คุณค่าของชีวิตและการแสวงหาความสุขตามทัศนะจริยศาสตร?
 


พระสุริยัญ ชูช่วย
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจริศาสตร์ศึกษา
© ลิขสิทธิ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล


***

ความหมายของจริยศาสตร?

คำว่?"จริยศาสตร์" มาจากภาษาอังกฤษว่า "ethics" ความหมายทั่วไป แบ่งได้เป็??ประการ คื?

(? "จริยศาสตร์" หมายถึ?แนวทางการดำเนินชีวิต หรือเป็นวิถีทางของการดำเนินชีวิตของมนุษย?ตามแนวความหมายนี?มักจะอ้างถึงศาสนาต่า??เช่น ศาสนาพุท?ศาสนาคริสต?และศาสนาอิสลาม ฯล?ซึ่งแต่ละศาสนาจะมีข้อกำหนดว่?"อะไรคือจุดมุ่งหมายสูงสุด หรือจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตมนุษย? แนวทางการประพฤติปฏิบัติเพื่อไปให้ถึงจุดมุ่งหมายของชีวิตในภาษาไทยเรีย?"จริยศาสตร์" ในความหมายนี้ว่า "จริยธรรม"

(? "จริยศาสตร์" หมายถึ?ประมวลเกณฑ์ความประพฤติเฉพาะกลุ่มอาชีพหรือบุคคลในสถาบันต่าง ?เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้?ดำรงไว้ซึ่งเกียรติคุณในอาชีพและให้เป็นที่ยอมรับไว้วางใจจากสังค?ในภาษาไทยเรียก "จริยศาสตร์" ในความหมายนี้ว่า "จรรยาบรร? (Code of Ethics) เช่น จรรยาบรรณของแพทย?พยาบาล คร?ตำรว?และนักกฎหมาย เป็นต้?

(? "จริยศาสตร์" ในฐานะที่เป็นสาขาหนึ่งของวิชาปรัชญ?จัดอยู่ในสาขาย่อยที่เรียกว่า อรรฆวิทย?(Axiology) ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับคุณค่า (Value) ประเภทของคุณค่?สภาวะการมีอยู่ขอ?คุณค่าและเกณฑ์ที่เกี่ยวกับคุณค่า จริยศาสตร์เป็นแขนงที่เน้นการศึกษาเกี่ยวกับคุณค่าของการกระทำของมนุษย์ว่?ดี ชั่ว ถู?ผิ?คว?ไม่ควร และแสวงหาคำตอบเกี่ยวกับสิ่งที่ดีที่สุดของชีวิตมนุษย์ (Mary Hesse, ๑๙๗๖: ๘๑-๘๒)

"จริยศาสตร์" ในความหมายที่สามคือจุดสนใจของบทนี้ ประเด็นสำคัญที่จริยศาสตร์ศึกษาประกอบด้วย ?ประเด็?คื?
(? อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์ ที่มนุษย์แสวงห?
(? อะไรคือเกณฑ์ตัดสินการกระทำของมนุษย์ว่าสิ่งนี้ถูกหรือผิ?
(? ปัญหาเกี่ยวกับนิยามของคำทางจริยะ เรียกจริยศาสตร์สาขาที่ศึกษาปัญหานี้ว่า อภิจริยศาสตร?(Metaethics)

ประเด็นทางจริยศาสตร์ที่จะศึกษาในบทนี้เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับการแสวงหาความสุขและคุณค่าของชีวิตคือประเด็นแร?อันเป็นประเด็นเกี่ยวกับสิ่งดีที่ควรเป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิตมนุษย์ หรืออีกนัยหนึ่?สิ่งที่มีคุณค่าควรแก่การแสวงหา ทั้งนี้การให้คุณค่าแก่สิ่งต่าง ?แบ่งออกเป็??ประเภท ดังต่อไปนี?

