนุษย์คือความเป็นผู้มีสำนึกทางจริยธรร?ซึ่งประเด็นนี้ตรงกันทั้งทางตะวันออกและตะวันตกว่า ถ้าคนเราเป็นมนุษย์ เวลาเราพูดถึงเรื่องทำแท้?ในที่สุดก็จะถามว่า เรายังตระหนักถึงความเป็นสัตว์ประเสริฐหรือผู้มีสำนึกทางมโนธรรมอยู่หรือไม่

ส่วนคำว่?"คว?quot; นี้หมายถึงการที่คนเรารู้จักไตร่ตรอ?เราพินิจพิจารณ?ศีลธรรมบอกว่?จงอย่าพูดป?แต่จริยธรร?หมายถึงว่า ในสถานการณ์หนึ่ง เราจะพูดจริงหรือเราจะพูดเท็จหรือพูดเลี่ย?นี้คือจริยธรรมในความหมายนี?เพราะฉะนั้นจริยธรรมในความหมายนี้จะแยกจากศีลธรร?ศีลธรรมนั้นเป็นหลักความประพฤติที่มาจากศาสน?เช่น ในศาสนาพุท?ห้ามพูดป?ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เพราะฉะนั้นจริยธรรมในความหมายนี้ไม่ตัดสินความเป็นคนดีหรือคนไม่ดี แต่จะตัดสินว่าเหตุการณ์หนึ่งเป็นเรื่องควรทำหรือไม่ควรท?เพราะอะไ?เช่นในด้านการแพทย์ การทดลองในเด็ก การที่ไปขอบริจาคอวัยวะ เป็นสิ่งควรทำหรือไม่ควรท?เพราะอะไ?การบอกว่าควรทำก็ไม่ได้หมายความว่?การกระทำนี้ถูกศีลธรรมในศาสนา หรือมิควรทำก็ไม่ได้หมายความว่า คนนี้ผิดศีลธรร?ความหมายนี้สำคัญมากสำหรับการที่เราจะพูดกันในสาขาของแพทย์ รวมทั้งในการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันด้ว?

???คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้ให้คำจำกัดความคำว่า "จริยธรรม" ในความหมายนี้ค่อนข้างจะชัดเจ?ท่านบอกว่า " จริยธรรมเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งควรประพฤติในกรณีใ?สถานการณ์ใดในโอกาสหรือเวลาใด เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเท?ส่งเสริมให้บุคคลเป็นสมาชิกของสังคมที่กำลังพัฒน?ไม่ขัดต่อการพัฒน?และส่งเสริมให้การพัฒนาเป็นไปด้วยดี" เป็นความที่ชัดเจนมากและครอบคลุมความหมายของคำสำคั?2 คำที่กล่าวมาข้างต้?ดังนั้นคำว่า "จริยธรรม" ในความหมายนี้จะมีลักษณะที่ภาษาปรัชญาใช้คำว่า "Relative" แปลว่า มีลักษณะสัมพัทธ์ไม่ตายตั?ยกตัวอย่าง เช่น ในทางการแพทย์นั้?การไม่ช่วยชีวิตค?เราถือว่าขาดเมตต?ผิดจรรยาบรรณ แต่คนไข้ซึ่งกำลังทุกข์ทรมานเหลือเกิน แล้วอยู่ในขั้นตอนที่สิ้นหวังแล้วอย่างสิ้นเชิ?บางทีการให้คนไข้จากไปโดยสง?คือหยุดการรักษาที่ไม่จำเป็?(Stop Treatment) ก็เป็นสิ่งที่สมควรกระท?มากกว่าที่จะพยายามใช้เทคโนโลยีช่วยชีวิ?ทั้ง ?ที่คนไข้นั้นเป็นกรณีที่หมดหวังแล้วอย่างสิ้นเชิ?ตามความรู้สึกทางการแพทย์

