จริยธรรมในวิชาชี?/div>
 


โด?: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วริย?ชินวรรโณ
ภาควิชามนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล

ที่ม?: ชุดบทความประกอบการสัมมนา เรื่อง "จริยธรรมในวิชาชี?quot;
วันที่ ๒๖ - ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๑ ห้องราชเทวีแกรนด์บอลรู?br> โรงแรมเอเชีย ถนนพญาไท กรุงเทพฯ

โดยการสนับสนุนขอ?br> สำนักงานกองทุนสนัุบสนุนการวิจั?(สก?)


***

คำว่?"วิชาชี?(profession)" นั้น มีผู้อธิบายความหมายไว้คล้ายคลึงกัน หรือแตกต่างกันดังนี้ วิลเบอร์?อี. มัวร?(Wilbert E. Moore) อธิบายว่?วิชาชีพคือ การประกอบอาชีพเต็มเวลา โดยผู้ประกอบวิชาชี?(professional) อุทิศเวลาให้แก่อาชีพนั้น ?ผู้ประกอบวิชาชีพอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเดียวกั?และมักมีการจัดตั้งสมาคมวิชาชีพอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องมีความรู้และทักษะในการประกอบวิชาชีพนั้??อันเป็นผลมาจากการที่ได้รับการฝึกอบรม หรือการศึกษาตรงตามสาขาที่ประกอบวิชาชีพ นอกจากนี้ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องยึดมั่นอยู่กับกฎเกณฑ์ของการประกอบวิชาชี?ปฏิบัติงานและให้บริการด้วยจิตสำนึกในวิชาชี?ตลอดจนมรความเป็นอสระในการประกอบวิชาชีพ อันเนื่องมาจากการที่ผู้ประกอบวิชาชีพมีความเชี่ยวชาญในการประกอบวิชาชีพของตนในระดับสูง (?

ความหมายของคำว่า "วิชาชี?quot; ตามที่มัวร์ได้อธิบายไว้นี้ ค่อนข้างจะคล้ายคลึงกับความหมายที่ตินปรัชญ์พฤทธิ์ได้ให้ไว้ในหนังสือชื่อ "วิชาชีพนิยมของระบบราชการ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าิอยู่หั?quot; โดยเน้นว่า ความเป็นวิชาชี?หรือวิชาชีพนิย?(professionalism) นั้น หมายถึงสิ่งที่กลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งยึดถือว่?องค์ควารู้ หรือความรอบรู้เกี่ยวกับอาชีของตนมีค่?และพยายามผลักดันให้สาธารณชนยอมรับสถานภาพอาชีพของตน (?

อนึ่?คำว่?"profession" ที่แปลว่?"วิชาชี?quot; นี้ได้รับการแปลความหมายในพจนานุกรม Oxford Advanced Learner's Dictionary ไว้ดังนี?"profession: paid occupation especially one that requires advanced education and training" ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่?"วิชาชี?หมายถึ?อาชีพที่ได้รับค่าตอบแท?โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องเป็นอาชีพที่ต้องการการศึกษา และการฝึกอบรมในระดับสู?quot; (? ซึ่งก็ตรงกับที??เสถบุต?ได้อธิบายคำแปลของคำว่า "profession" ไว้ในพจนานุกรม New Modern English-Thai Dictionary ว่?คำว่?"profession" นั้น หมายถึ?"อาชีพที่ใช้การศึกษาสูง เช่น ทนายความแพทย?วิศวกร คร?ฯล?quot; ยังมีคำอื่?ๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งล้วนมีความหมายว่?"อาชี?quot; แต่ไม่ใช่วิชาชีพ ได้แก่คำว่?"career" ซึ่งแปลว่าอาชี?แต่ไม่ใช่วิชาชีพ คำว่?"trade" ซึ่งหมายถึงอาชีพทั่ว ?ไป รวมทั้งการค้?แต่ไม่รวมการกสิกรร?และยังมีกิจวัตรอื่??ที่อาจจะเป็นอาชี?หรือไม่เป็นอาชีพก็ได?ดังนี้ avocation, calling, employment, occupation, pursuit, voaction โดยทั่??ไปคำเหล่านี้แปเป็นาษาไทยว่าอาชีพทั้งสิ้น (? ดังนั้?จึงขพอสรุปได้ว่า คำว่?"วิชาชี?quot; นั้น มีคำแปลคำเดียยในภาษาอังกฤษคือคำว่า "profession"

นอกจากนี?ติ?ปรัชญพฤทธิ?ยังเสนอเกณฑ์ของวิชาชีพนิยมในระดับมหภาค (ทั้งตามแนวทางประวัติศาสตร์ และแนวทางที่มิใช่ประวัติศาสตร์" และระดับจุลภาค หรือระดับบุคคล ดังต่อไปนี?

 

เกณฑ์ของวิชาชีพนิยมในระดับมหภา?/p>

แนวตามประวัติศาสตร?/p>

? การประกอบอาชีพเต็มเวลา
? การจัดแผนงานการศึกษาโดยสมาคมวิชาชี?br> ? การจัดตั้งสมาคมวิชาชีพ และการออกกฎหมายรับรองสถานสภาพของวิชาชี?br> ? การมีจรรยาบรรณวิชาชี?br> ? การมีองค์ความรู้ที่เป็นระบ?br> ? การเป็นที่ยอมรับของสังคม
? การมีความรอบรู้ในวิชาชีพ
? การให้บริการตามมาตรฐานวิชาชี?br> ? การมีความเป็นอิสระในวิชาชี?/p>

เกณฑ์ของวิชาชีพในระดับจุลภาคหรือระดับบุคคล

๑๐. การได้รับการศึกษาตรงตรามสาขาวิชาที่ประกอบอาชีพ
๑๑. การมีผู้คอยสนับสนุนในการประกอบอาชี?br> ๑๒. การมีการวางแผนล่วงหน้าที่จะประกอบอาชีพ
๑๓. การมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงา?br> ๑๔. การมีความกระตือรือล้นในวิชาชีพ
๑๕. การประพฤติตามจรรยาบรรณวิชาชี?br> ๑๖. การมีความจงรักภักดีและความผูกพันต่อวิชาชีพ
๑๗. การมองเห็นอนาคตในการประกอบวิชาชี?br> ๑๘. การมีความเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพของตน (?

