การกำหนดโครงสร้างจริยธรรมตำรวจ และวิธีการเสริมสร้างจริยธรรมตำรว?/div>
 

 

คำสั่งกรมตำรวจ
ที?1388/2525
เรื่อง การกำหนดโครงสร้างจริยธรรมตำรวจและวิธีการเสริมสร้างจริยธรรมตำรว?

ด้วยกรมตำรวจได้พิจารณาเห็นว่?ในปัจจุบันนี้ข้าราชการตำรวจได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในด้านวินั?ความประพฤต?และการปฏิบัติงานจากบุคคลหลายวงการอย่างกว้างขวา?ทำให้ภาพพจน์ของตำรวจอยู่ในระดับที่ไม่น่าพึงพอใ?ทั้งนี้เพราะงานตำรวจเป็นงานที่ท้าทาย ความรู้ความสามาร?ความกล้าหาญเสี่ยงต่อภัยอันตราย และความทรหดอดทนยากที่บุคคลอื่นจะเข้าใจได้ลึกซึ้งและถูกต้อง โดยลักษณะของงานในอาชีพนี้แล้?เป็นงานที่มีการปฏิบัติกระทบต่อเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน มักจะไปขัดขวาง การกระทำต่าง ?ที่ละเมิดกฎหมายและระเบียบหลักเกณฑ์ของสังคมที่ดีอยู่ตลอดเวล?โดยเฉพาะผู้มีอิทธิพลหรือผู้ต้องการอภิสิทธิ?แม้ว่ากรมตำรวจจะได้พยายามกระทำทุกวิถีทางให้ข้าราชการตำรวจเป็นผู้มีความรู้ความสามาร?ในงานสาขาต่า??ที่รับผิดชอบ ในการปฏิบัติงานก็มีการควบคุมให้ยึดถือกฎหมา?ระเบีย?ข้อบังคั?คำสั่งและวินัยตำรวจอย่างเคร่งครัดในทุกระดั?จัดหลักสูตรฝึกอบรมให้เกิดความรู้ความเข้าใจและให้เป็นผู้ที่สามารถในการปฏิบัติงานในหน้าที่ มีการทดสอบสมรรถภาพและประเมินผลอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีการดำเนินการต่าง ?ดังกล่าวข้างต้นแล้วก็ตาม กรมตำรวจก็ยังไม่อาจบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้เพราะขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชนนั้นมีมากมา?เช่น การรักษาความมั่นคงของชาต?ศาสน?พระมหากษัตริย์ การป้องกันปราบปรามอาชญากรร?การสืบสวนสอบสว?การควบคุมแหล่งอบายมุ?การให้การบริการแก่ประชาชนในรูปแบบต่า??เป็นต้?การที่จะให้งานต่าง ?ดังกล่าวข้างต้นบรรลุผล จำเป็นที่จะต้องได้บุคคลที่มีคุณสมบัติเฉพาะเป็นกรณีพิเศ?นอกเหนือจากความรู้ความสามารถ ประสบการณ์และปฏิภาณไหวพริบแล้ว จะต้องเป็นผู้ม??จริยธรรมตำรวจ” ป็นเครื่องมือชี้นำทางในการปฏิบัติหน้าที่ให้ไปสู่เป้าหมาย ของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่แท้จริ?

คำว่?“จริยธรรมตำรวจ?นั้น ประกอบด้วยคำสามคำรวมกั?มีความหมายรว??กันว่า “ความประพฤติดี ความประพฤติชอบ หรือกิริยาที่ต้องประพฤติตามแบบธรรมเนียมที่ดี ของข้าราชการตำรวจหรือตามแบบฉบับที่ดีของผู้มีอาชีพเป็นข้าราชการตำรวจ” ซึ่งจริยธรรมตำรวจนี้มีลักษณะเปรียบได้กับจรรยาแพทย์ หรือ มารยาททนายความ มิใช่เป็นเพียงเรื่องที่เกี่ยวกับกิจกรรมหรือการปฏิบัติตามหลักธรรมในทางศาสนาเท่านั้น

แต่หมายความรวมถึงหลักการสำคัญสำหรับอาชีพตำรวจและข้อปฏิบัติตามสำหรับอาชีพตำรว?อันเป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้มีอาชีพนี้มีคุณธรรม มีวินั?มีมารยาท ประพฤติตนเหมาะสมและปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพเป็นที่นิยมเลื่อมใสศรัทธาของประชาช?และเป็นที่เชื่อถือไว้วางใจ
ของรัฐบา?ซึ่งในเรื่องจริยธรรมตำรวจนี้ในบางประเทศที่มีกิจการตำรวจเจริญแล้ว ได้กำหนดโครงสร้างจริยธรรมตำรวจไว้เป็นที่แน่นอนชัดเจน แต่สำหรับกรมตำรวจของเรายังมิได้กำหนดให้ชัดเจนแน่นอนลงไ?และยังไม่มีการกำหนดวิธีการเสริมสร้างจริยธรรมตำรวจไว้เป็นแนวทางยึดถือปฏิบัต?และมีการประเมินผลกันอย่างจริงจัง

โดยความเป็นมาและเหตุผลดังกล่าวข้างต้?กรมตำรวจจึงได้กำหนดโครงสร้างจริยธรรมตำรว?วิธีการเสริมสร้างจริยธรรมตำรวจและการประเมินผลไว้เพื่อเป็นหลักการสำหรับยึดถือ และเป็นแนวทางปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาช?และรักษาความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติด้วยการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพดังนี้

? การกำหนดโครงสร้างจริยธรรมตำรวจ

กรมตำรวจได้พิจารณาแล้วเห็นสมควรกำหนดโครงสร้างจริยธรรมตำรวจไว้ให้แน่นอน โดยแบ่งองค์ประกอบของโครงสร้างจริยธรรมตำรวจออกเป็?5 ส่วน คื?