ลูกศิษย์คนหนึ่งของผู้เขียนเคยเล่าให้ฟังว่า เขาผิดหรือเปล่าที่พยายามเจาะคอคนไข?พยายามทุกอย่างให้ญาติคนไข้เห็นว่าได้ช่วยชีวิตคนไข้แล้วอย่างเต็มที่ ถ้าคนไข้นั้นยังพอมีหวั?ผู้เขียนเชื่อว่า ก็เป็นสิ่งที่ควรกระท?วิญญูชนไม่ติเตีย?ถ้าหากเห็นว่าเป็นคนไข้ที่หมดหวังแล้วอย่างสิ้นเชิงแน่ ?ความตายได้มาแล้วอย่างในมรณาวิถีแล้?การทำเช่นนั้นก็เป็นคำถาม คือแพทย์ผู้นั้นถามคนไข้ว่า "คุณควรจะเก็บคุณแม่ของคุณที่รักเอาไว้ในหัวใ?หรือว่าเก็บไว้ใน ไอ.ซี.ยู." เพราะฉะนั้นประเด็นนี้จึงเป็นจริยธรรมในความนี้ซึ่????คึกฤทธิ์ ปราโมช ค่อนข้างจะให้ความหมายได้ชัดเจนที่สุด และเป็นประโยชน์มาก เผอิญท่านได้บรรยายให้นักเศรษฐศาสตร์ฟังเพราะฉะนั้นความหมายของท่านก็มุ่งไปในเรื่องของการพัฒนาประเท?

ทีนี้เราจะดูความหมายของจริยธรรมในความนี้ได้อย่างไร เราจะดูการแสดงออกของจริยธรรมในความหมายดังกล่าว เมื่อบุคคลนั้นเผชิญกับ Dilemma คำว่?"Dilemma" เป็นคำภาษากรีก แปลว่า สถานการณ?2 อย่า?ที่จะต้องตัดสินใ?โดยไม่จำเป็นที่ว่าจะต้องเป็นสถานการณ์ที่ดีข้างหนึ่?ไม่ดีข้างหนึ่ง เป็นสถานการณ?ที่ดีทั้งสองอย่างก็ได้ หรือจะดีข้างหนึ่?ไม่ดีข้างหนึ่งก็ได?เช่น ยกตัวอย่างกรณีที่บอกว่?ควรไปขออวัยวะจากผู้ป่วยที่กำลังจะตาย คือขอจากญาติเขาไหม เพราะว่าเป็นการบอกทางให้เขาทำกุศ?หรือขอให้เขาอุทิศด้วยความสมัครใจของเขาเอ?เพียงแต่เราบอกว่ามีคนต้องการ เพราะอะไ?เพราะการเข้าไปขอบางทีเป็นการสร้างทุกข์ซ้อนทุกข?ญาติผู้ป่วยอาจจะไม่กล้าให้ ในขณะเดียวกันเขาจะตำหนิตัวเองว่าใจดำ

ดังนั้?ความหมายของจริยธรรมที่เราใช้ในทางจริยศาสตร์ชีวภา?(Bioethics) จะเป็นจริยธรรมในความหมายนี?แล้วเมื่อเราจะดูว่?ใครจะแสดงออกทางจริยธรรมหรือไม่นั้นเราต้องดูเมื่อมีสถานการณ?2 อย่า?(Dilemma) มาท้าทาย หลักศีลธรรมทางพุทธศาสนาบอกว่?จะดูว่าใครมีศีลธรรมหรือไม่ ต้องอยู่ด้วยกันดูเวลาที่มีปัญห?เวลาตัดสินใจแล้วจึงจะพูดไดว่ามีศีลธรรมหรือไม?ไม่ใช่ดูว่าไปสำนักไห?ถือศีลหรือไม?ประเด็นนี้ค่อนข้างจะสอดคล้องกับความหมายนี้

