ปัญหาจริยธรรมทางวิชาชีพของประเทศไท?: เน้นด้านการแพทย์และสาธารณสุข
 


ศาสตราจารย?นายแพทย์ วิทู?อึ้งประพัน?strong>?/strong>


***

ในปัจจุบันนี?ปัญหาจริยธรรมในวิชาชีทางการแพทย์นั้นมีแนวโน้มว่าจะมีมากขึ้นเรื่อ??ซึ่งคิดว่าเป็นเช่นเดียวกับในต่างประเทศ เพราะว่าในปัจจุบันนี้การแพทย์และสาธารณสุขได้มีการขยายบทบาทกว้างขวางขึ้นไปกว่าแต่ก่อน แต่เดิมนั้นจริยธรรมทางการแพทย์เป็นเรื่องของผู้ป่วยกับแพทย์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นการให้บริการในการที่จะรักษ?(Health Care) เพียงส่วนเดียวเท่านั้น แต่ในปัจจุบันบทบาทของแพทย์ได้ขยายวงกว้างขึ้น เพราะว่านอกจากจะดูแลทางด้านผู้ป่วยแล้ว ยังดูแลทางด้านของการป้องกันโรค นอกจากนั้นยังไปเกี่ยวข้องกับความไม่สมบูรณ์ของผู้ป่วยบางอย่าง เช่น การเสริมสว?การรักษาคนไม่มีลูกให้มีลูกขึ้นมา เหล่านี้ล้วนเป็นวิธีที่ไม่เป็นตามธรรมชาต?เพราะฉะนั้นบทบาทของแพทย์ตรงส่วนนี้ก็ขยายวงกว้างไปกว่าเดิ?ในเรื่องของการรักษาโรคอย่างเดียวก็ขยายวงกว้างออกไปอีกมาก ดังนั้?ตรงนี้ทำให้เกิดปัญหาทางด้านจริยธรรมขึ้?

ปัญหาทางด้านจริยธรรมที่เราจะมาพิจารณากัน ในเรื่องของวิชาชีพทางการแพทย์นั้นคงจะต้องมองได?3 ประการ ด้วยกันคือ ประการแร?เป็นเรื่องของความสัมพันธ์หรือว่าผลประโยชน์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย ในประเด็นเรื่องนี้โดยตรงที่จะต้องพิจารณากันก็คือ ผลประโยชน์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยนั้นจะขัดกันอยู่ตลอดเวลา ประการที่สอง คื?ระหว่างผลประโยชน์ของผู้ป่วยกับรัฐหรือชุมชน (Community) และประการที่สา?คื?ผลประโยชน์ของแพทย์กับชุมชนในฐานะที่แพทย์ก็เป็นส่วนหนึ่งของชุมช?เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าความขัดแย้งในผลประโยชน์ทั้งสามส่วนนั้นทำให้เกิดปัญหาทางจริยธรรมขึ้น

แต่เดิมมาในเรื่องของจริยธรรมเกี่ยวกับผลประโยชน์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยนั้?ถ้าเรามองในเรื่องของวิชาชีพดั้งเดิ?เราจะพบว่าในแนวความคิดทางวิชาชีพดั้งเดิมนั้น แพทย์ประกอบวิชาชีพเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลั?เพราะฉะนั้นแพทย์ได้รับค่าตอบแทนในอดีตนั้นแพทย์คงไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นเงินเป็นทองมากมายนั?ดังนั้นวิชาชีพแพทย์ในอดีตอยู่ได้ด้วยค่าตอบแทนเล็??น้อย ?เพื่อการดำรงชี?แต่ในปัจจุบันนี้ แนวความคิดในการประกอบวิชาชีพเปลี่ยนแปลงไ?วิชาชีพแพทย์นั้นมิได้เป็นเรื่องของแพทย์ต่อผู้ป่วยโดยตรงแต่เพียงอย่างเดียวแล้?ในปัจจุบันนี้ในแง่ของวิชาชีพแพทย์ก็ด?การใช้เครื่องมือแพทย์ก็ด?การใช้ยาก็ดี ล้วนมีเรื่องของธุรกิจอุตสาหกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ด้ว?ซึ่งธุรกิจอุตสาหกรรมเหล่านี้หวังผลประโยชน์ตอบแทนเป็นหลัก

