สันตินิย?(Pacifism)
 


โด?: ดวงเด่?นุเรมรัมย์.
© ลิขสิทธิ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล


***

นับแต่ผู้นำประเทศสหรัฐอเมริกาพยายามแสดงท่าทีแข็งกร้า?เพื่อต่อต้านผู้นำของประเทศอิรั?ในโทษฐานที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเปิดเผยอาวุธร้ายแรงในครองครอง ให้แก่คณะตรวจสอบอาวุธขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายตระหนักถึงภัยสงครามที่อาจจะเกิดขึ้นในเร็ววั?และเมื่อสงครามระหว่างสหรัฐอเมริการและพันธมิต?กับอิรักเริ่มต้นขึ้น นานาประเทศ ตลอดจนกลุ่มคนต่า??จากทั่วทุกมุมโลก ได้ออกมาแสดงท่าทีคัดค้านการทำสงครา?ซึ่งกลุ่มคนที่ต่อต้านสงครามดังกล่าวนี้เรียกว่าเป็นกลุ่?“สันตินิยม?(Pacifism)

เจ็นนี?ทีคมาน (Jenny Teichman) ให้คำจำกัดความขอ?"สันตินิย? ว่?"ลัทธิต่อต้านสงคราม" (anti-war-ism) ดังนั้?ผู้ที่ยึดถือในสันตินิยมต้องปฏิเสธสงครา?เพราะไม่ว่าอย่างไรการทำสงครามก็ขัดกับหลักศีลธรรมเบื้องต้?และสงครามสำหรับนักสันตินิยมเป็นความผิดเสมอ (Stanford Encyclopedia of Philosophy, 2000)

สมพงษ์ ชูมา?(2542: 44) อธิบายว่?"สันตินิย? เป็นแนวคิดที่ต่อต้านและประณามสงครา?และการใช้ความรุนแรงทางกายภาพต่อมนุษยชาติ ดังนั้?กลุ่มสันตินิยมจะใช้วิธีการไม่รุนแรงในการต่อต้า?(Non-Violent Resistance) เพื่อเป็นหนทางบรรลุจุดมุ่งหมายของต?

กล่าวโดยสรุป สันตินิยมเป็นแนวคิดที่เชื่อว่าสงครามและความรุนแรงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในทางศีลธรรม และความขัดแย้งทั้งมวลควรได้รับการแก้ไขโดยวิถีทางสันต?

ในศตวรรษที?20 นักสันตินิยมที่มีชื่อเสียงมากที่สุ?คือมหาตม?คานธ?(Mohandas K Ghandi: 1869-1948) เพราะแม้ว่าคานธีจะสนับสนุนอังกฤษในสงครามโลกครั้งที?1 โดยเชื่อว่าอาจจะช่วยให้อังกฤษเร่งรัดปลดปล่อยอินเดียให้เป็นเอกราช แต่เมื่ออังกฤษไม่ยอมปลดปล่อยอินเดี?คานธีจึงได้ก่อตั้งขบวนการรณรงค์ต่อต้านระบอบการปกครองโดยอังกฤ?ที่เรียกว่?"สัตยาเคราะห์" (Satyagraha) หรือพลังแห่งความจริง (Truth-Force) (สมพงษ์ ชูมา? 2542, 46) อันเป็นวิธีการต่อต้านแบบสันต?ประกอบด้วย "สัจจ? (ความจริงใจที่มีต่อธรรมชาติของตนเอง) "อหิงสา" (การไม่ใช้ความรุนแร? แล?"การยอมทนทุกข์ทรมาน" ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้เป็นการต่อต้านโดยอยู่เฉยหรือแข็งสิทธ?ไม่ยอมปฏิบัติและไม่ใช้กำลั?(ดิเร?ชัยนาม, 2509: 499) นอกจากนี้แล้?คานธีเห็นว่าเมื่อคนมีสัจจะคนก็จะไม่ใช้วิธีการรุนแรงต่อผู้อื่?ทั้งนี้เพราะเมื่อเรายอมรับความจริงเกี่ยวกับตนเองแล้ว ก็ย่อมตระหนักว่าธรรมชาติแท้จริงของมนุษย์นั้นไม่ชอบวิธีการรุนแร?หรือการใช้กำลังทางร่างกายและทางอาวุธต่อผู้อื่น และเมื่อเราปฏิบัติแบบอหิงสาแต่ไม่ได้ผลตามที่ต้องกา?เราก็ต้องยอมทนทุกข์ทรมาน หรือในบางกรณีก็ต้องยอมตายเพื่ออุดมการณ?(พินิ?รัตนกุ? 2515: xvii-xviii) ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้สามารถนำอินเดียไปสู่ความเป็นเอกราชได้ในที่สุ?(?? 1947)