(? คุณค่าภายใ?(Intrinsic Value) สิ่งที่มีคุณค่าภายใน หมายถึ?สิ่งที่มีฐานะเป็นเป้าหมายในตัวเอ?ไม่ได้เป็นที่ต้องการเพราะว่าสิ่งนั้นจะช่วยนำไปสู่สิ่งอื่นได้

(? คุณค่าภายนอก (Extrinsic Value) สิ่งต่าง ?ที่มีคุณค่าประเภทนี้เป็นเพราะว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นวิถีที่นำไปสู่สิ่งอื่??ไม่ได้ เป็นเพราะว่าสิ่งเหล่านี้มีค่าในตัวเอ?เช่น เงินไม่มีค่าในตัวเอง หากไม่สามารถใช้เงินซื้อของได?เงินก็เป็นแค่เศษกระดาษ จะเห็นได้ว่าสิ่งที่มีคุณค่าภายนอกขึ้นกับสิ่งที่มีคุณค่าภายใน (วิทย?วิศทเวทย? ๒๕๓๕: ๑๓-๑๔)

สิ่งที่มีคุณค่าภายในคือสิ่งที่ทฤษฏีจริยศาสตร์ต่างๆ พยายามแสวงหาเพื่อนำมากำหนดเป้าหมายสูงสุดของชีวิต ทฤษฎีเหล่านี้แบ่งได้เป็น ?กลุ่มใหญ??กล่าวคือ
          (? สุขนิย?
          (? อสุขนิยม
          (? มนุษย์นิยม

อนึ่?ในส่วนนี้มีจุดประสงค์ที่จะศึกษาทัศนะทางจริยศาสตร์เกี่ยวกับการแสวงหาความสุข แต่ทั้งนี้ "ความสุ? ในที่นี้มีนัยตามที่คนทั่วไปใช้ กล่าวคือ โดยทั่วไปคนมักจะเรียกสิ่งที่มีคุณค่าภายในอันเป็นจุดหมายสูงสุดในการดำเนินชีวิตว่า "ความสุ? ดังนั้?หากจะกล่าวเชิงจริยศาสตร์เพื่อความชัดเจนแล้?ทัศนะทางจริยศาสตร์เกี่ยวกับการแสวงหา "ความสุ? หมายถึ?ทัศนะทาง จริยศาสตร์ว่าด้วยสิ่งที่มีคุณค่าภายในอันเป็นจุดหมายสูงสุดในการดำเนินชีวิ?แล?"ความสุ? มีความสัมพันธ์กับคุณค่าของชีวิ?กล่าวคือ ชีวิตที่บรรลุสู่สิ่งที่มีค่าในตนเองคือชีวิตที่มีค่?หรือเป็นชีวิตที่พึงปรารถนา อาจกล่าวโดยย่อว่?สุขนิยมเห็นว่า "ความสุ? คือความสุขทางประสาทสัมผั?อสุขนิยมเห็นว่?"ความสุ? คือการมีปัญญาหรือความสงบ และมนุษย์นิยมเห็นว่า "ความสุ? คือความสมดุลระหว่างการตอบสนองความต้องการทางจิตและกาย ต่อไปนี้จะเป็นรายละเอียดของแต่ละทฤษฎ?

***

ทฤษฎีเกี่ยวกับคุณค่าของชีวิตและการแสวงหาความสุ?

ดังที่ได้กล่าวแล้วว่าทฤษฎีจริยศาสตร์ต่าง ?ที่จะกล่าวถึงเป็นความพยายามที่จะแสวงหาคำตอบเกี่ยวกับสิ่งที่มีคุณค่าภายในตัวเอง ซึ่งสิ่งดังกล่าวจะกำหนดเป้าหมายของชีวิตหรื?"ความสุ? ที่มนุษย์ควรจะแสวงหา การดำเนินชีวิตตามเป้าหมายเหล่านี้จะทำให้ชีวิตมีคุณค่?