ปัญหาสำคัญก็คือว่า ในทางการแพทย์แต่เดิมมานั้นไม่หวังเรื่องของประโยชน์ จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเพียงเพื่อดำรงชีพเท่านั้?และจะหวังผลประโยชน์ต่อผู้ป่ว?หวังการบริการให้ผู้ป่ว?ประเด็นนี้เป็นหลักสำคั?แต่ถ้าเมื่อมาเปลี่ยนเป็นธุรกิจแล้ว ธุรกิจหวังผลประโยชน์เป็นเบื้องต้?เพราะฉะนั้นตรงนี้เองที่ทำให้เกิดปัญหาประโยชน์ขัดกันระหว่างแพทย์กับผู้ป่ว?ระหว่างวิชาชีพแพทย์กับผู้ป่ว?นอกจากนั้นระบบการให้บริการทางการแพทย์ในปัจจุบันก็พัฒนาจากการให้บริการส่วนบุคคล เช่น ในอดีตแพทย์ไปรักษาคนเป็นคน ?ไป หรือว่าแพทย์บริการเฉพาะส่วนของแพทย?ปัจจุบันได้มีการตั้งเป็นรูปของบริษัท เป็นรูปของกลุ่มบุคคล ที่เรียกในภาษาอังกฤษว่?Enterprise ซึ่งหวังผลประโยชน์เป็นเรื่องหลัก

ดังนั้นจึงเกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างผลประโยชน์ของผู้ประกอบวิชาชีพกับผลประโยชน์ของผู้ป่วย และนี่คือปัญหาพื้นฐานซึ่งทำให้เกิดข้อโต้แย้ง ในปัจจุบันนี้มีข่าวอยู่เสมอว่าโรงพยาบาลเอกชนคิดค่ารักษาพยาบาลแพง แนวความคิดในเรื่องผลประโยชน์นั้น ผู้ที่ลงทุนย่อมหวังประโยชน์ที่จะได้รับให้มากที่สุด ขณะเดียวกันผู้ที่รับบริการหรือผู้ป่วยก็คิดว่?แพทย์ยังต้องได้รับค่ารักษาเท่าที่จำเป็นเท่านั้?เหมือนดังที่เป็นมาในอดีต แต่สภาวะดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้เองก็มีข้อขัดแย้งเกิดขึ้น มีปัญหาต่า??ไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้?ในอดีตจะเห็นว่าโรงพยาบาลเอกชนที่ทำในรูปบริษัทจริ??นั้นมีน้อย ส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลที่ได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิทางศาสนาต่า??แนวความคิดในเรื่องของการที่จะหากำไรต่า??นี้ก็มีน้อ?/p>

ในปัจจุบันนี?แนวความคิดด้านธุรกิจเข้ามาแทรกแซงวงการแพทย?เกิดมีโรงพยาบาลเอกชนที่ดำเนินการในรูปของบริษัททั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริก?ซึ่งมีการลงทุนสร้างโรงพยาบาล ถือเป็นการลงทุนชนิดหนึ่ง และโดยเฉพาะในการลงทุนด้านห้องทดลองวิทยาศาสตร์การแพทย?(Lab Investment) เป็นธุรกิจของเอกชน มีการเปิดตรวจคนไข้กันมากมายหลายแห่?โดยคิดค่าตรวจแบบบวกกำไรเข้าไปด้ว?ซึ่งมีผลกระทบตามมา แล้วขณะนี้ลักษณะการแพทย์ธุรกิจเช่นนี้กำลังจะเข้ามาในประเทศไท?รักกันว่??บริษัทสุขภาพ ?กำลังจะมาติดต่อขยายธุรกิจดังกล่าวกับโรงพยาบาลเอกชนกว่าสิบแห่งในประเทศไทย ซึ่งต่อไปจะเป็นปัญหายิ่งขึ้น เพราะเป็นการแน่นอนว่?ถ้ามีการลงทุนในลักษณะนี้ก็จะต้องหวังผลกำไรที่จะเอาไปแบ่งปันผลประโยชน?