 

จากเกณฑ์ที่ได้กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่ามีหลายข้อที่คล้ายคลึงกับคำจำกัดความของคำว่า "วิชาชี?quot; ตามที่มัวร์ได้ระบุได?นอกจากนี?ติ?ปรัชญพฤทธิ?ไ้ด้่เน้นความสำคัญของการจัดตั้งสมาคมวิชาชี?และการออกกฎหมายรับรองสถานภาพของวิชาชีพว่าเป็นประเด็นที่สำคัญมา?เพราะสมาคมวิชาชีพจะอาศัยอำนาจตามกฎหมายของสมาคม ในการกำหนดหลักจริยธรรมของวิชาชีพนั้น ?ต่อไ?/p>

นักวิชาการอีกผู้หนึ่งคือ ทาลคอทท์ พาร์สันส?(Talcott Parson) ได้เน้นความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพไว้เป็นอย่างมา?ซึ่งความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพตามทรรศนะของพาร์สัน นั้น มีลักษณะเดียวกับคุณสมบัติของ "มนุษย์สมัยใหม่" (modern man)" ในสังคมยุคปัจจุบันเป็นอันมาก (? กล่าวคือ "มนุษย์สมัยใหม่" จะต้องมีศรัทธาในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย?เชื่อมั่นในความสามารถของมนุษย์ในการมีอำนาจเหนือธรรมชาต?วางแผนชีวิตไว้ล่วงหน้า ตรงเวล?สม่ำเสมอ และเป็นระเบียบเรียบร้อ?ในการดำเนินชีวิตกิจการทั้งหลายทั้งปวงเป็นปัจเจกชนที่พึ่งตนเองได้ อ่านหนังสือพิมพ์ ชอบอยู่ในเมืองใหญ่ ใช้ความสำเร็จของตนเองเป็นบันได้ในการเลื่อนชั้นทางสังคม และที่สำคัญคือต้องมีการศึกษาดี เพราะการศึกษานั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการสร้างมนุษย์สมัยใหม่ หรือผู้ประกอบวิชาชีพ (?

สำหรับกรณีของประเทศไทยนั้น อาจกล่าวได้ว่าคนไทยเริ่มรู้จักคำว่?"วิชาชี?quot; เป็นครั้งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หั?และวิชาีชีพแรกที่คนไทยรู้จักก็คื?strong>วิชาชีพข้าราชการ จะเห็นได้่จากการที่พระองค์ทรงปฏิรูปโครงสร้างของระบบราชกา?ตลอดนจนการบริหารประเทศให้ทันสมัยทัดเทียมนานาอารยประเทศ ดังที่เราทราบกันดีว่?พระองค์ทรงดำเนินนโยบายตามพระราชบิดาของพระองค์คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการปรับปรุงประเทศให้เป็นสมัยใหม่ (modernization) ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราช์นั้น ตั้งแต่รัชสมัยของพระองค์ใน ??๒๔๑๑ จนถึ???๒๔๕๓ อันเป็นปีสุดท้ายแห่งรัชกาลของพระองค์

ดังนั้?คำว่?"วิชาชี?quot; (profession) จึงเริ่มช้กันเป็นครั้งแรกในรัชกาลที่ ?แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ หมายถึงวิชาชีพข้าราชกา?และการประกอบวิชาชี?นั้น หมายถึ?การประกอบวิชาชีพข้าราชการนั่นเอง ส่วนสาเหตุที่ทรงปฏิรูปการปกครองประเท?และก่อให้เกิดการมีวิชาชีพข้าราชการนั้น สืบเนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ ดังต่อไปนี?/p>

ปัจจัยภายใ?เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์นั้น ยังทรงพระเยาว์ มีพระชนมายุเพียง ๑๕ พรรษ?อำนาจในการปกครองประเทศส่วนใหญ่ตกอยู่กับกลุ่มตระกูลบุนนาค ซึ่งมีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ?(ช่วง บุนนาค) ต้นตระกูลบุนนา?เป็นผู้นำบุคคลในตระกูลนี้หลายค?ดำรงตำแหน่งสำคัญ ?ในวงราชการขณะนั้นแทบทั้งสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเป็นการจำเป็นอย่างยิ่งที่พระองค์จะต้องทรงดำเนินการดึงอำนาจกลับสู่ถาบันพระมหากษัตริย?/p>

ปัจจัยภายนอก ได้แก่ อิทธิพลของประเทศมหาอำนาจตะวันต?ซึ่งเข้ามาในประเทศไทยก่อนสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หั?แนวคิดตะวันต?ทั้งทางด้านการเมือ?การปกครอ?ตลอดจนวิทยาศาสตร?เทคโนโลยีได้เข้ามามีอิทธิพลต่อสังคมไทย ในการปรับปรุงประเทศหลายประกา?อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกเหล่านั้น มิได้จำกัดอยู่ในแวดวงชนชั้นสูงกลุ่มเดียวเท่านั้น หากแต่ได้ขยายสู่สามัญชนด้ว?ทั้งนี้เนื่องจากว่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที??เป็นต้นม?มีคนไทยจำนวนหนึ่งไปศึกษาอบรม ดูงา?ในประเทศตะวันต?และได้รับอิทธิพลทางความคิดจากต่างประเทศมาไม่น้อย จึงหวังที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศไปในแนวทางแบบตะวันตกมากยิ่งขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ภัยของลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตกก็เป็นสิ่งที่ตระหนักกันโดยทั่วไ?ทั้งในหมู่ชนชั้นสู?และสามัญชนโดยทั่วไ?ประเทศในเอเชียหลายประเทศได้ตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศมหาอำนาจยุโรป ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และฮอลันดา