          ?สุขนิย?(Hedonism) ลัทธินี้ถือว่าความสุขสบา?(pleasure) เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรแสวงห?ไม่มีอะไรอีกนอกจากความสุขสบายของชีวิตที่มนุษย์ต้องกา?การกระทำทุกอย่างในชีวิตประจำวันก็เพื่อความสุขสบา?ดังที่ฟรอยด์ (Sigmund Freud, ๑๙๘๖-๑๙๓๙) นักจิตวิทยาคนสำคัญได้กล่าวไว้ว่าพฤติกรรมต่าง ?ของมนุษย์มีจุดหมายที่การแสวงหาความสุขสบา?มนุษย์ต้องการได้รับความสุขสบายและรักษาความสุขสบายนั้นให้ยั่งยื?การแสวงหานี้มีสองด้า?ด้านหนึ่งมนุษย์แสวงหาสภาพที่ปราศจากความเจ็บปวดและความทุกข์ อีกด้านหนึ่งเขาแสวงหาความรู้สึกที่สุขสบา?(วิทย?วิศทเวทย? ๒๕๓๕: ๓๑)

แนวคิดของนักปรัชญากลุ่มนี้ มีลักษณะโดยทั่วไ?ดังนี้
          (? ความสุขทางกายคือสิ่งที่ดีที่สุ?
          (? ความสุขจบในตัวเอ?ไม่เป็นวิถีนำไปสู่สิ่งอื่นอี?
          (? ความสุขคือสิ่งที่มนุษย์แสวงห?
          (? การกระทำที่มีคุณค่าทางจริยธรรม เพื่อเป็นวิถีให้ได้มาซึ่งความสุข

สุขนิยมแบ่งออกเป็นแนวคิดย่อย ?ได??แบบตามนักคิดคนสำคั?ได้แก่ อาริสติปปุ?และเอพิคคิวรัส

(? อาริสติปปุ? (Aristippus: ๔๓?๓๖?B.C.) เป็นนักปรัชญาคนแรกในประวัติปรัชญาที่เป็นผู้ให้กำเนิดลัทธิไซเรเนอิค (Cyrenaicism) เขาเห็นว่าความสุขสบายคือสิ่งเดียวที่ควรแสวงห?สำหรับความสุขสบายเขาหมายถึงความสุขทางกายหรือความสุขทางประสาทสัมผัส ซึ่งเขาเห็นว่าน่าพึงปรารถนากว่าหรือมีค่ากว่าความสุขทางใจ กล่าวคือ ความสุขจากการรับประทานอาหารอร่อย ?ดื่มเหล้าที่รสชาติถูกปาก และการแสวงหาความสุขทางเพ?ฯล?ย่อมมีค่ากว่าความสุขที่เกิดจากความเข้าใจอะไรต่าง ?ด้วยปัญญาหรือจากการชื่นชมความงามทางศิลปะ เขามีทัศนะว่?"สิ่งดีทุกสิ่งต้องตัดสินกันด้วยความสุขและต้องเป็นความสุขที่กำลังได้รับอยู่ในขณะนั้น ? เขาถือว่าความสุขในปัจจุบันมีค่ามากกว่าความสุขในความทรงจำหรือความสุขที่คาดหมายเอาไว?เขาจึงเน้นให้แสวงหาความสุขในปัจจุบันมากกว่าความสุขในอดีตหรืออนาค?เขาเห็นว่าเราพึงแสวงหาความสุขให้มากที่สุดในขณะที่ยังมีโอกา?เพราะเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีโอกาสหาความสุขได้อีกหรือไม่ นอกจากแสวงหาความสุขในปัจจุบันแล้?อาริสติปปุสยังสอนให้หาความสุขที่เข้มข้นที่สุ?

ทัศนะของอาริสติปปุสนั้?ให้ความสำคัญความสุขทางกายมากกว่าความสุขทางใจ เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงมีคำวิจารณ์ว่?ก็จะทำให้มนุษย์ไม่แตกต่างอะไรจากสัตว์ที่เข้าถึงได้แต่ความสุข ทางประสาทสัมผั?จัดได้ว่าเป็นการแสวงหาความสุขเพียงด้านเดีย?จึงมีนักปรัชญากลุ่มเดียวกันนี้ที่หันมาให้ความสำคัญความสุขทางด้านจิตใจมากกว่าความสุขทางกา?(สุจิตร?รณรื่น, ๒๕๓๒: ๖๙)