ในการให้เหตุผลสนับสนุนทรรศนะที่ว่าการทำสงครามทุกรูปแบบไม่มีความชอบธรรมในทุกกรณีนั้?ผู้ที่ยึดถือสันตินิยมมักจะอ้างหลักคำสอนของศาสนาต่า??ที่ตนนับถื?กล่าวคือ การอ้างหลักคำสอนในบัญญัติสิบประการ (Ten Commandment) ที่ว่า "เจ้าจงอย่าฆ่? (You shall not Kill.) หรือคำสอนที่ว่?"จงรักศัตรู จงทำความดีแก่คนที่เกลียดชังท่า?จงอวยพรแก่ผู้ที่สาปแช่งท่า?จงภาวนาแก่คนที่เคี่ยวเข็ญท่า?ถ้าใครตบแก้มขว?จงยื่นแก้มซ้ายให้ตบด้ว?ใครเอาเสื้อนอกไป จงให้เสื้อในแก่เขาด้วย จงให้ทุกคนตามที่ขอ ใครแย่งอะไรไ?ก็จงอย่าเอาคืน" (ลูกา.6:27-30) เป็นต้?หรือการอ้างหลักเบญจศีลข้อหนึ่งที่ให้งดเว้นจากปาณาติบาต (ทีฆนิกาย ปาฏิวรรค. 11/286/196) หมายถึงการให้ละเว้นการฆ่?ตลอดจนไม่ประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกายด้ว?นอกจากนี?ยังมีการนำเรื่องราวของพระเจ้าอโศกมหารา?กษัตรย์ผู้ปกครองประเทศอินเดี?ที่ทรงเคยใช้แสนยานุภาพ (อำนาจทางทหาร) เพื่อแผ่ขยายอาณาเข?แต่ภายหลังจากทำสงครามกับแคว้นกลิงคราษฎร์แล้ว พระองค์ทรงเล็งเห็นความโหดร้ายของสงคราม จึงทรงกลับพระทัยแล้วประกาศตนเป็นพุทธมามก?โดยถือเอ?"ธรรมวิชั? คือการเอาชนะโดยประกาศหลักธรรมแทนแสนยานุภาพ ตลอดจนได้ทรงสั่งสอนให้ราษฎรรู้จักผิดชอบชั่วดีตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสน?ทรงเลิกประเพณีการล่าสัตว?และได้ส่งพระธรรมทูตไปประกาศพระพุทธศาสนาในประเทศต่า??ถึงดินแดนกรีกและเปอร์เซี?(เจือ สตะเวทิน, 2527: 24-25)

อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างของฝ่ายสันตินิยมนอกจากการอ้างกฎเกณฑ์ของศีลธรรมในศาสนา เป็นพื้นฐานในการตัดสินค่าทางจริยธรรมของการทำสงครามแล้ว ข้ออ้างของฝ่ายสันตินิยมยังมีพื้นฐานจากสิ่งอื่น ?อี?เช่น การอ้างหลักคำสอนเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของชีวิต (The Sanctity of Life) ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย?(Human Dignity) และสิทธิในชีวิ?(The Right to Life) ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนับเป็นฐานบททางศีลธรรม (Moral Axiom) หรือหลักการอันสูงสุดที่ว่า ชีวิตมนุษย์มีคุณค่าควรแก่การเคาร?รวมถึงสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ของมนุษย์แต่ละค?อันจะไม่ถูกล่วงละเมิดโดยบุคคลอื่?ดังนั้?การทำสงครามซึ่งถือเป็นการคร่าชีวิตมนุษย์ จึงเป็นการไม่เคารพในความศักดิ์สิทธิ์ของชีวิต ไม่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย?และละเมิดสิทธิในชีวิตของบุคคลอื่??การกระทำดังกล่าวจึงถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดศีลธรรม นอกจากนี?การพิจารณาความถูกผิดของการทำสงครามสามารถนำหลักการทางตรรกวิทยามาใช้ประกอบการพิจารณาได?กล่าวคือ ข้ออ้างและการตัดสินค่าทางจริยธรรมของการทำสงครามของฝ่ายสันตินิยมสามารถอธิบายได้ในรูปนิรนั?(Syllogism) คื?การฆ่ามนุษย์เป็นการกระทำที่ผิด การทำสงครามเป็นการฆ่ามนุษย?ดังนั้?การทำสงครามเป็นการกระทำที่ผิ?(ดำรงค์ วิเชียรสิงห์, 2530: 13-14)