ด้วยเหตุผลดังกล่าวมาแล้ว รัชกาลที??จึงทรงปรับปรุงประเทศให้สอดคล้องกับแนวทางตะวันต?และการปรับปรุงประเทศที่สำคัญคื?การปฏิรูปการปกครองและระบบราชกา?ทั้งนี้โดยตรงมุ่งหวังที่จะพัฒนาวิชาชีพนิยมระบบราชการ และข้าราชการไทยให้มีความเข้มแข็ง และมีความรู้พอที่จะต่อสู่กับศัตรูจากภายนอกประเทศได?การปรับปรุงประเทศที่สำคัญก็คือ การปฏิรูปการปกครองและระบบราชกา?ซึ่งผลสำคัญของการปฏิรูประบบราชการนี้ อาจแบ่งออกได้เป็??ประการ ดังนี้

? ทำให้อาชีพข้าราชการกลายเป็นวิชาชีพขึ้น ทั้งนี้ดังได้กล่าวแล้วในตอนต้นว่าวิชาชีพ คื?การประกอบอาชีพเต็มเวลา และมีค่าตอบแทนเป็นเงินเดือ?ซึ่งแนวคิดเกี่ยวกับวิชาชีพนี้เริ่มขึ้นในประเทศตะวันต?เมื่อมีความเปลี่ยนแปลง เศรษฐกิจจากระบบการผลิตเพื่อยังชีพมาเป็นระบบทุนนิยม และสำหรับในประเทศไทยนั้นเมื่อเวลาผ่านไ?คำว่าวิชาชีพนี้ก็ได้ขยายขอบเขตไปผนวกวิชาชีพอื่??เข้าไว้ด้ว?/p>

? ทำให้เกิดมีสิ่งที่เรียกว่า "จรรยาบรรณวิชาชีพ" หรือในงานวิจัยนี้จะใช้คำว่?"จริยธรรมในวิชาชี?quot; ขึ้น เพื่อควบคุมความประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพข้าราชการขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไท?เหตุที่ในงานวิจัยนี้จะใช้คำว่า "จริยธรรมในวิชาชี?quot; แทนคำว่า "จรรยาบรรณวิชาชีพ" นั้น ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า คำว่?"จรรยาบรร?quot; นั้น เป็นการนำเอาคำว่?"จริย" มาสมาสกับคำว่า "บรรณ" ตามความหมายแล้วน่าจะแปลว่า "หนังสือจรรยา" มิใช่หลักแห่ความประพฤติตามที่มีผู้นำมาใช้กับวิชาชีพต่า??ประสงค์จะให้เป็นเช่นนั้น และอันที่จริงแล้?คำว่?"จรรยาบรร?quot; เป็นคำที่เกิดภายหลังคำว่?"จริยธรรม" ซึ่งเป็นคำที่เก่ากว่?และมีความหมายตรงกับคำว่า "จรรยาบรร?quot; และเนื่องจากคำว่?"จริยธรรม" นั้น ได้มีผู้นิยามความหมายไว้มากมาย จึงจะขอยกความหมายทั่??ไปพอสังเขปดังต่อไปนี?/p>

พระราชชัยกวี (ภิกขุพุทธทาส อินฺทปญโ? กล่าวว่าจริยธรรมแปลว่า เป็นสิ่งที่พึงประพฤต?จะต้องประพฤต?ส่วนศีลธรรมนั้นหมายถึง สิ่งที่กำลังประพฤติอยู?หรือประพฤติแล้?จริยธรรม หรือ ethics อยู่ในรูปของปรัชญา คื?สิ่งที่ต้องคิดต่้องนึก ส่วนเรื่องศีลธรรมหรื?morality นี้ต้องทำอยู่จริ??เพราะเป็นปัญหาเฉพาะหน้?(?

พระราชวรมุณี (ประยุท?ปยุตฺโ? ได้อธิบายความหมายของคำว่?"จริยธรรม" ไว้ว่า จริยธรรม มาจากคำว่าพรหมจรรย?ซึ่งในพุทธศาสนาหมายถึง มรรค คื?วิธีการปฏิบัติสายกลา?ประกอบด้วยองค์ประกอบ ?ประการ บางครั้งก็เรียกว่า "ไตรสิกขา" คื?การศึกษา ?ประการ อันได้แก?ศี?สมาธ?ปัญญา่ ดังนั้?จริยธรรม หรือพรหมจรรย?มรรค และไตรสิกข?ทั้งหมดนี้เป็นทางปฏิบัติเพื่อนำมนุษย์ไปสู่จุดหมายในชีวิต (๑๐)

ระวี ภาวิไล ให้ความหมายว่า ชีวิตคือการมีคนและมีโลกสัมพันธ์กัน จริยธรรมเป็นหลักกำหนดว่า ตนมุ่งอะไรในโล?และพึงปฏิบัติอย่างไร จึงแบ่งจริยธรรมออกเป็น ?ข้?คื?? รู้จักโล?รู้จักตน ? รู้จักทุกข?รู้จักชีวิ?? รู้จักทุกข์ในชีวิต (๑๑)

วิทย?วิศทเวทย?อธิบายว่?จริยธรรม คื?ความประพฤติตามค่านิยมที่พึงประสงค์ โดยใช้วิชาจริยศาสตร์ศึกษาพฤติกรรมด้านคุณค่?สามารถวิเคราห์ค่านิยมที่เป็นคู่กัน (dichotomy) สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งมดดี ควรกระทำ และสิ่งใดควรละเว้น (๑๒)

สาโร?บัวศรี กล่าวว่า จริยธรรม คื?หลักความประพฤติที่อบรมกิริยา และปลูกฝังลักษณะนิสัยให้อยู่ในครรลองของคุณธรรมหรือศีลธรร?(๑๓)