ส่วนที?1 คุณธรรมตำรวจ

ส่วนที?2 ค่านิยมของตำรว?

ส่วนที?3 อุดมคติของตำรว?

ส่วนที?4หลักการสำคัญสำหรับอาชีพตำรวจ แล?

ส่วนที?5 ข้อปฏิบัติสำหรับอาชีพตำรวจ

ซึ่งข้าราชการตำรวจทุกคนต้องเรียนรู?ยึดถือ และปฏิบัติตามดังนี?

1. ส่วนที?1 คุณธรรมตำรวจ
ให้ข้าราชการตำรวจยึดถือและปฏิบัติตามคุณธรร?4 ประการ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หั??ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทไว้ดังนี้

1.1 การรักษาความสั?ความจริงใจต่อตัวเองที่จะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรร?

1.2 การรู้จักข่มใจตนเอ?ฝึกใจตนเองให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจ ความดีนั้น

1.3 การอดท?อดกลั้?และอดออม ที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัจสุจริตไม่ว่าด้วยเหตุประการใด

1.4 การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของต?เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือ?

2. ส่วนที?2 ค่านิยมของตำรว?
ให้ข้าราชการตำรวจยึดถือและปฏิบัติตามค่านิยมของตำรว?5 ประการตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ดังนี้

2.1 พึ่งตนเอ?ขยันหมั่นเพียร และมีความรับผิดชอบ

2.2 ประหยัดและออ?

2.3 มีระเบียบวินัยและเคารพกฎหมาย

2.4 ปฏิบัติตามคุณธรรมของศาสน?

2.5 มีความรักชาต?ศาสน?กษัตริย์

3. ส่วนที?3 อุดมคติของตำรว?
ให้ข้าราชการตำรวจยึดถือและปฏิบัติตามอุดมคติของตำรว?9 ประการตามที่กรมตำรวจได้ประกาศไว้แล้วดังนี้

3.1 เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที?

3.2 กรุณาปราณีต่อประชาชน

3.3 อดทนต่อความเจ็บใ?

3.4 ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก

3.5 ไม่มักมากในลาภผล

3.6 มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อปวงช?

3.7 ดำรงตนอยู่ในความยุติธรรม

3.8 กระทำการใดด้วยปัญญ?

3.9 รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิ?

4. ส่วนที?4 หลักการสำคัญสำหรับอาชีพตำรวจ
ให้ข้าราชการตำรวจได้มีความรู้ความเข้าใจในหลักการสำคัญสำหรับผู้มีอาชีพตำรวจ ได้ยึดถือเป็นเครื่องสังวรณ์ไว้มิให?คิดผิด พูดผิด และกระทำผิ?รว?11 ประการ ดังนี้

4.1 หลักการเกี่ยวกับสถาบันการปกครอ?

ข้าราชการตำรวจต้องมีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ และพระบรมวงศานุวงค?ต้องสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ข้าราชการตำรวจต้องมีความเป็นกลางในทางการเมือ?ไม่เป็นผู้บริหารหรือกรรมการพรรคการเมืองใดๆ ไม่กระทำการใ??อันเป็นการทำให้เสียความยุติธรร?ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร?

ข้าราชการตำรวจต้องสนับสนุนนโยบายของรัฐบา?ต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ปฏิบัติตามกฏหมาย และระเบียบว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดิ?

ข้าราชการตำรวจต้องเคาร?ให้เกียรติในสถาบันศาลไม่ปฏิบัติการใดอันเป็นการละเมิดอำนาจศาล

4.2 หลักกา?เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ

ข้าราชการตำรวจต้องเป็นผู้ที่รักและหวงแหนผืนแผ่นดินไทยต้องสนใจต่อข่าวสา?เหตุการณ์และความเคลื่อนไหวที่เป็นภัยต่อประเทศชาต?ต้องรายงานเหตุการณ์ต่อผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีหน้าที่รักษาความมั่นคงปกป้องคุ้มครองอธิปไตยของชาต?ให้ความร่วมมือกับทางทหารในการระงับปราบปรามภยันตรายใด ?ที่จะเกิดขึ้นแก่ประเทศชาติ

ในการที่จะให้บรรลุผลดังกล่าวข้างต้?ข้าราชการตำรวจต้องรักษาความลับของทางราชการ เป็นผู้เสียสละ อุทิศเวล?ทรัพย์สิ?สติปัญญา ความรู?ความสามารถ ชีวิตร่างกาย ให้แก่ทางราชการและ จะต้องหมั่นฝึกฝนหาความรู้ด้านการข่าว การรักษาความปลอดภัยและศิลปการต่อสู?เพื่อช่วยเหลือทหารในยามฉุกเฉินหรือในยามสงครา?

4.3 หลักการเกี่ยวกับประชาช?

