จุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตในทางจริยศาสตร์คืออะไ??
 

พระมหาสาคร ศรีด?(???
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาจริยศาสตร์ศึกษ?
© ลิขสิทธิ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล


***

สืบเนื่องจากเนื้อหาของจริยศาสตร์เป็นการศึกษาที่ครอบคลุมปัญหาสำคั??ประการ ได้แก่

(? อะไรคืออุดมคติของชีวิตที่ประเสริฐสุดที่มนุษย์ความแสวงห?

(? อะไรคือเกณฑ์ตัดสินจริยธรรมว่าการกระทำอย่างนี้ถูกหรือผิ?(Moral Judgment)

(? คุณค่าทางจริยธรร?(Ethical Value) ซึ่งหมายถึงคำว่า ดี ชั่ว ถู?ผิ?คว?ไม่ควร มีอยู่จริงหรือไม?สามารถนิยามได้ มนุษย์จะเข้าถึงธรรมชาติเหล่านี้ได้อย่างไ?

ซึ่งในประเด็นเกี่ยวกับ "อุดมคต?คื?เรื่องจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิ?หรือสิ่งที่มีค่าสูงสุดในชีวิตที่มนุษย์ควรแสวงห? นั้น มีความแตกต่างกันตามความเข้าใจของนักคิดทางจริยศาสตร?และยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู?บางสำนักมีทรรศนะว่?ความสุ?ความพอใจ ปัญญาหรือความรู้ หรือความสมบูรณ์เป็นอุดมคติสูงสุด เป็นสิ่งที่ดีที่สุดและน่าแสวงห?ทรรศนะของนักคิดทางจริยศาสตร์เหล่านี้สรุปได้ดังนี?

          ? สุุขนิยม (Hedonism) นักจริยศาสตร์ในสำนักนี้มีทรรศนะว่า ความสุขเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรแสวงหา เป็นสิ่งเดียวที่มีค่าในตัวเอ?ถ้ามีสิ่งอื่นที่ดีหรือมีค่?ความดีหรือค่าอันนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ตัวมันเอง แต่ความดีหรือค่าอันนั้นอยู่ที่มันพาเราไปสู่ความสุข ความสุขที่แท้จริงของชีวิตคือผลประโยชน์ต่อตัวเราที่พึงตักตวงในทุกด้าน ชื่อเสีย?เกียรติย?ทรัพย์สมบัติ อำนา?เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาในขณะที่เรามีชีวิตอยู?คุณค่าทางจริยธรรมเป็นสิ่งที่มนุษย์กำหนดให้ ไม่ตายตั?มีลักษณะสัมพันธ์ (Relative) คือเปลี่ยนไปตามกาลเวลา สถานการณ์และสิ่งแวดล้อ?มนุษย์เองเป็นผู้ตัดสินการกระทำของตนเอาความพอใจ นักจริยศาสตร์ในสำนักนี?เช่น

เอพิคคิวรั?(Epicureanism) เป็นสุขนิยมในแง่ที่ว่า ความสุขความสำราญเป็นยอดปรารถนาและเป็นสิ่งประเสริฐสุดในชีวิ?แต่ความสุขในทรรศนะขอ?เอพิคคิวรั?นั้นนับว่าอยู่ในทางสายกลาง คือละเว้นสิ่งที่ไม่จำเป็?ให้เป็นคนมักน้อย อยู่ง่ายกินง่า?ถ้าลุ่มหลงและสำราญกับความสุขมากเกินไ?ก็จะกลายเป็นทาสของมันและอาจเกิดความทุกข์ได?ซึ่งความสุขประเภทนี้จะเกิดได้ด้วยความฉลาดรอบคอบที่จะพิจารณาใตร่ตรองเลือกกระท?

โซฟิสต?(The Sophists) มีทรรศนะว่?มนุษย์มีร่างกายและจิตใ?ไม่มีวิญญา?มีชีวิตสิ้นสุดที่ความตาย มีมีสวรรค์ ไม่มีนรก มีแต่สภาพความจริงที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบั?สิ่งประเสริฐที่มนุษย์ควรแสวงหาได้แก่ ความสุขสบา?

          ? อสุขนิยม (Non-hedonism) นักจริยศาสตร์สำนักนี้มีทรรศนะตรงกันข้ามกับสุขนิย?คือมีทรรศนะว่าสิ่งที่มีค่าสูงสุดที่มนุษย์ควรแสวงหานั้นไม่ใช่ความสุ?แต่เป็นความสงบของจิตใจอันเกิดจากปรีชาญาณ (wisdom) อันประกอบด้วยเหตุผลที่สามารถใตร่ตรองและมองเห็นสัจธรรมด้วยตาแห่งปัญญา ด้วยเหตุนี้ชีวิตที่ประเสริฐจึงควรเป็นชีวิตการใช้ปัญญาอันสอดคล้องกับคุณธรรม คุณค่าทางจริยธรรมเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้กำหนด แต่สามารถเข้าถึงด้วยตาแห่งปัญญ?ลัทธินี้แบ่งออกเป็??กลุ่?คื?