สุลักษณ์ ศิวรักษ์ มีความเห็นว่?จริยธรรมคือสิ่งที่คนในสังคมเกิดความเชื่อถื?ซึ่งมีตัวตนมาจาก ปรมัตถสัจจ?ในลัมธิศาสนาอื่น ?ถ้าเข้าใจปรมัตถสัจจะชัดแจ้?และประพฤติตามนั้?จริยธรรมในสังคมย่อมเป็นผลพลอยได้ ให้บังเิกิดความยุติธรร?ความเมตตาปรานี และความเป็นอิสระแก่กัน แต่ความลำบากอยู่ตรงที่เมื่อยังเข้าไม่ถึงตัวปรมัตถสัจจะ การตีความในเรื่องปรมัตถให้ชัดแจ้งเป็นไปได้ยา?แม้เข้าใจชัดก็น่ามาปฏิบัติให้เต็มภาคภูมิได้ยาก (๑๔)

จำรั?ดวงธิสาร กล่าวว่า จริยธรรมมีความหมายตามหลักพระพุทธศาสนาว่าเส้นบรรทัด และเครื่องกล่อมเกลาให้มนุษย์เคลื่อนไหว ประพฤติปฏิบัติทางกาย วาจา และใจอย่างมีกติก?(๑๕)

สุภา ศิริมานนท์ ได้ให้ความหมายไว้ว่า จริยธรรม คื?ธรรมจริย?ซึ่งหมายถึ?คำสอนเกี่ยวกับความประพฤต?และท่านใช้คำว่?"จริยธรรมของหนังสือพิมพ?quot; แทนคำว่า "จรรยาบรรณของหนังสือพิมพ์" ในหนังสือของท่าน ซึ่งกล่าวถึงหลักความประพฤติของนักหนังสือพิมพ?(๑๖)

ก่?สวัสดิพาณิชย?สรุปว่?จริยธรรม คือประมวลความประพฤติและความนึกคิดในสิ่งดีงามและเหมาะสม จริยธรรมในสมัยก่อนและสมัยปัจจุบั?ในชนชทและในเมืองก็มีทั้งที่ดีและเลวเหมือนกัน (๑๗)

ดังนั้?หากจะกล่าวโดยสรุ?นักวิชาการส่วนใหญ่เหล่านี้ลงความเห็นว่?จริยธรรม คื?หลักการที่มนุษย์ในสังคมยึดถือปฏิบัติ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขในสังคมนั่นเอ?และเมื่อนำไปใช้กับการประกอบวิชาชีพ หรือเรียกง่า??ว่าการทำงา?ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ ก็ย่อมหมายความว่?มนุษย์ย่อมจะต้องมีจริยธรรมในการทำงาน หรือการประกอบวิชาชีพ เพราะในการทำงา?มนุษย์ย่อมต้องมีสังคมซึ่งประกอบด้วยคนหลายค?เนื่องจากในวงการของการทำงานนั้?การทำงานคนเดีย?ย่อมเป็นไปได้ยาก ดังนั้นจึงสมควรมีการวางกรอบให้มนุษย์ประพฤติปฏิบัติ เพื่อการทำงานร่วมกันอย่างสงบสุ?

อนึ่?เป็นที่น่าสังเกตว่?ก่อนที่จะเกิดคำว่า "วิชาชี?quot; ขึ้นในประเทศไทยนั้?คนไทยมิได้มีสิ่งที่เรียกว่?"จรรยาบรรณในวิชาชีพ" หรือ "จริยธรรมในวิชาชี?quot; (Code of Ethics)* (คำว่?"จรรยาบรร?quot; และคำว่า "จริยธรรม" นั้น แม้รากศัพท์จะมีความหมายต่างกัน แต่โดยความหมายที่นักวิชาการทั่??ไปใช?ก็คือหมายถึง หลักแห่งความประพฤติที่ถูกต้องเหมาะสม และอันที่จริงแล้?ถ้าพิจารณาตามรากศัพท?คำว่?"จริยธรรม" ดูจะมีความหมายตรงกับคำว่?"หลักแห่งความประพฤต?quot; มากกว่าคำว่า "จรรยาบรร?quot; เสียอี?เพราะคำว่า "จรรยาบรร?quot; แปลว่า หนังสือว่าด้วยเรื่องความประพฤต?ในขณะที่คำว่?"จริยธรรม" (จริย+ธรรม) แปลว่า ธรรมอันบุคคลพึงปฏิบัติ ดังนั้?ในบทความทุกเรื่องในชุด "จริยธรรทวิชาชี?quot; นี?จึงจะขอใช้คำว่?"จริยธรรมในวิชาชี?quot; เพราะให้ความหมายที่ตรงกว่า ยกเว้นในการณีการอ้างข้อมูลจากแหล่งข้อมูลอื่น ? ในลักษณะเดียวกับจริยธรรมในวิชาชีพของประเทศตะวันต?เนื่องจากว่าในประเทศตะวันตกนั้?จริยธรรมในวิชาชีพเป็นผลพวงของการจัดตั้งสมาคมวิชาชีพขึ้นเป็้นส่วนใหญ่ ครั้นเมื่องมีการจัดตั้งสมาคมวิชาชีพขึ้นแล้?บุคคลในวิชาชีพนั้น ?นั่นเองที่เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการมีจริยธรรมในวิชาชีพขึ้?เพื่อยกฐานะวิชาชีพของตนให้เป็นที่ยอมรับของสังค?ดังตัวอย่างของจรรยาแพทย์ที่เรียกว่?Hippocratic Oath ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยบาบิโลน และโรมัน อย่างไรก็ตาม จริยธรรมในวิชาชีพของชาวตะวันตกนั้น มิได้มีบ่อเกิดมาจากการจัดตั้งสมาคมวิชาชีพแต่เพียงอย่างเดียวเท่่านั้น บางส่วนอาจจะมาจากปรัชญาทางการเมือง อิทธิพลทางศาสน?แนวคิดหรือุดมการ์ของผู้รู้ หรือพระมหากษัตริย์ ความจำเป็นเฉพาะหน้?วินั?ฯล?เป็นต้?(๑๘)