ข้าราชการตำรวจต้องเคารพและรักษาสิทธิ เสรีภาพของประชาช?ตามรัฐธรรมนู?และตามกฏหมายอื่นโดยเคร่งครัด ต้องคุ้มครองป้องกันชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของประชาช?รวมทั้งการให้การบริการในรูปแบบต่าง ?โดยไม่เลือกเหล่ากำเนิด ศาสน?ลัทธ?หรือฐานะ ให้ความสงเคราะห์ เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือประชาชนในการประกอบอาชีพโดยสุจริ?

ข้าราชการตำรวจทุกคนต้องพึงระลึกเสมอว่า การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจทั้งในด้านการรักษาความมั่นคง และการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมจะบรรลุผลสำเร็จได้ดี ต้องได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากประชาช?จึงต้องปฏิบัติต่อประชาชนเยี่ยงมิตรและมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับทุกค?

4.4 หลักการเกี่ยวกับขบวนการยุติธรร?

ข้าราชการตำรวจได้ถูกกำหนดให้มีหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม มีหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน หาตัวผู้กระทำผิด และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะพิสูจน?หรือฟ้องร้องผู้กระทำผิ?การดำเนินการดังกล่าวถือว่าเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งในขบวนการยุติธรร?ซึ่งต้องปฏิบัติงานสัมพันธ์กับอัยกา?ศา?และราชทัณฑ?จึงต้องมีความรอบรู้งานระเบียบแบบธรรมเนียมการปฏิบัต?เกี่ยวกับขบวนการยุติธรรมทุกสาข?สามารถประสานกับฝ่ายอื่นๆ ดังกล่าวข้างต้นได้อย่างกลมกลืน แนบเนียน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในการสอบสวนและการพิจารณาคดีแก่ประชาชน ไม่ก่อให้เกิดการผิดพลาดในการพิจารณาลงโทษ หรือการใช้ตัวบทกฎหมายผิดพลาด หรือปล่อยให้มีการกลั่นแกล้งใส่ความกันอันเป็นหลักการสำคัญในขบวนการยุติธรรมที่จะไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น

4.5 หลักการเกี่ยวกับกฎหมาย

ข้าราชการตำรวจมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติในฐานะของผู้รักษากฏหมายโดยเฉพาะกฏหมายที่มีโทษทางอาญา เมื่อมีผู้ละเมิดกฎหมายจะต้องเป็นผู้ดำเนินการขั้นต้?ตั้งแต่การรับแจ้งควา?รับคำร้องทุกข์ การสืบสว?การจับกุ?การค้น การตั้งข้อหา การสอบสวนคดี การให้ประกัน การฝากขังและการสั่งฟ้องไม่ฟ้องคด?

ข้าราชการตำรวจจะต้องปฏิบัติอยู่ภายใต?กฎหมาย ระเบีย?ข้อบังคับของทางราชกา?จะทำการเกินเหตุมิได้ หากทำเกินกว่าเหตุหรือตั้งข้อหาผิดจะต้องถูกกล่าวโทษหรือถูกฟ้องร้อ?อันจะเป็นทางให้ขาดความเชื่อถือ หรือถูกลงโทษทัณฑ์ขาดความเจริญก้าวหน้าในราชกา?

ฉะนั้น ข้าราชการตำรวจจึงจะต้องเป็นผู้ที่ยอมรับว่า ความรู้เกี่ยวกับตัวบทกฏหมายเป็นสิ่งสำคัญ จะต้องเรียนรู้และฝึกฝนให้เข้าใจอย่างถ่องแท้โดยไม่ประมา?

4.6 หลักการเกี่ยวกับการบริหารงาน

ข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับบัญช?ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องการบริหารงานและการพัฒนางานอย่างกว้า??และอย่างละเอีย?หลักการบริหารงานกว้า??ได้แก่การรู้จักใช้คน วัสดุครุภัณฑ?เครื่องมือสื่อสา?อาวุธยุทธภัณฑ์ เงินงบประมาณ ในการปฏิบัติหน้าที่และการบริการอย่างมีประสิทธิภา?ประหยั?ก่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุด รวมทั้งการจัดระบบขั้นตอนและวิธีการทำงานให้ตรงเป้าหมายของการบริหารงานคื?มีความสะดว?รวดเร็?ทันเวล?ถูกต้อ?ยุติธรรม และเกิดความพอใจแก่ทุ??ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติหรือการบริการต่อข้าราชการตำรวจด้วยกันหรือกับประชาชนทั่วไ?ต้องจัดให้มีระบบสั่งกา?ควบคุม ตรวจสอบที่แน่นอน

ในการบริหารงานบุคคลนั้?ต้องถือระบบคุณธรรมและความสามารถเป็นหลั?เพื่อส่งผลกระทบไปสู่การปฏิบัติงานอื่??ให้มีประสิทธิภาพสู?

ในการแก้ไขปรับปรุงหรือพัฒนาการบริหารงา?ต้องทราบถึงสาเหตุของปัญห?ทำการวิเคราะห์ วางแผนการปฏิบัติและจัดให้มีการประเมินผ?เพื่อปรับปรุงแก้ไขงานให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดี และมีความนิย?เลื่อมใส ศรัทธาระบบการบริหารงานและตัวข้าราชการตำรวจเป็นอย่างด?