นอกจากนั้น ในขณะนี้จะเห็นได้ว่า บริษัทโรงพยาบาลในประเทศไทยนั้นได้เข้าไปขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เป็นลักษณะของบรรษัทมหาชน ซึ่งต้องมีผลกำไรอย่างแน่นอ?เพราะถ้าไม่มีผลกำไรก็ไม่มีผู้ใดซื้อหุ้?ผลกำไรดังกล่าวจะต้องมาจากการบริการ ประเด็นนี้เป็นจุดเริ่มต้นซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งกันในระหว่างผลประโยชน์ของผู้ป่ว?และผลประโยชน์ของผู้ให้บริการ ในเมื่อผู้ให้บริการเปลี่ยนจากแพทย์มาเป็นบริษัท บริษัทก็จ้างแพทย์ไว้เป็นลูกน้องหรือเป็นคนที่ให้บริกา?เกิดปัญหาขึ้นว่าแพทย์จะปฏิบัติอย่างไรในฐานะตัวกลาง เพื่อที่จะรักษาผลประโยชน์ของผู้ป่วยให้ดีที่สุด และให้เป็นประโยชน์ที่สุด แต่ขณะเดียวกันบริษัทก็ต้องการกำไรมากที่สุดด้วย ตรงนี้เองที่ทำให้เกิดปัญหากับแพทย์ในการให้บริการ เป็นตัวอย่างของการขัดผลประโยชน์ระหว่างผู้ป่วยกับแพทย?

ประการที่สอง ประเด็นซึ่งแพทย์ในปัจจุบันแตกต่างจากการแพทย์ในอดีตก็คื?ในปัจจุบันนี้การแพทย์เป็นระบบผู้ชำนา?(Specialization) ในขณะนี้มีผู้ชำนาญหลายสิบสาข?โดยแบ่งตามระบบอวัยวะของร่างกาย ซึ่งทำให้เกิดปัญหาขึ้น เพราะในอดีตเมื่อแพทย์รักษาโรคผู้ใด จะรักษาทั้งตัวคนผู้นั้?แต่ปัจจุบันเมื่อมีการแบ่งระบบผู้ชำนาญแล้?ผู้ชำนาญจะรับผิดชอบในส่วนของเขาเท่านั้?เพราะฉะนั้นผู้ป่วยคนเดียวอาจรักษาโดยแพทย?3-4 คน ซึ่งแต่ละคนก็จะรับผิดชอบในส่วนที่เป็นความชำนาญของตนเท่านั้?จึงเกิดปัญหาว่าใครจะดูแลรับผิดชอบปัญหาทั้งหมดของผู้ป่ว?

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเมื่อไม่นานมานี้ก็คื?มีผู้เขียนจดหมายไปที่แพทยสภาบอกว่ามีเด็กคนหนึ่งเป็นโรค เด็กคนนี้ได้รับการผ่าตัดนอนอยู่โรงพยาบาลประมาณ 3-4 เดือ?ใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Specialist) ทั้งหม?8 คน หมดเงินหลานแสนบา?แล้วตายในที่สุ?อย่างนี้เป็นต้?ไม่มีใครรับผิดชอบชีวิตของเขาทั้งสิ้น แพทย์แต่ละคนจะดูแต่ปอด ดูแต่หัวใจ ดูแต่สมอ?แต่ไม่มีใครรับผิดชอบในชีวิตของผู้ป่วยในส่วนรวม เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยในส่วนของทั้งร่างกายก็ขาดตอนไ?ซึ่งทำให้เกิดปัญหาทางจริยธรรมขึ้?และเป็นปัญหาซึ่งอาจจะแก้ไขได้ยาก