สำหรับจริยธรรมวิชาชีพในประเทศไทย ซึ่งเริ่มมีขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นั้น อาจกล่าวได้ว่ามีรากฐานมาจากหลายแหล่งด้วยกันดังต่อไปนี้

? หลักจริยธรรมที่ได้จา่กอิทธิพลของพระพุทธศาสนา ได้แก่ ทศพิธราชธรรม จักรวรรดิวัต?ราชสังคหวัตถ?และราชสวดีธรรม

ทศพิธราชธรรม นั้น แปลตามตัวหมายถึงธรรมของพระมหากษัตริย?แต่อันที่จริงแล้วเป็นหลักธรรมซึ่งมิใช่พระมหากษัตริย์เท่านั้นที่ควรปฏิบัต?ข้าราชการทั่??ไปก็ควรปฏิบัติตามด้ว?ได้แก่ ? ทา?? ความประพฤติที่ดีงามหรือศีล ? การบริจา?หรือการยอมสละผลประโยชน์ส่วนต?เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ? ความเป็นคนตร?? ความสุภาพอ่อนโยนต่อชนทั้งปวง ? ความเพีย?? ความไม่โกร?? ความไม่เบียดเบีย?? ความอดทน แล?๑๐) ความไม่ผิดพลาด

จักรวรรดิวัต?/strong> เป็นหลักธรรมที่มีจุดประสงค์ให้พระมหากษัตริย์ และข้าราชการของพระองค์ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินนโยบายทางการเมือ?ดังต่อไปนี?? การอบรมให้ผู้อยู่ในปกครองตั้งตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม ? การผูกพันธไมตรีกับต่างประเทศ ? การให้รางวัลอันสมควรแก่ผู้บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังค?? การเกื้อกูลผู้ทรงศีล เครื่องพรต และไทยธรรม และอนุเคาระห์คฤหบด?ด้วยการให้ความช่วยเหลือในสิ่งจำเป็นสำหรับอาชีพ ? การอนุเคราะห์ให้เลี้ยงชีพได้ตามควรแก่อัตภา?? การให้อุปการะแก่ผู้ทรงศีลที่ประพฤติชอบ ? ห้ามการเบียดเบียนสัตว์ ? การชักนำให้ชนทั้งหลายตั้งอยู่ในธรร?ขจัดการทำบาป ทำกรรม และความไม่เป็นธรรม ? การให้การสงเคราะห์แก่ผู้ที่ขัดสนไม่พอเลี้ยงชีพ ๑๐) การเข้าหาผู้ทรงศีลในโอกาสอันคว?เพื่อศึกษาถึงบุญบา?๑๑) การตั้งวิรัติห้ามจิตไม่ให้เกิดอธรรมราคะดำฤาณาในที่ไม่ควร แล?๑๒) การระงับความโล?ห้ามจิตไม่ให้ปรารถนาลาภที่ไม่ควรได?/p>

ราชสังคหวัตถ?/strong> คื?หลักธรรมที่ใช้เป็นแนวทางในการวางนโยบายปกครองบ้านเมือ?และการพัฒนาประเทศหรือรัฐาภิบาล ?รัฐประศาสนโยบา?ซึ่งได้แก่ ? การบำรุงบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิ?? การรู้จักดูค?รู้จักใช้คนให้เหมาะกับงา?และให้รางวัลตามสมควรของเขา ? การรู้จักแก้ปัญหาสังคมให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคนส่วนใหญ่ แล?? การพูดจาไพเราะ

ราชวสดีธรร?/strong> คื?ธรรมที่เป็นหลักปฏิบัติต่อราชการซึ่งมีทั้งหมด ๔๙ ข้?และพอจะสรุปออกมาได้เป็?กลุ่มใหญ?ได้แก่ ธรรมที่เกี่ยวกับการปฏฺบัติต่อพระราชาโดยตรง ? ธรรมเกี่ยวกับการควบคุมตนเอ?แล?? ธรรมที่เกี่ยวกับการงานโดยตรง ดังตัวอย่างของธรรมเหล่านี้ต่อไปนี้

- เมื่อเข้ารับราชการใหม่ ?ยังไม่มีชื่อเสีย?และยังมิได้มียศศักดิ?ก็อย่ากล้าจนเกินพอ และอย่าขลาดกลัวจนเสียราชกา?/p>

- ข้าราชการต้องไม่มักง่า?ไม่เลินเล่อเผลอสติ แต่ต้องระมัดระวังให้ดีอยู่เสมอ ถ้าหัวหน้าทราบความประพฤต?สติปัญญา และความซื่อสัตย์ สุจริตแล้ว ย่อมไว้วางใจ และเผยความลับให้ทราบด้วย

- ไม่พึงเห็นแก่หลับนอนจนแสดงให้เห็นเป็นการเกียจคร้าน

- เมื่อพระมหากษัตริย์จะทรงยกย่องพระราชโอรสหรือพระราชวงศ์ โดยพระราชทานบ้าน นิคม รั?(นครรัฐ) หรือชนบทให้ครอบครอ?ก็ควรนิ่งดูก่อนไม่ควรด่วนเพ็ดทูลคุณหรือโทษ

- ข้าราชการพึงใฝ่ใจเข้าไปหาสมณะและพราหมณีผู้ทรงศีล ผู้เป็นนักปราชญ์ หรือรู้หลักนักปราชญ์ดี เพื่อรักษาศี?ฟังธรรมบ้า?ศึกษาถ่ายทอดเอาความรู้ท่านบ้าง (๑๙) ฯล?/p>