4.7 หลักการเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจหน้าที่

ข้าราชการตำรวจต้องคำนึงถึงขอบเขตของอำนาจหน้าที่ที่กฎหมาย ระเบียบแบบแผ?ข้อบังคั?และคำสั่งของผู้บังคับบัญชากำหนดหรือมอบหมายต้องไม่ละเมิดขอบเขตอำนาจของตนเอง ต้องไม่กระทำการใดเกินขอบเขตอำนาจ ต้องไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนหรือปฏิบัติผิดกฎหมายเสียเอ?ต้องไม่ข่มเหงรังแกประชาช?โดยใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู?ถึงแม้ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้กระทำผิดก็ให้ดำเนินการไปตามพยานหลักฐานและขั้นตอนของกฏหมาย

4.8 หลักการเกี่ยวกับความรับผิดชอบในหน้าที่


ข้าราชการตำรวจจะต้องปฏิบัติหน้าที่โดยความเต็มใ?โดยใช้ความรู้ความสามาร?ประสบการณ์อย่างเต็มที่ เพื่อให้งานเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลตรงตามเป้าหมายของทางราชกา?ต้องมีความอดทน ขยันหมั่นเพียร ใช้ปฏิภาณไหวพริบ ความมานะพยายาม จนงานสำเร็จผ?ไม่เกียจคร้า?ละทิ้งหน้าที่โดยยังไม่มีผู้อื่นรับผิดชอบงานต่อจากต?หรือทำงานอย่างเฉื่อยชา จนทำให้งานเสียหา?ประชาชนเกิดความเสื่อมศรัทธ?

ข้าราชการตำรวจต้องพึงระลึกว่าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนั้นไม่ว่าหน้าที่ใ?เป็นสิ่งที่มีเกียรติ และน่าภาคภูมิใ?จึงจะต้องปฏิบัติให้สมกับเกียรติที่ได้รับนั้น

4.9 หลักการสร้างศักดิ์ศรีเกียรติยศและปลูกศรัทธาจากประชาช?

ข้าราชการตำรวจที่มีเจตนาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างศักดิ์ศรีเกียรติยศและปลูกศรัทธาจากประชาชนให้เกิดขึ้น จะต้องเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริ?ไม่ใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาประโยชน์โดยทางมิชอ?อันก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นในสังค?ต้องเป็นผู้ที่กล้าหา?เสียสล?มีความรอบรู้ และขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติหน้าที่และการให้การบริการ แก่ประชาชน ให้กระทำโดยเท่าเทียมเสมอหน้ากั?ด้วยหลักมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ไม่เบียดเบีย?ดูหมิ่?เหยียดหยามประชาช?วางตัวเป็นกลางในการสืบสวนสอบสว?ไม่ลำเอียง มีอคติต่อฝ่ายใดจนเสียความเป็นธรร?ให้ความอนุเคราะห์แก่ประชาชนตามฐานานุรูปโดยไม่เรียกร้องผลประโยชน์ตอบแทนใด ?มุ่งกระทำให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างมากที่สุด เมื่อเป็นอย่างนี้แล้?ข้าราชการตำรวจก็จะต้องมีศักดิ์ศร?เกียรติยศและได้รับความนิยม เลื่อมใสจากประชาชนขยายวงกว้างออกไปอย่างหาที่สุดมิได้

4.10 หลักการเสริมสร้างความสามัคคีของข้าราชการตำรว?

กรมตำรวจเป็นหน่วยงานใหญ่ มีกำลังพลมาก มีงานหลายลักษณะให้ปฏิบัต?จึงจำเป็?ต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ในสาขาต่า??มาปฏิบัติงาน เพื่อสนองความต้องการของประชาชนและประเทศชาต?การที่นำบุคคลซึ่งมีความรู้ต่างสาขากันมาปฏิบัติงา?ย่อมมีความเชื่?ทัศนคต?ค่านิย?ปทัสถา?ความคิ?ตลอดจนนิสัยใจคอที่แตกต่างกันออกไ?เมื่อมาปฏิบัติงานร่วมกันก็อาจเกิดความขัดแย้งในทางความคิดหรือการปฏิบัติ บางคนเข้ามาเป็นข้าราชการตำรวจมีเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไ?หากไม่มีเครื่องมือต่าง ?ที่จะช่วยละลายพฤติกรรมของบุคคลเหล่านี้ ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ไปในแนวทางเดียวกันแล้ว ความสามัคคีกลมเกลียวก็จะไม่บังเกิดขึ้น จะมีความอิจฉาริษยา ชิงดีชิงเด่นกั?ใส่ร้ายป้ายสีกัน มาตรการต่า??ที่เกี่ยวกับวินั?ระเบีย?ข้อบังคั?และกฏหมายที่มีอยู่ ไม่ละเอียดอ่อนพอที่จะละลายพฤติกรรมในทางความขัดแย้งกันได้โดยง่า?จึงเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่จะนำเอาศิลปการปกครองคนมาใช?รวมทั้งเร่งเสริมสร้างจริยธรรมให้เกิดขึ้นในจิตใ?โดยการอบรมชี้นำให้เห็นความถูกต้องตามทำนองคลองธรรมไปในแนวทางเดียวกั?และชี้ข้อด?ข้อเสี?ของการแตกความสามัคคี ซึ่งจะนำไปสู่ความเสื่อมเสียต่อกรมตำรวจ สังค?และประเทศชาติให้เด่นชั?