นอกจากนี?ในการศึกษาแพทย์ของเราที่สร้างผู้เชี่ยวชาญขึ้นมากเกินไปนี?เราสอนนักศึกษาแพทย์จากร่างกายของคน เราไม่ได้สอน ความเป็นมนุษย์ ของค?ที่เราพูดกันว่าจริยธรรมเป็นเรื่องของความเป็นมนุษย์นั้น เราไม่ได้สอนว่าความเป็นมนุษย์นี้มาจากไหน แต่เราสอนเรื่องของร่างกา?เรื่องของโรค ฉะนั้น ในขณะนี้แพทย์ส่วนใหญ่ขาดแนวความคิดในเรื่องของการผสมผสานความเป็นมนุษย?ความเป็นมนุษย์จะต้องเกิดขึ้นจากหลายสิ่งหลายอย่าง ปัญหาการแพทย์ก็เช่นเดียวกั?เราอาจกล่าวได้ว่?ปัญหาการแพทย์สาธารณสุขนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากปัจจัยทางร่างกา?จิตใ?สังค?และวัฒนธรร?จะเห็นได้ว่าปัจจัยที่เกิดปัญหามีลักษณะผสมผสานกัน แต่แพทย์พิจารณาเฉพาะเรื่องปัญหาร่างกายและจิตใจ

ยิ่งไปกว่านี?ระบบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็ทำให้เกิดการแยกปัญหาของร่างกายและจิตใจออกจากกั?เนื่องจากว่าเรามีจิตแพทย์เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์บางคนจึงไม่สนใจจิตใจของผู้ป่ว?พอพูดถึงเรื่องปัญหาจิตใจก็จะส่งผู้ป่วยไปหาจิตแพทย์ ซึ่งอันที่จริงนั้น ผู้ป่วยทุกคนมีปัญหาทางจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้อ?แล้วการที่แพทย์จะปัดปัญหาไปให้จิตแพทย์นี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้?ถ้าแพทย์ทุกคนขาดความเข้าใจในเรื่องปัญหาทางจิตใ?จะทำให้เกิดปัญหาขึ้น เพราะโรคหลายอย่างมีความสัมพันธ์ระหว่างกายกับจิตเข้ามาเกี่ยวข้อ?ทำให้เกิดช่องว่างในการที่จะดูแลผู้ป่วยทำให้ผลประโยชน์ของผู้ป่วยได้รับการกระทบกระเทือ?

ประการที่สาม เนื่องจากเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคมากยิ่งขึ้?และเทคโนโลยีก็มีมากขึ้นด้ว?จึงมีปัญหาในเรื่องของการตัดสินใจในการรักษา แต่เดิมมาแพทย์เป็นผู้ตัดสินใจแทนผู้ป่วยทุกอย่า?แพทย์จะรักษาอย่างไรก็เป็นเรื่องของแพทย?แต่ปัจจุบันนี้ได้มีเทคโนโลยีใหม่ ?ขึ้นมาหลายอย่า?ซึ่งบางครั้งแพทย์เองก็อาจจะรับรู้ไม่หม?เพราะว่ามีเทคโนโลยีเฉพาะโร?(Specialty) เกิดขึ้นมา?เพราะฉะนั้นเทคโนโลยีในการรักษาโรคแต่ละโรคก็อาจจะมีความคาบเกี่ยวกันบ้าง เช่น ในการรักษาโรคบางอย่างอาจจะเป็นการรักษาทางผ่าตั?บางอย่างก็เป็นการรักษาทางรังสี ตัวอย่างเช่น โรคนิ่?ในปัจจุบันนี้รักษาโรคโดยการผ่าตัดก็ได้ โดยอุลตร้าซาวด์ก็ได้