(? เอพิคคิวรั?(Epicurus: ๓๔?๒๗?B.C.) เป็นนักปรัชญากรี?ซึ่งได้รับอิทธิพลทางความคิดจากเดโมคริตุส (Democritus) เอพิคคิวรัสเป็นผู้ให้กำเนิดลัทธิเอพิคคิวเรีย?(Epicureanism) คำสอนของลัทธินี้มีลักษณะเป็นสสารนิยม (Materialism) ที่เชื่อว่าสสารเท่านั้นที่เป็นจริง วิญญาณของมนุษย์ก็มีลักษณะเป็นสสารจึงมีความแตกดับเช่นเดียวกับสสาร ไม่มีโลกหน้าที่มนุษย์จะได้รับการพิจารณาความดีความชั่?ขณะยังมีชีวิตอยู่จึงควรแสวงหาความสุขให้แก่ตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได?ความดีความชั่วที่คนเชื่อกันเป็นสิ่งสมมติ สิ่งที่เป็นจริงก็คือความสุขและความทุกข์ที่มนุษย์ได้รู้จักและประสบในชีวิตประจำวัน จากคำกล่าวที่ว่า "จงกิ?ดื่มและหาความสำราญเสียเพราะพรุ่งนี้ก็ตายแล้ว" (Let us, drink, and be merry for tomorrow we die)(Brennan, ๑๙๗๓: ๖๑) ทำให้มีผู้เข้าใจผิดคิดว่าเอพิคคิวรัสสอนให้มนุษย์มัวเมาในความสุ?ซึ่งจริง ?แล้วเขาไม่ได้สอนเช่นนั้น ทั้งนี้เพราะเขาสอนให้มนุษย์ดำเนินทางสายกลา?ด้วยเห็นว่าถ้ามนุษย์มัวเมาในความสุ?ไม่ดำเนินทางสายกลางจะเป็นทุกข์ได?(สุจิตร?รณรื่น, ๒๕๓๒: ๖๙ -๗๐)
ตามทัศนะของเอพิคคิวรัส ความสุขม??อย่า?คื?ความสุขทางผัสสะทางกายและความสุขที่เกิดจากความสงบอันเป็นความสุขทางใ?ความสุขทางใจมีความสำคัญมากกว่าความสุขทางกา?เพราะบริสุทธิ์กว่า ในขณะที่ความสุขทางกายมักเจือปนด้วยความทุกข์เสมอจึงไม่บริสุทธิ์การแสวงหาความสุขเกิดจากแรงปรารถน??ประเภท คื?

(? แรงปรารถนาตามธรรมชาติที่เกิดจากความจำเป็นของชีวิ?เป็นความอยากที่เกิดตามธรรมชาติและเป็นสิ่งจำเป็?เช่น อาหา?เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโร?สิ่งเหล่านี้มนุษย์จะหลีกเลี่ยงไม่ได้จำเป็นต้องแสวงหา ความสุขไม่สามารถเกิดขึ้นได?หากปราศจากสิ่งเหล่านี้ แต่อาหารแพ??และเครื่องนุ่งห่มสวย ?นั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น

(? แรงปรารถนาที่ไม่จำเป็นสำหรับชีวิตแบ่งออกเป็นแรงปรารถนาที่เป็นไปตามธรรมชาติแต่ไม่จำเป็นสำหรับชีวิ?เช่น ความต้องการทางเพ?ความอยากประเภทนี?ควรดำเนินทางสายกลา?และแรงปรารถนาที่มิได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติและไม่จำเป็นสำหรับมนุษย์ เช่น ของฟุ่มเฟือยต่าง ?เกียรติยศชื่อเสียง ความหรูหรา สิ่งเหล่านี้ควรละเว้?