ข้าราชการตำรวจที่ดีจึงต้องช่วยกันสร้างสรรค์สามัคคีให้เกิดขึ้นทุกวิถีทา?เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจทุกคน จะต้องเลือกประพฤติปฏิบัต?แต่สิ่งที่จะก่อให้เกิดความสามัคคีกลมเกลียวกั?หากข้าราชการตำรวจทุกคน ทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อยจะได้ทำความเข้าใจกั?เห็นอกเห็นใจกั?ส่งความรัก ความเมตต?เอื้ออาร?ประสานประโยชน์ และให้อภัยซึ่งกันและกันแล้?คาดว่าความสามัคค?จะต้องเกิดขึ้นและแผ่ไพศาลขยายวงกว้างออกไปทั่วทั้งกรมตำรว?อันจะก่อให้เกิ?การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพและภาพพจน์ที่ดีในสายตาประชาชน

4.11 หลักการประชาสัมพันธ์และการประสานงา?

ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติงานผูกพันเกี่ยวข้องกับประชาชนและหน่วนราชการอื่น ?อยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็เกิดความกระทบกระทั่ง ไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ข่าวสารต่างๆ ถูกบิดเบือนให้เข้าใจผิ?ทั้งโดยไม่เจตนาและโดยเจตนาเพราะมีประโยชน์แอบแฝงอยู่เบื้องหลั?ทำให้ประชาชนและข้าราชการฝ่ายอื่น ?มองข้าราชการตำรวจไปในทางไม่ดีไม่งา?ทั้งเรื่องที่เป็นจริงและไม่เป็นจริ?การปล่อยให้ภาพพจน์ของข้าราชการตำรวจเป็นไปในลักษณะเดิ?โดยมิได้มีการแก้ไข ย่อมนำความเสื่อมเสียมาสู่วงการตำรว?ทั้งด้านการประสานงาน ด้านชื่อเสีย?เกียรติยศและศักดิ์ศร?จึงเป็นหน้าที่ของข้าราชการตำรวจทุกคนที่จะต้องประพฤติปฏิบัติตนให้ดี เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการประชาสัมพันธ์ ในการทำความเข้าใจและความรู้สึกที่ดีต่อประชาช?และสื่อมวลชน ข้าราชการตำรวจทุกคนต้องเรียนรู้เรื่องการประชาสัมพันธ?และเป็นนักประชาสัมพันธ์ที่ดี การเป็นนักประชาสัมพันธ์ที่ดีต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ดี มีปฏิภาณไหวพริ?ใช้กิริยาวาจานุ่มนวลไพเราะ ให้เกียรติยกย่องผู้อื่?ชอบให้การช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้อื่นอยู่เสม?เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จะเกิดการประสานงานที่ด?จะได้รับความร่วมมือร่วมใ?ตามมาอย่างแน่นอน

5. ส่วนที?5 ข้อปฏิบัติสำหรับอาชีพตำรวจ
ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติตามข้อปฏิบัติสำหรับผู้มีอาชีพตำรวจ เพื่อผลความสำเร็จที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้

5.1 การปฏิบัติตนในที่สาธารณะ

การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจไม่ว่าจะต่อผู้ใด จะต้องดำเนินไปโดยคำนึงถึงการสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่ประชาชน แก่ข้าราชการตำรวจทุกคน จะต้องปฏิบัติตนให้มีลักษณะสุภา?อ่อนน้อม น่าเคารพยำเกรง ดังนั้?ข้าราชการตำรวจจึงไม่อยู่ในฐานะที่ประชาชนจะดูถูกหรือเกรงกลั?เพราะประชาชนทุกคนไม่มีหน้าที่จะต้องมากลัวตำรวจ ตำรวจย่อมให้บริการแก่ประชาชนทันทีเมื่อเห็นสมควรหรือเมื่อได้รับการร้องขอโดยชอ?จะต้องปฏิบัติงานโดยไม่มีอคติ และยึดหน้าที่เป็นหลั?จะต้องช่วยเหลือผู้ประสบเคราะห์กรรม พยายามบรรเทาสาธารณภั?ไม่ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือผู้ได้รับทุกข?ช่วยให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน ในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรว?

5.2 การปฏิบัติเมื่อเข้าจับกุมหรือระงับการกระทำผิดกฎหมา?

การแสดงถึงการอุทิศจิตใจให้แก่หน้าที่และยืนยันเจตนารมย์ในการรักษากฎหมายให้ถึงที่สุดไม่ว่ากรณีใด?เมื่อมีความจำเป็นจะต้องใช้อาวุธและกำลังจะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตที่เหมาะส?ซึ่งกฏหมายกำหนดไว้เท่านั้น ขอบเขตอำนา?เหล่านี้จะต้องทำความเข้าใจไว้ให้ดีตลอดเวลา ว่ามีอำนาจเพียงใดและขอบเขตจำกัดแค่ไห?การปฏิบัติจะต้องแสดงออกไปโดยใช้มาตรการรุนแรงน้อยที่สุดและเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

5.3 การปฏิบัติหน้าที่สืบสวนสอบสว?