? หลักจริยธรรมที่ได้จากคำสาบาน กฎหมาย หรือวินั?หลักจริยธรรมที่ได้จากคำสาบานของข้าราชการที่เข้าดำรงตำแหน่งสำคั??ต่าง ?ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หั?หรือเป็นหลักจริยธรรมที่ได้รับการระบุไว้ในกฎหมา?หรือวินัยของข้าราชกา?เช่น กฎหมายลักษณะอาญาหลวง พุทธศักราช ๑๘๙๕ กฎมณเทียรบาล ??๗๒?ฯล?เป็นต้?/p>

หลักจริยธรรมที่่ได้จากคำสาบานของข้าราชการที่เข้ารับตำแหน่งสำคั??เช่น คำสาบานของปรีวีเคาน์ซิลลอร?หรือองคมนตรี ใน ??๒๔๑๗

ข้??/strong> การสิ่งใดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หั?ได้ทรงพระราชดำริห์ไว้ในที่ปรีวีเคาน์ซิ?ซึ่งยังไม่เป็นการเปิดเผย ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษาความข้อนั้นไว้ให้เป็นการลับมิให้แพร่งรายได้

ข้??/strong> ข้าพระพุทธเจ้าจะไม่ทำการผิ?กลับเอาเท็จเป็นจริ?เพราะเห็นแก่อามิสสินบล แลผลประโยชน์ในตน แลเพราะเชื่อคำคนยุ ชัำำำกนำให้เสียจากสิ่งที่ตรง

ข้??การสั่งใดที่ได้ปฤกษาตกลงกันแล้?ข้าพระพุทธเจ้าจะเอาใจใส่ ช่วยค้ำชูอุดหนุนในการซึ่งปฤกษาตกลงกันนั้?ให้มั่นคงแข็งแรง

หลักจริยธรรมที่ได้จากกฎหมา?หรือวินัยนั้?เป็นหลักการที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธย?จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หั?ยกตัวอย่างเช่น

กฎหมายลักษณะอาญาหลวง พุทธศักราช ๑๘๙๕ มีบทลงโทษข้าราชการที่กระทำผิดจริยธรรมในหน้าที่ราชการอยู่หลายประการ ดังจะยกตัวอย่างมาพอสังเขปต่อไปนี?/p>

- กระทำเหนือพระราชบัญญัต?/p>

- ขัดพระบัณฑูรพระโองกา?/p>

- มิได้กระทำตามตรั?/p>

- เพโทบายเอาแต่เงินทองสิ่งขอ??เขาให้เสียราชการ

- ข่มเหงราษฎ?/p>

- แปลงพระธรรมนูญ แปลงพระโองกา?/p>

- แปลงตราสารสำนวนถ้อยค?ฯล?/p>

การกระทำผิดเหล่านี้ถือว่ามีความผิด และกฎมายฉบับดังกล่าวได้กำหนดบทลงโทษตามความผิดหนักเบาต่าง ?ไว?๑๐ สถาน ดังนี้ ? ฟันทอริบเรือนเอาเมียเป็นข้?รับทรัพย์สิ่งของเข้าพระคลั?? ตัดมือตัดเท้าจงใส่ตรุไว้ ? ทวนด้วยหน้าไม้ หวาย แล้วประจานจำใส่ตรุ ? ไหมจัตรุคุ?แล้วเอาตัวลงหญ้าช้าง ? ไหมตรีคู?แล้วเอาตัวออกจากราชการ ? ไหมตรีคู?แล้วพระจานสามวัน เจ็ดวันให้พ้นโทษ ? ไหมลาหนึ่ง แล้วให้ใช้ขอ??เข?? ตัดปาก แหวะปา?เอามะพร้าวห้าวยัดปาก ? ภาคยทัณฑ์ไว้ ๑๐) ให้กดอุเบกษาไว?/p>

กฎมณเฑียรบาล ??๗๒?ซึ่งเริ่มใช้ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ดังตัวอย่า?มาตร?๖๗

- ถ้าคบกันกินเหล้าในพระราชวั?ให้ต้มเหล้าให้ร้อนกรอกปา?แล้วให้จำไว้

- ผู้ใดเล่นว่าวข้ามพระราชวังก็ดี ซัดไม้ค้อนก้อนดิ?อิฐผาข้ามพระราชวังโทษตัดมื?/p>

- ขว้างพระที่นั่งโทษถึงตาย

- ใช้บันดาศักดิ์นอนในพระราชวัง และเข้ามานอนไซร์ให้ตีผู้นอ?และผู้ขอนอนคนล?๑๐ ที (๒๐) ฯล?/p>

? หลักจริยธรรมที่ได้จากพระราชดำร?และพระราโชวาทของรัชกาลที??รวมทั้งโอวาทของข้าราชการระดับสูง เช่น เจ้าพระยาทิพากรวงศ?สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภา?เป็นต้?ซึ่งพระราชดำริ พระราโชวาท และโอวาท เหล่านี้ระบุหลักจริยธรรมที่ข้าราชการพึงควรประพฤติไว้ทั้งสิ้น ดังเช่?พระราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง "พ่อสอนลู?quot; พระราชทานแก่พระราชโอรสทั้ง ?พระองค?เมื่อเสด็จไปทรงศึกาาต่อต่าประเทศใน ??๒๔๒๘ ดังมีใจความว่า

อย่าถือว่าตัวเป็นลูกเจ้าแผ่นดิ?br> พ่อมีอำนาจยิ่งใหญ่อยู่ในบ้านเมือ?br> ถึงจะเกะกะไม่เกรงกลัวข่มเหงผู้ใด
เขาก็คงจะมีความเกรงใจพ่อ ไม่ต่อสู?
หรือไม่อาจฟ้องร้องว่ากล่าว
การซึ่งเชื่อเ่ชนนั้นเป็นการผิดแท้ทีเดียว ...
เพราะฉะนั้?จงรู้เถิดว่า
เมื่อใดทำความผิดจะได้รับโทษทันที
การที่มีพ่อเป็นเจ้าแผ่นดินนั้น
จะไม่เป็นการช่วยเหลืออุดหนุนแก้ไขอันใดได้เลย...
จงประพฤติตัวหันมาทางที่ชอบที่ถูกเสมอเป็นนิจเถิ?br> ละเว้นทางที่ชั่ว (๒๑)