เอพิคคิวรัสคิดว่?"ชีวิตที่ประเสริฐคือชีวิตที่อยู่อย่างเรียบง่ายตามความจำเป็นและสงบ มนุษย์ไม่ควรตกเป็นทาสของสิ่งใด ปลีกตัวออกจากสังคม เพื่อความเป็นอิสระ แต่ไม่ใช่อยู่อย่างโดดเดี่ยวทิ้งสังคม ให้มีทางสายกลา?คื?มีมิตรภาพที่ดีกับผู้อื่น เพื่อจะได้มีชีวิตที่เป็นสุขอยู่นาน? (วิทย?วิศทเวทย? ๒๕๓๕: ๓๔-๓๕) เขาเห็นว่ามนุษย์ควรใช้ความรอบคอบ การมองการณ์ไกลจากการใช้ปัญญา (wisdom) ในการแสวงหาความสุข

          ?อสุขนิยม (Non-Hedonism) อสุขนิยมเเบ่งออกเป็น ?แนวคิดย่อย ได้แก่ ปัญญานิย?กับวิมุตินิย?ดังนี้

          ? ปัญญานิย?/span> ถือว่า ปัญญาหรือความรู้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดมีคุณค่าในตัวเอ?นักปรัชญากลุ่มนี?ได้แก่ โสคราตีส เพลโ?และอริสโตเติ?ทัศนะของทั้งสามคนนี้ มีข้อแตกต่างกันในรายละเอีย?แต่มีหลักพื้นฐานที่คล้ายคลึงกั?แนวคิดทางปรัชญากลุ่มนี?ถือว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ย่อมมีลักษณะเฉพาะของมันที่ทำให้สิ่ง ?หนึ่งเป็นตัวของมันเองแยกออกได้จากสิ่งอื่?ลักษณะเฉพาะดังกล่าวมีประจำอยู่ในแต่ละสิ่?ที่เรียกว่?"สาระ" ของสิ่งนั้??เช่น สาระของมีดกับค้อ?คื?ความคมเป็นสาระของมีด เพราะทำให้มีดเป็นมีดและแยกมีดออกจากค้อ?ภารกิจที่เฉพาะเจาะจงของมีด คื?ตัดหรือเฉือน ส่วนค้อนนั้นใช้ทุบ มีดเล่มใดทำภารกิจได้ดี เราถือว่ามีดเล่มนั้นเป็นมีดโดยสมบูรณ?ความคมจึงเป็นปัจจัยวัดความดีหรือความสมบูรณ์ของมี?(วิทย?วิศทเวทย? ๒๕๓๕: ๕๐) ดังนั้?สิ่งที่ประเสริฐของมีดคือความคม
การที่เราจะทราบว่า อะไรเป็นสิ่งที่ประเสริฐสำหรับมนุษย?ต้องพิจารณาว่ามนุษย์ในฐานะที่เป็นมนุษย์ไม่ใช่ภารกิจหรือหน้าที่ แต่เป็นลักษณะเฉพาะของมนุษย์อีกแง่หนึ่งที่เป็นสาระของมนุษย์ในฐานะที่เป็นมนุษย์ที่แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตแบบอื่นในโล?

โสคราตีส (Socrates: ๔๖?๓๙?B.C.) เห็นว่?ปัญญาคืออำนาจที่นำมนุษย์เข้าถึงสัจธรรมได?มนุษย์มิใช่มาตรวัดทุกสิ่งทุกอย่า?สิ่งที่ก่อให้เกิดความสุขไม่ต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้อ?และสิ่งที่ให้ความทุกข์ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งเลวเสมอไป ร่างกายและความพอใจของร่างกายมิใช่เครื่องวั?ความจริงและความด?กายเป็นสิ่งที่แตกดับ มันจะวัดความเป็นจริงอันเป็นนิรันดรไม่ได้ จิตเป็นอมตะพร้อมกับอำนาจแห่งเหตุผลเท่านั้นที่จะวัดความเป็นจริงได?มนุษย์มิควรสนใจกิจกรรมทางกาย แต่เป็นกิจกรรมทางจิตมากกว่?คื?การใช้ปัญญาไตร่ตรอ?เพื่อว่าตายไ?และจิตจะได้เข้าถึงโลกแห่งความเป็นจริ?