ในฐานะข้าราชการตำรวจเป็นผู้ให้ความยุติธรรมระหว่างผู้ถู?กล่าวหาและผู้ต้องห?ข้าราชการตำรวจต้องรักษาบทบาทของการไม่มีอคติต่อฝ่ายใด สนใจรับฟัง ถ้อยแถลงการกล่าวอ้างและพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายจะนำมาแสดง อำนวยความสะดวกให้ทุกคนมีโอกาสพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอ?ไม่ปฏิบัติการทำนองเยาะเย้ย ดูหมิ่นผู้ใดแม้จะเป็นผู้ที่กระทำผิดจริ?พอใจที่จะใช้มาตรการทางกฎหมายเท่านั้น

ดังนั้?ข้าราชการตำรวจจะต้องหมั่นฝึกฝนตนเองให้มีจิตใจหนักแน่นไม่ฟังความข้างเดียว ไม่ด่วนสรุปหรือตัดสินใจโดยปราศจากข้อมูลและพยานหลักฐา?แต่ใช้วิจารญาณอย่างดีที่สุดประกอบการปฏิบัติหน้าที่

5.4 การรับของขวั?รางวัล หรือให้อภิสิทธิ์

ภารกิจตามหน้าที่ของข้าราชการตำรวจเป็นที่ยอมรับว่าหนักและยากเป็นงานที่ต้องควบคุมตัวเอ?ต้องทำตนให้มีเกียรติและเสียสละ จึงต้องระมัดระวังอย่าให้ตกไปอยู่ในฐานะที่ประชาชนคนหนึ่งคนใดจะมาหวังสิทธิพิเศษจากข้าราชการตำรวจ เช่น การรับของขวั?ของกำนัลหรือรับสิทธิ์พิเศษจากประชาชนไม่ว่าจะเป็นของมีค่าหรือสินน้ำใจเล็ก ?น้อย ?เพราะการกระทำเหล่านี้อาจจะถูกมองไปในแง่มีบุญคุณต่อกั?รักใคร่ชอบพอกั?อันอาจจะชักนำให้ปฏิบัติการนอกหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที?

5.5 การเป็นประจักษ์พยา?

ข้าราชการตำรวจทุกคนจะต้องคำนึงถึงการพิจารณาคดีและให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่า?ไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำความผิดหรือผู้บริสุทธิ?จะต้องมีความแน่ใจกับพยานหลักฐานที่จะใช้ประกอบการพิจารณาโดยไม่มีอคติหรือมุ่งร้า?ดังนั้?ข้าราชการตำรวจจะต้องไม่คำนึงถึงบุคคลด้วย ฐานะทางเชื้อชาติ ศาสน?ภาษา สังค?เศรษฐกิจ หรือฐานะอื่นใด นอกจากความเป็นคนเท่าเทียมกันเพื่อให้คำให้การของข้าราชการของตำรวจเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือและมีความยุติธรรมอย่างแท้จริ?

ข้าราชการตำรวจจะต้องยอมเสียสละเวลา ในการพัฒนาแนวความคิดความชำนาญงาน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในการให้กา?เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริ?แห่งคด?เพราะในบางครั้งมีแต่เพียงคำให้การของข้าราชการตำรวจเท่านั้น ที่จะใช้เป็นประจักษ์พยาน

5.6 การปฏิบัติตนในฐานะผู้บังคับบัญชา

ข้าราชการตำรวจจะต้องเอาใจใส่ดูแลผู้ใต้บังคับบัญช?ประพฤติตนเป็นตัวอย่างสามารถเป็นที่ปรึกษาและที่พึ่งของผู้ใต้บังคับบัญชา มีความรับผิดชอบและไม่ผลักความรับผิดชอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชา มีลักษณะผู้นำที่พร้อมจะน?ผู้ใต้บังคับบัญช?ฟันฝ่าอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา หมั่นอบรมตักเตือ?ให้ความรู้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาเกี่ยวกับงานในหน้าที่รับผิดชอบ

5.7 การปฏิบัติตนในฐานะผู้ใต้บังคับบัญช?

ข้าราชการตำรวจจะต้องเคารพเชื่อฟังผู้บังคับบัญช?รักษาระเบียบวินัยและความสามัคคีในหมู่คณะ พร้อมที่จะอุทิศตนให้แก่หน้าที่ราชการ โดยไม่หลีกเลี่ยงเกี่ยงงอ?มีศรัทธาในหน้าที่และผู้บังคับบัญชา

5.8 การปฏิบัติตนในฐานะเพื่อนร่วมงา?

ข้าราชการตำรวจจะต้องมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกั?สร้างความสามัคคีปรองดองในหมู่คณะ รวมกันปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยยึดวัตถุประสงค์ส่วนรว?ของหน่วยเป็นหลัก ไม่อิจฉาริษยาหรือสร้างปัญห?แต่ตรงกันข้า?พยายามเสริมสร้าง พัฒนางานทั้งในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนและของหน่วยให้ดีขึ้?

5.9 การปฏิบัติตนของข้าราชการตำรว?

ข้าราชการตำรวจจะต้องคำนึงเสมอว่า ประชาชนมองตนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้?เมื่อนอกเวลาราชการหากประพฤติตนไม่สมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่เคารพกฏหมา?ย่อมส่งผลสะท้อนกลับมาสู่หน้าที่การงา?ทั้งโดยส่วนตัวและส่วนรวม หรือหน่วยงานทั้งหม?ประชาชนต้องการจะเห็นว่าข้าราชการตำรวจประพฤติตนดี น่าเอาเป็นตัวอย่างทั้งในและนอกหน้าที?รู้จักใช้จ่ายอย่างประหยั?และวางตนให้เหมาะสม แก่กาลเทศะ พยายามสร้างครอบครัวให้ดีมีความสุ?ไม่หมกหมุ่นในอบายมุขทั้งหลาย เพื่อเป็นการรักษาเกียรติยศและขนบธรรมเนียมที่ดีไว?ผู้ที่เชื่อและเคารพในเกียรตินี้ย่อมไม่ทำอะไรให้เกิดการเสื่อมเสีย ในทางตรงข้าม ทุกคนจะต้องช่วยกันสร้างศรัทธาให้เป็นตัวอย่างแก่ประชาชนทั้งในด้านศีลธรร?ความเข้มแข็งอดทน และการอุทิศตนต่อการงาน