ด้วยเหตุนี?ลักษณะความเป็นวิชาชีพนิย?(professionalism) ของอาชีพข้าราชการจึงอาจกล่าวได้ว่า เริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ?และหลักจริยธรรมในวิชาชีพก็เริ่มขึ้นในระบบเกียวกันนั่นเอง แม้จะมิได้มีการรวมตัวกันของบุคคลในวิชาชีพข้าราชการ เพื่อจัดตั้งสมาคมข้าราชการขึ้นดังในต่างประเทศก็ตาม แต่ก็แสดงให้เห็นว่?เมื่อมีความเป็นวิชาชีพนิยมของอาชีพข้าราชการเกิดขึ้นแล้?ก็ย่อมมีการพิจารณากันถึงเรื่องจริยธรรมในวิชาชีพข้าราชการ ซึ่งประเด็นเกี่ยวกับจริยธรรมในวิชาชีพข้าราชการเริ่มเป็นประเด็นที่มีความสำคัญมากขึ้นตามลำดั?ทั้งนี้เพราะผู้ประกอบวิชาชีพข้าราชการนั่นเอง ที่เล็งเห็นความสำคัญของการมีจริยธรรมในการประกอบวิชาชีีพของตน

ครั้ลุล่วงถึงสมัยต่า??มา ความเป็นวิชาชีพนิยมได้ขยายขอบเขตกว้างขวางออกไปมากยิ่งขึ้?และได้ผนวกเอาอาชีพอื่น ?เข้าไว้ด้ว?และเช่นเดียวกันวิชาชีพข้าราชกา?บุคคลผู้ประกอบวิชาชีพนั้??ได้เล็งเห็นความสำคัญของการประกอบวิชาชี?อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศร?และมีจริยธรร?ทั้งนี้เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของศาธารณช?แต่ละวิชาชีพได้รวมตัวกันก่อตั้งสมาคมวิชาชีพของตนขึ้น ในเวลาต่อมาทุกสมาคมต่างก็ร่วมมือกันสร้างจริยธรรมในวิชาชี?(หรือที่มักนิยมเรีียกกันอย่างแพร่หลายว่?จรรยาบรรณวิชาชีพ) ของตนขึ้?จนถึงสมัยปัจจุบันเกือบทุกวิชาชีพต่างก็มีสมาคมวิชาชีพ กฎหมายควบคุมวิชาชี?และจริยธรรมในวิชาชีพของต?จะขอยกตัวอย่างจริยธรรมในวิชาชีพสำคัญ ?มาพอสังเขปดังต่อไปนี?/p>

 

วิชาชีพแพทย์พยาบาล โดยเหตุที่วิชาชีพแพทย์ วิชาชีพพยาบา?เป็นวิชาชีพซึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย?ประกอบวิชาชีพเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลัก ดังนั้นจริยธรรมในวิชาชีพแพทย?วิชาชีพพยาบา?จึงเน้นหลักไปในด้านความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์พยาบาลกับผู้ป่ว?จะขอกล่าวถึงจริยธรรมในวิชาชีพแพทย์ก่อนว่?ได้มีการเน้นเรื่องจริยธรรมของแพทย์ที่พึงปฏิบัติต่อผู้ป่วยเป็นอย่างมากดังนี?/p>

ข้??/strong> ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องรักษามาตรฐานของการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในระดับที่ดีที่สุ?และพยายามให้ผู้ป่วยพ้นจากอาการทรมานจากโร?และความพิการต่าง ?โดยไม่เรียกร้องสินจ้างรางวัลพิเศ?นอกเหนือจากค่าบริการที่ควรได้รับตามปกต?/p>

ข้??ผู้ประกอบอาชีพเวชกรรมต้องไม่ประกอบวิชาชีพโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย และความสิ้นเปลืองของผู้ป่ว?/p>

ข้??ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่สั่ง ใช?หรือสนับสนุนการใช้ยาตำรับลับ รวมทั้งใช้อุปกรณ์การแพทย์อันไม่เปิดเผยส่วนประกอบ

ข้??ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่เผิดเผยความลับของผู้ป่วยซึ่งตนทราบมา เนื่องจากการประกอบวิชาชี?เว้นแต่ด้วยความยินยอมของผู้ป่ว?หรือเมื่อต้องปฏิบัติตามกฎหมา?หรือตามหน้าที่ (๒๒)

ตัวอย่างที่ยกมานี้แสดงให้เห็นว่า มีการให้ความสำคัญกับผู้ป่วยเป็นอย่างมา?และยังมีอีกหลายข้อ ซึ่งมิได้นำมากล่าวอ้างในที่นี้ซึ่งเน้นว่?แพทย์จะต้องประกอบวิชาชีพโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ป่วยมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง และจะต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์จากการประกอบวิชาชีพแพทย์ไม่ว่ากรณีใด ?/p>

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งก็คื?จริยธรรมวิชาชีพแพทย์ ซึ่งร่างขึ้นตั้งแต่การนี้เน้นว่า แพทย์จะต้องไม่เรียกร้องทรัพย์สินเงินทองจากผู้ป่ว?นอกเหนือจากค่า่บริการอันพึงได้รับตามปกติ แสดงให้เห็นว่า แพทย์ในอดีตคงจะไม่รับค่าตอบแทนมากมายนั?ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ประเด็นที่ว่าวิชาชีพแพทย์ปลอดจากการเข้ามาแทรกแซงทางด้านธุรกิจนี้เอ?ส่งเสริมให้วิชาชีพแพทย์ในสมัยโบราณเป็นวิชาชีพซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีเกียรติสูงส่งจากสังคม