ส่วนหลักจริยธรรมที่โสคราตีสเน้นย้ำมา?คื?"วิชชาคือธรรม" (Knowledge is Virtue) (วิทย?วิศทเวทย? ๒๕๓๕: ๕๔) ไม่มีใครเป็นคนดีได้โดยปราศจากความรู้ ความรู้ในที่นี?หมายถึ?ความรู้ที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิ?ความดี และความชั่?ดังนั้นชีวิตที่ประเสริฐตามทัศนะของโสคราตีส คื?ชีวิตที่ใช้ปัญญาแสวงหาสัจธรรมและคุณธรร?และเมื่อเหตุผลนำไปสู่สิ่งนั้นก็จะต้องดำเนินไปตามหลักการอันนั้น โดยไม่มีเงื่อนไขอันใดทั้งสิ้?และมนุษย์ทำอย่างนี้ได้ก็ต่อเมื่อไม่กังวลในเรื่องของร่างกาย

เพลโ? (Plato: ๔๒?๓๔?B.C.) เห็นว่?วิญญาณของมนุษย์ม??ภา?คื?ตัณห?น้ำใ?ปัญญ?ภาคตัณหาเป็นภาคที่ต่ำสุดทำให้มนุษย์รู้จักอยา?หิ?สืบพันธ์ และอื่??ซึ่งพืชและสัตว์ก็สามารถมีได้ ภาคน้ำใจเป็นภาคกลางๆ ทำให้มนุษย์รู้จักชื่อเสียง เกียรติย?และรู้จักชื่นชมกับความกล้าหา?เป็นต้?และภาคปัญญาเป็นภาคสูงสุดเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์แสวงหา และเข้าถึงความจริงได?

อริสโตเติล (Aristotle ๓๘?๓๒?B.C.) เห็นว่?การกินอาหา?การเติบโ?และการสืบพันธุ์เป็นลักษณะที่สิ่งมีชีวิตทั้??มีร่วมกันได้ แต่ลักษณะเฉพาะที่ทำให้สิ่งมีชีวิตต่างกับสิ่งไม่มีชีวิต คื?การมีประสาทสัมผัสรับรู?การเคลื่อนไห?ความรู้สึกต้องกา?ความอยาก ฯล?ส่วนลักษณะเฉพาะที่เป็นคุณสมบัติที่แยกมนุษย์ออกจากสัตว์ คื?ปัญญ?หมายถึ?ความสามารถในการใช้เหตุผล เพื่อแสวงหาความจริ?

สำหรับกลุ่มปัญญานิยม ความสุขมิได้มีค่าในตัวเอ?ค่าของมันเป็นเพียงวิถีนำมนุษย์ให้เข้าถึงกิจกรรมทางปัญญาได้ มันมีความดีที่เอื้ออำนวยให้สิ่งที่ดีกว่าเกิดขึ้นได้เท่านั้นเอง เพลโ?และโสคราตีสให้ความสำคัญแก่ความสุขสบายน้อยมาก เพราะถือว่าเป็นสิ่งทำให้มนุษย์ห่างไกลจากการใช้ปัญญ?แต่อริสโตเติลให้ความสำคัญแก่ความสุขมากกว่า เพราะเห็นว่าถ้าปราศจากความสุขเป็นฐานแล้วกิจกรรมทางปัญญาก็จะเป็นไปมิได้

ดังนั้?ทฤษฎีปัญญานิยมนี?ถือว่า ความรู้มีค่าในตัวเอง ซึ่งต่างจากสุขนิยมที่เชื่อว่?ความรู้เป็นเพียงวิถีที่นำให้มนุษย์ไปสู่ความสุข ความรู้ในทัศนะปัญญานิย?มี ?อย่า?คื?(? ความรู้ที่เกี่ยวกับความจริงของโลกภายนอ?เช่น ความรู้ทางวิทยาศาสตร?ฯล?ที่ช่วยให้มนุษย์มีความสุขสำราญ และช่วยให้มนุษย์เสพความพึงพอใจแก่ร่างกาย (? ความรู้เพื่อความรู?เป็นความรู้ที่บริสุทธิ?ที่ทำให้คนเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ ความรู้ทั้??อย่างนี้ อย่างแรกทำให้มนุษย์มีมากกว่าสัตว?แต่ความรู้อย่างหลังทำให้มนุษย์แยกออกจากสัตว์ (วิทย?วิศทเวทย? ๒๕๓๕: ๕๑-๕๒)

          ? วิมุตินิยม ถือว่า ความสงบของจิตและการหลุดพ้นจากความต้องการเป็นสิ่งที่ดีที่สุ?วิมุตินิยมแบ่งออกเป็??แนวคิดย่อย ?ได้แก่ ซินนิค และสโตอิ?