5.10 การเยี่ยมเยียนผู้ได้รับบาดเจ็บ

ข้าราชการตำรวจที่มีคุณธรรมและเป็นนักประชาสัมพันธ์ย่อมจะต้องพิจารณาเห็นว่?ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการเจ็บป่วยจิตใจย่อมไม่ปกติ ต้องการผู้ที่ม?เยี่ยมเยียนและเอาใจใส่ ฉะนั้น ไม่ว่าผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากผลในทางคด?ในฐานะผู้เสียหาย หรือผู้ต้องหาหรือบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุชนิดต่าง ?เช่น ถูกรถยนต์ช?ถูกไฟไหม?หากข้าราชการตำรวจจะได้ใช้เวลาที่ว่าง จากราชการสำคัญอื่น ?ไปเยี่ยมเยียนและอาจมีสิ่งของเล็ก ?น้อย ?ไปฝา?ก็จะทำให้เป็นที่ชื่นอกชื่นใจ ของผู้เจ็บป่วยและญาติมิตรของเข?เป็นทางให้ได้รับความร่วมมือในการสืบสวนสอบสวนคด?ในการป้องกันอาชญากรร?และช่วยเสริมสร้า?ความมั่นคงให้แก่ชาติ เพราะเป็นการดึงมวลชนมาเป็นฝ่ายรัฐบาล

5.11 การปฏิบัติต่อเพื่อนบ้านใกล้เคียง เยาวชนและเด็?

ข้าราชการตำรวจพึงระลึกว่าตนเองนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างภาพพจน์ที่ดีให้กับข้าราชการตำรวจเป็นส่วนรวมและกรมตำรว?ฉะนั้น หากได้เริ่มประพฤติปฏิบัติกับเพื่อนบ้านใกล้เคียงในระแวกหมู่บ้านที่อาศัยอยู่อย่างมีมนุษยสัมพันธ์ โดยใช้กริยาวาจ?ไพเราะนุ่มนว?ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเมื่อเขาได้รับความเดือดร้อน หรือมีธุระจำเป็น ก็ช่วยให้คำแนะนำ บอกวิธีการแก้ปัญหาหรือช่วยเป็นธุระจัดทำให้ ก็จะทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดี โดยเฉพาะการปฏิบัติที่เป็นมิตรกับเยาวชนและเด็?จะทำให้พ่อแม่ญาติพี่น้องเขาเกิดความพอใจรักใคร่และให้ความร่วมมือกับข้าราชการตำรวจ เป็นการสร้างภาพพจน์ที่ดีให้เกิดขึ้นแก่ข้าราชการตำรวจเป็นส่วนรวมและกรมตำรวจ

? วิธีการเสริมสร้างจริยธรรมตำรวจ

เพื่อให้การเสริมสร้างจริยธรรมตำรวจได้ปลูกฝังลึกเข้าไปในจิตใจขอ?ข้าราชการตำรวจจนเกิดเป็นความรู?ความคิดที่ดี เป็นนิสัยความเชยชิ?เป็นค่านิยมประจำตัวของข้าราชการตำรวจทุกนาย ในการที่จะประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน?แก่ประชาชนและประเทศชาต?แก่กรมตำรวจและแก่ตนเอง

กรมตำรวจจึงใคร่ขอกำหนดวิธีการเสริมสร้างจริยธรรมตำรวจไว้ดังนี?

1. ให้รองอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายบริหาร มีหน้าที่ในการวางมาตรการ ควบคุมและสั่งการ เกี่ยวกับการดำเนินการเสริมสร้างจริยธรรมตำรวจของหน่วยงา?ในสังกัดกรมตำรวจทุกระดับ โดยมีศูนย์ประชาสัมพันธ์กรมตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินกรรมวิธี

2. ให้ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรมตำรวจร่วมกับกองวิชาการ ดำเนินการจัดพิมพ์เอกสารแจกจ่าย เผยแพร่และอธิบายความหมายของจริยธรรมตำรวจไปยังหน่วยงานต่า??ของกรมตำรว?รวมทั้งจัดวิทยากรบรรยายเรื่องจริยธรรมตำรวจ ให้ทราบซึ้งเข้าไปในจิตใจ ของข้าราชการตำรวจทุกคน ให้ถือว่าการเสริมสร้างจริยธรรมตำรวจเป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยให้การประชาสัมพันธ์ของกรมตำรวจดีขึ้น

3. ให้ผู้บัญชาการศึกษาพิมพ์เอกสารเรื่องจริยธรรมตำรว?แจกจ่ายให้กับผู้เข้ารับการอบรมทุกหลักสูต?โดยจัดให้มีชั่วโมงบรรยายเรื่องจริยธรรมตำรว?จะจัดไว้ในชั่วโมงของ หลักสูตร หรือจะจัดไว้เป็นหลักสูตรเพิ่มเติ?โดยใช้เวลาไม่น้อยกว่?6 ชั่วโม?ให้มีการทดสอบหรือการวัดผลด้ว?

4. ให้ผู้บัญชาการหรือตำแหน่งเทียบเท่ามีหน้าที่ในการวางมาตรการควบคุม ดูแลการเสริมสร้างจริยธรรมตำรวจของหน่วยงานในสังกัดให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กรมตำรวจวางไว้ และให้มีอำนาจหน้าที่กำหนดข้อปฏิบัติปลีกย่อยเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมตำรวจ เพื่อให้ เหมาะสมกับหน่วยงานและหน้าที่รับผิดชอบของหน่วยนั้??