ปัญหาที่ตามมาจากการที่มีการคาบเกี่ยวในเรื่องเทคโนโลยีเกี่ยวกับการรักษาโรคก็คือ ใครเป็นคนตัดสินใจเกี่ยวกับผู้ป่ว?ถ้าหากเป็นแพทย์ผ่าตัดก็บอกว่าผ่าตัดด?แพทย์ทางรังสีก็บอกว่าฉายแสงด?ประเด็นนี้เองทำให้เกิดปัญหาขึ้?การจะให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจบางครั้งอาจจะมีปัญหา เพราะแพทย์เองอาจจะไม่มีความความรู้อย่างทั่วถึงเกี่ยวกับเทคโนโลยี หรือแนวความคิดใหม่ ?ฉะนั้นในปัจจุบันนี้การตัดสินใจต่าง ?คงจะต้องเป็นหน้าที่ของผู้ป่ว?เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้ป่วยควรจะต้องได้รับรู้มากยิ่งขึ้น เพราะการตัดสินใจว่าจะรับการรักษาหรือไม?เป็นหน้าที่ของผู้ป่ว?ด้วยเหตุนี?แพทย์จะต้องบอกความจริงทุกอย่างต่อผู้ป่วย ปัญหานี้ทำให้เกิดทฤษฎีที่เรียกว่?Informed Consent การตัดสินใจมิได้อยู่ที่แพทย์อีกต่อไป แต่อยู่ที่ผู้ป่ว?เพราะว่าผู้ป่วยนั้นเป็นผู้ที่รับรู้ปัญหาของเขาดี แล้วเขาต้องรับความเห็นต่าง ?แล้วตัดสินใจ

นอกจากปัญหาส่วนตัวของผู้ป่วยแล้ว ก็มีปัญหาเศรษฐกิจเกี่ยวข้องอยู่ด้ว?คื?รักษาอย่างใดแพงหรือถูกกว่ากั?เขาจะจ่ายได้หรือไม?ประเด็นนี้เป็นเรื่องซึ่งผู้ป่วยจะต้องมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อ??ฉะนั้นถ้าแพทย์รักษาผู้ป่วยแล้วเกิดปัญหาขึ้นม?บางครั้งอาจจะเป็นเพราะแพทย์อาจจะให้ข้อมูลไม่ครบถ้ว?เช่น แพทย์บางคนไปซื้อเครื่องสลายนิ่วม?แล้วโฆษณาว่า เครื่องนี้สลายนิ่วได้ด?คนไข้คิดว่าเป็นการดีที่รักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด จึงไปรักษา แต่แล้วก็ไม่หา?เกิดปัญหาฟ้องร้องว่าเป็นการหลอกลวงหรือไม?ขณะนี้มีกรณีส่งมาที่แพทยสภากรณีหนึ่ง ซึ่งกำลังพิจารณากันอยู?

การรักษาโรคในลักษณะนี้เป็นการหลอกลวงผู้ป่วยหรือไม่ ผู้ป่วยสมควรไปรักษาโดยใช้เครื่องมือดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นโรคเช่นนี?การรักษาด้วยเครื่องมืออาจจะไม่ได้ผลเท่าใดนัก

ดังนั้?ผู้ป่วยจะต้องสามารถพิจารณาว่าตนเองมีอาการอย่างไร จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องรักษาด้วยเทคโนโลยีใหม่ ?ผู้ป่วยเป็นผู้ตัดสินใจ เราะถ้าให้แพทย์ตัดสินใจแล้?ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดความลำเอียงขึ้?เกิดปัญหาว่าไม่มีใครพิทักษ์ผลประโยชน์ของผู้ป่วยได้ดีเท่ากับตัวของผู้ป่วยเอ?ดังนั้?จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่แพทย์จะต้องบอกเล่าแก่ผู้ป่ว?เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น เพราะถ้าหากว่าไม่บอกก็จะเกิดข้อขัดแย้งขึ้น อาจจะมีการฟ้องร้องตามม?ประเด็นนี้ก็จะมีผลทางกฎหมายต่อไป

***

ที่ม?: วริย?ชินวรรโณ, บรรณาธิการ. (2536). นานาทรรศนะเกี่ยวกับจริยธรร?/strong>. ภาควิชามนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาตร?มหาวิทยาลัยมหิดล. .

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 4:49 PM