เนื่องจากสันตินิยมเป็นแนวคิดที่ต่อต้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบ?อาจกล่าวได้ว่าสันตินิยมไม่ปรารถนาจะทำสงครามเพียงเพื่อคุ้มครองประชาชนพลเมือ?และเพื่อลงโทษผู้รุกรานให้สาสมแต่อย่างใ?ดังนั้?มาตรการหนึ่งที่สันตินิยมได้เสนอในกรณีที่ถูกรุกรานจากชาติอื่น คือผู้ถูกรุกรานควรใช้ยุทธวิธีจัดการอย่างสันติวิธ?โดยการรวมตัวของนานาประเทศให้ใช้มาตรการร่วมมือกันเลิกติดต่อหรือคบค้าสมาคมกับชาติที่ปฏิบัติการไม่ชอบธรรม ซึ่งวิธีการดังกล่าวน่าจะมีผลให้ผู้รุกรานเลิกล้มปฏิบัติการดังกล่า?วิธีการนี้ย่อมมีผลให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สินและชีวิตน้อยลง นอกจากนี้พวกสันตินิยมไม่เชื่อว่าประเทศที่รุกรานจะสามารถยึดครองประเทศอื่นได้นาน ตราบเท่าที่ต้องถูกลงโทษให้อยู่โดดเดี่ย?หรือขาดความร่วมมือทางด้านต่า??ตลอดจนถูกต่อต้านจากประเทศอื่??โดยสันติวิธี (Stanford Encyclopedia of Philosophy, 2000)

แต่กระนั้นก็ตา?มีผู้วิพากษ์แนวคิดสันตินิยมว่าเป็นการมองโลกในแง่ดีเกินไป และหากนำไปปฏิบัติจริงแล้วคงทำไม่ได?อีกทั้งแนวคิดของสันตินิยมยังขาดการคำนึงถึงความเป็นจริง กล่าวคือ โลกที่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงซึ่งอยู่ในจินตนาการของนักสันตินิยมนั้น จริง ?แล้ว ไม่สามารถทำให้โลกนี้เป็นไปตามที่พวกเขาปรารถนาได้ เพราะบางครั้งในโลกแห่งความเป็นจริงการทำสงครามโดยอาศัยหลักศีลธรรมอย่างเหมาะสมน่าจะเป็นสิ่งที่เป็นไปได้มากกว่า.

***

บรรณานุกรม

กรมการศาสน? (2525). พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่มที?1-45. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา.

คณะกรรมการพระคัมภีร์คาทอลิกแห่งประเทศไทย. (2542). พระคัมภีร์ภาษาไท?ฉบับใหม่. กรุงเทพฯ.

เจือ สตะเวทิน. (2527). วรรณคดีพุทธศาสนา เล่ม 1. (พิมพ์ครั้งที?2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภ?

ดวงเด่?นุเรมรัมย์ุ์. (2545). พุทธจริยศาสตร์กับแนวคิดเรื่องสงครามที่เป็นธรรม: กรณีศึกษาทรรศนะของนักวิชาการในบริบทสังคมไทยร่วมสมั?/strong>. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาจริยศาสตร์ศึกษ?บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.

ดำรงค์ วิเชียรสิงห์. (2530). ปัญหาจริยธรรมที่เกี่ยวกับการทำสงคราม. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, แผนกวิชาปรัชญา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลั?

ดิเร?ชัยนาม. (2509). ความสัมพันธ์ระว่างประเทศ เล่ม 2. (พิมพ์ครั้งที?1). กรุงเทพฯ: สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไท?

พินิ?รัตนกุ? บรรณาธิการ. (2515). ปรัชญา. กรุงเทพฯ.

สมพงษ์ ชูมา? (2530). กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือ?/strong>. (พิมพ์ครั้งที?1). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลั?

Stanford Encyclopedia of Philosophy. (2000). War [Online]. Available: http://plato.stanford.edu/entries/war/ [2000, October 12].

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 4:54 PM