5. ให้จเรตำรวจกำหนดแผนการตรวจงานจริยธรรมตำรวจไว้ในแผนกา?ตรวจงานประจำปี โดยให้ถือว่า เป็นหน้าที่สำคัญอันหนึ่งที่จะต้องตรว?ให้ตรวจหลักฐานเกี่ยวกับการฝึกอบรมจริยธรรมตำรวจของหน่วยงานที่ไปตรวจ ให้ทดสอบความรู้ความเข้าใจเรื่องจริยธรรมตำรวจในระหว่างที่ไปตรวจงานด้ว?โดยทำการทดสอบความรู้ความเข้าใจเรื่องจริยธรรมตำรวจโดยกระทำทางวาจา หรือลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนและเร่งเร้าอีกครั้งหนึ่ง

6. ให้ผู้บังคับบัญชาตำแหน่งผู้บังคับการ ผู้กำกับกา?สารวัตรใหญ?สารวัต?และตำแหน่ง เทียบเท่?จัดให้มีการอบรมเรื่องจริยธรรมตำรวจ แก่ข้าราชการ ตำรว?ในปกครองทุ?ตำแหน่งและชั้นยศ ให้มีการทดสอบหรือวัดความรู้ความเข้าใจโดยทำหลักฐานไว้ให้หน่วยเหนื?ตรวจสอบได้ทุกเวล?โดยให้กระทำเป็นประจำทุกช่ว?6 เดือ?หรือปีละ 2 ครั้?

7. ให้ข้าราชการตำรวจทุกคนถือเป็นหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งในการพัฒนาตนเอง ให้เป็นผู้ที่มีจริยธรรมตำรวจครบถ้วนบริบูรณ์ตามเป้าหมายที่กรมตำรวจวางไว?เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติสังคมตำรวจและตนเอง เพื่อที่จะได้ชื่อว่า
เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริ?

? การประเมินผล

ให้มีการประเมินผลการเสริมสร้างจริยธรรมตำรว?เพื่อวัตถุประสงค์ในการนำมาปรับปรุง วิธีการเสริมสร้างจริยธรร?และประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ที่มีจริยธรรมดีเด่น ดังนี้

1. ให้ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรมตำรวจวางระเบียบและหลักเกณฑ?ในการประเมินผลหน่วยงานและตัวข้าราชการตำรวจไปให้หน่วยงานระดับต่าง ?
ถือปฏิบัติ

2. ให้ผู้บังคับกา?ผู้กำกับกา?สารวัตรใหญ?สารวัตรและตำแหน่งเทียบเท่า ประเมินผลการเสริมสร้างจริยธรรมเป็นรายหน่วยและรายบุคค?แล้วรายงานไปยังกองบัญชาการหรือเทียบเท่?

3. ให้กองบัญชาการรวบรวมเอกสารการประเมินผลดังกล่าวมาในข้?1 ไปยังกรมตำรว?โดยผ่านศูนย์ประชาสัมพันธ์กรมตำรว?

4. ให้ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรมตำรวจนำผลของการประเมินมาให้ดำเนินการ ดังนี้

4.1 นำมาปรับปรุงระบบและวิธีการเสริมสร้างจริยธรรมตำรว?ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น หากว่าการปฏิบัติแต่เดิมนั้นยังไม่ดีเท่าที่คว?

4.2 ให้นำคะแนนการประเมินผลของหน่วยงานหรือตัวข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับการประเมินดีเด่นในด้านจริยธรรมกรมตำรว?
ไปใช้ในการให้รางวั?หรือประกาศเกียรติคุณ เพื่อให้กำลังใจและเป็นตัวอย่างแก่หน่วยงานหรือข้าราชการตำรวจคนอื่??

4.3 นำผลการประเมินมาใช้กับกิจการอื่น ?ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการปกครองบังคับบัญชาและการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ

5. ให้ผู้บังคับบัญชาของข้าราชการตำรวจที่มีคะแนนสูงสุด จากการประเมินผลในด้านจริยธรร?นำผลคะแนนนั้นไปใช้ดังนี้

5.1 นำไปใช้การพิจารณาให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศ?เมื่?ข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีผลการปฏิบัติงานดีเด่น

5.2 สำหรับผู้ที่มีคะแนนในการประเมินผลต่ำ หรือมีจริยธรรมตำรวจบกพร่องมา?ให้ผู้บังคับบัญชาอบรมตักเตือนเป็นกรณีพิเศษ หากไม่ดีขึ้นในระยะที่กำหนดให้พิจารณาโทษทัณฑ์ตามสมควรแก่กรณ?

6. ให้ถือว่างานเสริมสร้างจริยธรรมตำรวจเป็นงานสำคัญอันหนึ่งของกรมตำรวจ ซึ่งอยู่ในสายงานบริหารของกรมตำรว?ห้รองอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายบริหา?ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอ?ดำเนินการต่า??ให้เป็นไปตามขั้นตอ?วิธีกา?และเป้าหมายที่กรมตำรวจกำหนดไว้

ทั้งนี?ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ?วันที่ 24 กันยาย?2525




พลตำรวจเอก สุรพ?จุลละพราหมณ์
(สุรพ?จุลละพราหมณ์)
อธิบดีกรมตำรวจ

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 5:00 PM