(? วิมุตินิยม คือพวกที่เชื่อว่?ความสงบของจิตและการหลุดพ้นตัณหาเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของชีวิต นักจริยศาสตร์กลุ่มนี้ได้แก?พวกซินนิ?(Synicism) พวกสโตอิ?(Stoic) และศาสนาต่าง ?เช่น พุทธศาสน?คริสต์ศาสน?รวมทั้งปรัชญาอินเดียโดยทั่วไ?(วิทย?วิศทเวทย? ๒๕๓๐: ๕๖)

(? ปัญญานิย? คือพวกที่ถือว่?ปัญญ?หรือ ความรู้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของมนุษย?ปัญญาเป็นสิ่งที่มีค่าในตัวของมันเอ?สาระของปัญญาคือสามารถในการใช้เหตุผลเพื่อแสวงหาความจริง ปัญญาเป็นลักษณะเฉพาะของมนุษย?นักปรัชญาในลัทธิได้แก่ โสเครติส เพลโต้ และอริสโตเติ?ทั้งสามคนนี้มีความคิดพื้นฐานเหมือนกั?แต่รายละเอียดอาจแตกต่างกันบ้าง

          ? มนุษย์นิยม (Humanism) ทรรศนะของนักจริยศาสตร์สำนักนี้มีความเชื่อว่า มนุษย์เป็นสิ่งหนึ่งในธรรมชาต?มีศักดิ์ศรีและมีความสามารถที่จะพัฒนาตัวเองโดยอาศัยเหตุผลและวิทยาศาสตร์ นักจริยศาสตร์กลุ่มนี้ให้ความสำคัญแก่มนุษย์โดยองค์รวม (Holistic) คือมนุษย์ประกอบด้วยร่างกาย จิตใ?และสภาพแวดล้อม การดำเนินชีวิตของมนุษย์จึงไม่ควรเป็นไปเพื่อหลักการอย่างใดอย่างหนึ่?แต่ควรคำนึงถึงองค์ประกอบรอบด้า?ในเรื่องเกี่ยวกับอุดมคติของชีวิต มนุษย์นิยมมีความเห็นว่?ความสุขทางร่างกายแบบสุขนิยมก็เป็นสิ่งด?ความสงบจิตใจอันเกิดจากการเอาชนะใจตนองและการแสวงหาสัจธรรมก็เป็นสิ่งดี ทรรศนะของมนุษย์นิยมจึงเป็นทรรศนะที่ประนีประนอมระหว่างสุขนิยม อสุขนิยมรวมทั้งอัตถิภาวนิยมด้ว?ทั้งนี้เพราะว่?สุขนิยมให้ความสำคัญแก่ความสุขทางกายมากเกินไป และปัญญานิยมและวิมุตินิยมก็ให้ความสำคัญทางจิตวิญญาณมากเกินไป อัตถิภาวนิยมก็มุ่งแต่สนองความอยากความต้องการที่เกิดขึ้?ดังนั้นมนุษย์นิยมจึงอยู่ตรงกลางระหว่างความสุดโต่??ข้าง เพราะฉะนั้นชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริง ควรเป็นชีวิตที่ประกอบด้วยความสำเร็จในด้านของการสร้างตน ควรจะได้มีโอกาสเก็บเกี่ยวความด?ความงา?ความสุขที่มนุษย์ถึงได้อย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันก็เป็นชีวิตที่มีคุณภาพและอุดมการณ?แนวคิดของนักปรัชญาสมัย (Modern Philosophy) ใหม่ก็จัดในแนวคิดดังกล่าวนี้

          ? ประโยชน์นิยม (Utilitarianism) ประโยชน์นิยม เป็นทรรศนะทางจริยศาสตร์ที่ถือเอาประโยชน์สุขเป็นเกณฑ์ตัดสินความผิดถูก ชั่วดี กล่าวคือ การกระทำที่ก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุดแก่คนจำนวนมากที่สุ?ถือเป็นการกระทำที่ดี (ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๔๐: ๑๐? และเนื่องจากประโยชน์นิยมเป็นจริยศาสตร์ที่เน้นเป้าหมา?(Ends Ethics) จึงพิจารณาความถูกผิดของการกระทำที่ผลของการกระท?โดยไม่นำตัวการกระทำมาตัดสิ?ไม่ว่าการกระทำนั้นจะประกอบด้วยเจตนาดีหรือไม่ก็ตา?สาระสำคัญของประโยชน์นิยมถือว่า ความสุขเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์ ความสุขจึงเป็นตัวตัดสินว่าการกระทำดี ไม่ด?คว?ไม่ควร ถูกหรือผิด ถ้าการกระทำใดที่กระทำแล้วให้ประโยชน์สุขมากกว่าก็ถือว่าการกระทำนั้นก็ดีกว่า และควรกระทำมากกว่า อนึ่?ประโยชน์สุขในที่นี้มิได้หมายถึงประโยชน์สุขของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่หมายถึงประโยชน์สุขของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตา?"หลักมหสุ? ที่ว่า "ความสุขที่มากที่สุ?ของคนจำนวนมากที่สุ? ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงโทษหรือความทุกข์ที่จะเกิดขึ้นด้วย โดยทุกข์หรือโทษที่เกิดขึ้นต้องไม่มากกว่าประโยชน์ที่ได้รั?และในบางกรณีที่ต้องเลือกกระท?เนื่องจากทุกทางเลือกนั้นล้วนแต่ก่อให้เกิดความทุกข์ ก็ให้ถือว่าการกระทำที่ก่อให้เกิดความทุกข์น้อยกว่าเป็นการกระทำที่ให้ความสุขมากกว่าทางเลือกอื่??ประโยชน์นิยมเป็นแนวคิดที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักศึกษ?และผู้ที่สนใจเรื่องทางสังคมและการเปลี่ยน แปลงทางสังคม ประโยชน์นิยมยังเป็นปรัชญาที่รองรับรัฐสวัสดิการในยุคปัจจุบั?ผู้ที่สร้างระบ?คือนักปฏิรูปสังค?เจเรมี เบนธัม (Jereme Benthan: ๑๗๔๒-๑๘๓๒) จอห์?สจ๊ว?มิ?(John Stuart Mill: ๑๘๐๖-๑๘๗๓) (อรรถจินด?ดีผดุง, ๒๕๔๐: ๕๘)