ซินนิค (Cynicism) เห็นว่?ค่าอันแท้จริงของชีวิตอยู่ที่การดำรงชีวิตอย่างง่า??มีสิ่งจำเป็นในชีวิตให้น้อยที่สุด ชีวิตง่ายๆ มีจุดหมายในตัวเอ?เป็นสิ่งมีคุณค่าในตั?เช่น สอนว่ามนุษย์ควรอยู่อย่างสุนั?หิวก็หากิน ค่ำที่ไหนก็นอนที่นั่?ฯล?ซินนิคปฏิเสธความสุ?เห็นว่าความสุขมิใช่สิ่งที่ดีที่สุดของชีวิต ทัศนะซินนิคเป็นลักษณะที่ปฏิเสธความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองหนีจากสิ่งที่ตนเองไม่เห็นด้ว?และก็มิได้มีอุดมการณ์หรือจุดหมายอันใ?แต่เบื่อหน่า?สิ่งต่าง ?เท่านั้นเอ?

สโตอิค (Stoicism) เชื่อว่า จักรวาลดำรงอยู่และดำเนินไปอย่างมีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนตายตั?ในธรรมชาติทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามทางของมันเอง เป็นเหตุและเป็นผลซึ่งกันและกัน หากมนุษย์ใช้เหตุผลก็จะเข้าใจธรรมชาติ และต้องไม่ใช้อารมณ?ทุกสิ่งทุกอย่างต้องดำเนินไ?คุณธรรมเกิดจากปัญญ?ถ้ามนุษย์เข้าใจว่าอะไรเป็นเหตุให้มนุษย์ทำอย่างนั้น เท่ากับเข้าใจธรรมชาต?และก็วางเฉยเสี?ส่วนความโกรธและความรักเกิดจากความไม่เข้าใจ ซึ่งความไม่เข้าใจนั้นมีอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ความรักและความเมตตามิใช่สิ่งเดียวกัน ความรักมีจุดมุ่งหมายมาที่ตัวเอ?แต่ความเมตตามุ่งไปที่ผู้อื่น อิสรภาพเป็นสิ่งที่มนุษย์ปรารถน?อิสรภา?คื?ความสงบของจิตใ?ความสงบมิได้เกิดจากความสมอยา?แต่เกิดจากการระงับความอยาก และความอยากจะระงับได้ก็ต่อเมื่อมนุษย์มีเหตุผ?
สโตอิคสอนว่า มนุษย์ควรเอาชนะใจตัวเอ?และมนุษย์เราก็จะมีความสุขที่แท้จริ?หากมนุษย์ยังหลงอยู่กับวัตถุภายนอ?ก็จะมีความผิดหวั?มนุษย์ควรฝึกฝนคุณธรร??ประการ คื?ความอดทน ความอดกลั้?และความยุติธรร?เพราะสิ่งทั้??ประการนี?จะทำให้มนุษย์มีเมตตาต่อผู้อื่น รักสงบ แต่มิได้แนะให้มนุษย์ออกไปอยู่ป่า หรือหลีกหนีสังคม แต่ให้รับภาระช่วยเหลือผู้อื่นและสังคมตามความสามารถของต?(วิทย?วิศทเวทย? ๒๕๓๕: ๕๖-๖๐)