สำหรับปรัชญาตะวันออกนั้น เรามีปรัชญาจีนกับปรัชญาอินเดียเป็นแม่แบบของจริยธรร?และทั้งสองระบบนี้ต่างกันด้วย ปรัชญาจีนนั้นเน้นที่การปฏิบัติ จะมีลักษณะเป็น Ethical Philosophy จะเน้นที่ความคิด (Wisdom) การมีมโนธรรม และการปฏิบัต?เพราะฉะนั้นปรัชญาจีนจะเป็นปรัชญาชองการ ปฏิบัติจริ??ในสังค?ในชีวิตประจำวันไม่ได้พูดถึงชีวิตหลังความตา?แต่ปรัชญาอินเดียไม่แยกจากศาสนา ปรัชญาอินเดียทุกระบบจะรวมอยู่กับศาสน?เพราะฉะนั้นนอกจากจะเน้นที่ปรัชญา เน้นที่มโนธรรมแล้ว ยังมีเรื่องศรัทธ?(Faith) กับความเชื่อ (Believe) ด้วย ซึ่งทำให้มีข้อผูกมัด (Commitment) กับหลักศีลธรรมหรือหลักจริยธรรมนั้น แล้วจึงออกมาเป็นการปฏิบัติได?พุทธศาสนาเป็นปรัชญาอินเดีย เพราะฉะนั้นจริยธรรมในพุทธศาสนาจึงมีลักษณะของปรัชญาอินเดี?มีศรัทธา ความเชื่?และการปฏิบัต?เข้ามาด้วย

ส่วนปรัชญาจีนนั้?เป็นเรื่องของการใคร่ครวญ การมีมโนธรรม แยกออกว่?อะไรถู?อะไรผิ?และนำไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งเป็นปรัชญาของขงจื๊?ขงจื๊อกล่าวว่า "ความมีจริยธรรมอยู่ภายในใจของมนุษย์" แล้วถ้าใจเป็นรากแก้ว พฤติกรรมที่แสดงออกให้คนเห็นคือคุณธรร?สำหรับใจของจีนนั้นจีนเน้นว่าเป็นใจที่คิดด้วยเหตุผล ด้วยการไตร่ตรอ?เช่น คนที่มีความรู้สึกสงสารคนในใจบุคลิกภา?หรือการปฏิบัติตนที่แสดงออกมาคื?เป็นคนที่ยุติธรร?เป็นคนที่มีมนุษยธรรม เพราะฉะนั้นคนที่มีความละอา?มีหิริโอตัปปะอยู่ในใจจะเป็นคนที่มีความเที่ยงธรรม ไม่ทำสิ่งใดผิดหลักการเป็นอันขา?ความรู้สึกอ่อนโยนในใจจะแสดงออกมาด้านบุคลิกภาพคือคนที่มีมารยาทงาม ความรู้สึกถูกผิด จะทำให้เป็นคนที่มีปัญญ?เพราฉะนั้นจีนจะบอกว่าคนที่มีปัญญาไม่ได้หมายถึงคนมีการศึกษาดี (Well-Educated) เสมอไป แต่เป็นคนที่ใช้สติปัญญาใคร่ครว?แล้วจากจิตใจก็ออกมาทางพฤติกรรมเป็นการปฏิบัติ ที่สอดคล้องแบบเพื่อน นี่คือทรรศนะทางด้านตะวันออ?

ส่วนทรรศนะทางด้านตะวันตกนั้น เวลาพูดถึงจริยธรรมจะแยกปรัชญาออกจากศาสนา นี่คือจุดสำคัญ เพราะฉะนั้นเวลาฝรั่งพูดถึงจริยธรรมหรือศีลธรรมจะพูดถึงการไตร่ตรอง (Philosophizing) การคิดด้วยปรัชญาเป็นการคิดอย่างเป็นระบ?แยกออกจาศาสน?และสิ่งที่เป็นลักษณะสำคัญของตะวันตกคือเรื่องการคิดอย่างเป็นระบ?คิดอย่างมีทฤษฎีรองรั?และในที่สุดก็จะเน้นที่ Value Clarification ซึ่งโคลเบอร์กนำไปอธิบายเรื่อ?การใช้เหตุผลเชิงจริยธรรม (Moral Reason) หรือทฤษฎีพัฒนาการของการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมของบุคคลซึ่งอธิบายอย่างเป็นขั้นตอน

***

ที่ม?: วริย?ชินวรรโณ, บรรณาธิการ. (2536). นานาทรรศนะเกี่ยวกับจริยธรร?/strong>. ภาควิชามนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาตร?มหาวิทยาลัยมหิดล. .

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 3:59 PM