          ? เอ็กซิสเทนเชียลลิสม์ (Existentialism) มีหลักการสำคัญซึ่งเป็นหัวใจของปรัชญาสำนักนี้ ประการแรกคือ มุ่งให้ความสนใจเรื่องสภาพการมีอยู่ของมนุษย?(Human Existence) กล่าวคือ การมีอยู่ของบุคคลแต่ละคนหรือปัจเจกบุคค?มนุษย์แต่ละคนเป็นผู้เลือกและสร้างตัวเองให้เป็นไปตามที่ตนต้องกา?ไม่มีอะไรมามีอำนาจเหนือความเป็นตัวของตัวเองของแต่ละบุคคล ประการที่สอง การปฏิเสธความรู้ทางและวิธีการทางวิทยาศาสตร?โดยมองว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ลดความสำคัญเรื่องการมีอยู่ของมนุษย?ไปมุ่งสนใจแต่วัตถุ ธรรมชาติและสิ่งรอบตั?ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำให้สังคมมนุษย์สลับซับซ้อนมากขึ้?และความสลับซับซ้อนนี้มันดึงให้มนุษย์ ออกจากตัวเอง สูญเสียความเป็นตัวเอ?ดังนั้?มนุษย์จึงควรกลับมาหาตัวเอง คือให้ตระหนักถึงเสรีภา?อันเป็นธาตุแท้ของมนุษย?แนวคิดของนักจริยศาสตร์กลุ่มนี้เป็นทรรศนะแบบสมัยปัจจุบั?คือทรรศนะว่า มนุษย์มีเสรีภาพที่สมบูรณ?มีอิสร?เป็นผู้เลือกทำด้วยตัวเอง มนุษย์เป็นผู้สร้างความดี และการสร้างนี้มิได้มีแผนอะไรที่ต้องคล้อยตา?มนุษย์เป็นอิสร?และควรทำในสิ่งที่อยากท?ไม่มีเกณฑ์ตายตัวใด?ที่จะมาตัดสินว่า อย่างไรผิด ถู?ดีหรือไม่ด?(วิทย?วิศทเวทย? ๒๕๓๑: ๑๔? นักจริยศาสตร์ที่สำคัญม?ฌอ?ปอ?ซาร์?(Jean Paul Sartre: ๑๙๐๕-๑๙๘๐) คาร์?ยัสเปียร์ส (Karl Jaspers: ๑๘๕๓-๑๙๖๙) คีร์เคกอร์?(Hickekard ๑๘๑๓-๑๘๕๕) เป็นต้?

จากแนวคิดของนักจริยศาสตร์เหล่านี้เป็นการโดยสรุ?เป็นแนวคิดทางจริยศาสตร์ที่มีลักษณะของการโต้แย้งด้วยเหตุผ?(Argument) เป็นการนำเสนอแนวคิ?ข้อโต้แย้งโดยใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรองด้วยเหตุผล วิเคราะห์ข้อเท็จจริงและวิพากษ์ออกความคิดเห็นโดยมิได้มุ่งถึงการปฏิบัต?และนอกจากนี้จริยศาสตร์ยังมีลักษณะสำคัญคือไม่อาจจะหาข้อสรุปที่แน่นอนได้ ขึ้นอยู่กับผู้ศึกษาแต่ละคนจะใช้วิจารณญาณในการศึกษาและมีความพึงพอใจในการปฏิบัติ

***

ที่ม?: สาคร ศรีดีุ? (๒๕๔๕). วิเคราะห์หลักพุทธจริยธรรมที่ปรากฏในเพลงพื้นบ้านจังหวัดสุพรรณบุรี: ศึกษาเฉพาะกรณีเพลงอีแซ? วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาจริยศาสตร์ศึกษ?บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 4:26 PM