          ?มนุษย์นิยม (Humanism) เห็นว่?มนุษย์มีทั้งร่างกายและวิญญาณซึ่งมีความสำคัญเท่??กั?เพราะถ้าขาดอย่างหนึ่งอย่างใด มนุษย์ก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ ถ้าร่างกายปราศจากวิญญาณก็เหมือนท่อนไม้ท่อนหนึ่?และจิตวิญญาณก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ถ้าปราศจากร่างกา?ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญกับร่างกายและจิตใจอย่างเท่าเทียมกั?ความสุขสบายเป็นอาหารทางกายฉันใ?ปัญญาความรู้และความสงบของจิตก็เป็นอาหารทางใจฉันนั้?(สุจิตร?รณรื่ณ, ๒๕๓๒:๗๘) มนุษย์นิยมจึงถือว่าทั้งความสุข ปัญญาความรู้ ความสงบของจิ?การชื่นชมความงามต่าง ?มิตรภา?เสรีภา?ฯล?ต่างก็มีค่าในตัวเอ?มนุษย์นิยมสอนว่า สิ่งที่ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ทุกด้า?ทั้งทางกายและจิต คือสิ่งที่มีคุณค่าและควรแสวงหา

***

          สรุป : การแสวงหาความสุขและคุณค่าของชีวิตเมื่อพิจารณาทฤษฎีจริยศาสตร์ต่าง ?ดังกล่าวแล้ว สามารถสรุปได้ว่า ความหมายต่าง ?ขอ?"ความสุ? อันเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตของบุคคลที่บรรลุถึงเป็นชีวิตที่มีค่าพึงปรารถนา มีดังต่อไปนี?

? ทัศนะของสุขนิย? เห็นว่?ความสุ?คื?ความสุขสบา?สุขนิยมม??แนวคิด คื?

          ??สุขนิยมของอาริสติปปุ?/span> คิดว่า ความสุ?คื?ความสุขสบายทางกายหรือทางประสาทสัมผัสที่เข้มข้นที่สุด และเป็นความสุขเฉพาะหน้?ดังนั้?ชีวิตของบุคคลจะเป็นชีวิตที่มีค่าก็ต่อเมื่อบุคคลผู้นั้นมีความสุขสบายทางกายเฉพาะหน้าที่เข้มข้นที่สุด หรือมีความสุขสนุกสนา?

          ??สุขนิยมของเอพิคคิวรั?/span> คิดว่า ความสุ?คื?ความสุขสบายทางกายและทางใ?เขามุ่งเน้นให้แสวงหาความสุขสบายระยะยาว หรือความสุขสบายที่จะไม่นำมาซึ่งความทุกข์ภายหลั?ซึ่งต้องอาศัยความรอบคอบและการมองการณ์ไกล ดังนั้?ชีวิตของบุคคลจะเป็นชีวิตที่มีค่า ก็ต่อเมื่อบุคคลมีความสุขสบายระยะยา?

? ทัศนะของอสุขนิยม เห็นว่?ความสุ?คื?การมีปัญญาความรู้หรือความสงบของจิต อสุขนิยมมี ?แนวคิด คื?

          ??ปัญญานิย?/span> คิดว่า ความสุ?คื?การมีปัญญาความรู?ดังนั้?ชีวิตของบุคคลจะเป็นชีวิตที่มีค่าก็ต่อเมื่อบุคคลผู้นั้นมีกิจกรรมทางปัญญ?หรือมีความรู?

          ??วิมุตินิยม คิดว่า ความสุ?คื?ความสงบของจิ?ดังนั้?ชีวิตของบุคคลจะเป็นชีวิตที่มีค่าก็ต่อเมื่อบุคคลผู้นั้นมีจิตใจที่สง?ปราศจากสุขและทุกข์

? ทัศนะของมนุษย์นิยม เห็นว่?ความสุ?คื?การตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างสมดุลย์กัน ดังนั้?ชีวิตของบุคคลจะเป็นชีวิตที่มีค่าก็ต่อเมื่อบุคคลผู้นั้นได้รับการตอบสนองความต้องการทางด้านร่างกายและจิตใจอย่างสมดุลย?ไม่ละเลยด้านใด ด้านหนึ่งไ?

***

ที่ม?: สุริยั?ชูช่วย. (๒๕๔๕). การแสวงหาความสุขและคุณค่าของชีวิ?กรณีศึกษาทัศนะกลุ่มคนต่างวัยในกรุงเทพมหานค? วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาจริยศาสตร์ศึกษ?บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 4:28 PM