สำหรับวิชาชีพพยาบาลนั้?ก็เช่นเดียวกับวิชาชีพแพทย์ คื?เป็นวิชาชีพที่ต้องรับผิดชอบชีวิตมนุษย์ จึงต้องมีจริยธรรมทางการพยาบาลที่กำหนดไว้แน่นอนตายตัว เพื่อให้สมาชิกของวิชาชีพยึดถือเป็นหลักปฏิบัติของตนเอ?และต่อสังค?ข้อบังคับของสภาการพยาบาลว่าด้วยข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพพยาบาล และการผดุงครรภ?รวมทั้งการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพการพยาบา?และการผดุงครรภ???๒๕๓๐ ได้กำหนดหลักจริยธรรมของพยาบาลในการปฏิบัติต่อผู้ป่วยไว้ถึ?๑๗ ข้?จะขอยกตัวอย่างดังต่อไปนี?/p>

ข้??/strong> ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบา?ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ และผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ?ต้องรักษามาตรฐานของการประกอบวิชาชีพการพยาบ?หรือการผดุงครรภ์ในระดับที่ดีที่สุด ด้วยการส่งเสริมสุขภา?การป้องกันและควบคุมโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพแก่ผู้ป่วย หรือผู้รับบริการ โดยไม่เรียกร้องสินจ้างรางวัลพิเศ?นอกเหนือจากค่าบริการที่ควรได้รับตามปกต?/p>

ข้??ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบา?ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ต้องไม่ให้ หรือรับผลประโยชน์เป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการรับส่งผู้ป่ว?หรือผู้รับบริการ เพื่อรับบริการทางการแพทย?หรือการผดุงครรภ์

ข้?๑๓ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบา?ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ และผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ?ต้องไม่ปฏิเสธการช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในระยะอันตรายจากการเจ็บป่วยเมื่อได้รับคำขอร้อ?และตนอยู่ในฐนะที่จะช่วยได้

ข้?๑๖ ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่งจะทำการผดุงครรภ์ได้แต่เฉพาะรายที่มีครรภ์ปกติและคลอดอย่างปกต?ตลอดจนการพยาบาลมารดา และทาร?/p>

ในรายที่มีครรภ์ผิดปกติหรือคลอดผิดปกต?ถ้าไม่สามารถหาผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมมาทำการคลอดได้ภายในเวลาอันสมควร และเห็นประจักษ์ว่าถ้าละเลยไว้จะเป็นอันตรายแก่มารดาหรือทารก ก็ให้ทำคลอดในรายเช่นนั้นได?แต่ห้ามมิให้ใช้คีมสู?หรือทำการผ่าตัดในการทำคลอด หรือฉีดยารัดมดลูกก่อนคลอ?(๒๓)

จะเห็นได้ว่า หลักจริยธรรมในวิชาชีพพยาบาลที่ได้กำหนดไว้นี้ มีจุดมุ่งหมายให้พยาบาลตระหนักในบทบาทของตนเอง เพื่อสามารถปฏิบัติหน้าที่ให้บริการแก่ผู้ป่วย ด้วยความตระหนักในคุณค่?ศักดิ์ศร?ตลอดจนสิทธิมนุษยชนของผู้ป่วย ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกั?ในขณะเดียวกันก็จะต้องรักษามาตรฐานในการประกอบวิชาชี?และธำรงไว้ซึ่งสิทธิอันชอบธรรมในการประกอบวิชาชีพของตนด้วย

 

วิชาชีพนักกฎหมาย ได้มีปรากฏในประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ซึ่งระบุหลักจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพนักกฎหมายทั้งหม?ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา หรือทนายความไว้อย่าละเอียด ดังต่อไปนี?/p>

จริยธรรมผู้พิพากษา

ข้??ผู้พิพากษาพึงตรวจสำนวนความ และตระเตรียมการดำเนินกระบวนพิจาณาไว้ให้พร้อม ออกนั่งพิจาณาตรงตามเวล?และไม่เลื่อนการพิจารณาโดยไม่จำเป็น

ข้??การเปรียบเทียบหรือไกล่เกลี่ยคด?จักต้องกระทำในศา?ผู้พิพากษาพึงชี้แจงให้คู่ความทุกฝ่ายตระหนักถึงผลดีผลเสียในการดำเนินคดีต่อไ?ทั้งนี้จักต้องไม่ให้คำมั่นหรือบีบบังคับให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทุกฝ่ายยอมรับข้อเสนอใด ?หรือให้จำเลยรับสารภาพโดยไม่สมัครใจ และจักต้องไม่ทำให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งระแวงว่าผู้พิพากษาฝักใฝ่ช่วยเหลือคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง

ข้?๑๒ เมื่อจะพิพากษา หรือมีคำาัสั่งคดีเรื่องใ?ผู้พิพากษาจำต้องละวงาอคติทั้งปวงเกี่ยวกับคู่ความ หรือคดีความเรื่องนั้?ทั้งจะต้องวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า และไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด (๒๔)

จริยธรรมทนายความ

ข้??/strong> ทนายความผู้ใดฝ่าฝื?หรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งดังกล่าวต่อไปนี?ให้ถือว่าทนายความผู้นั้นประพฤติผิดมรรยาททนายความ

หมวด ?br> มรรยาทต่อศาลและในศาล

ข้??/strong> ไม่รับหน้าที่เมื่อผู้พิพากษาได้ขอแรงให้เป็นทนายความแก่ต่างในคดีอาณ?เว้นแต่จะมีข้อแก้ตัวโดยสมควร

ข้??/strong> ไม่เคารพยำเกรงอำนาจศาล หรือกระทการใดอันเป้นการดูหมิ่นศา?หรือผู้พิพากษาในศา?หรือนอกศาล อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียอำนาจศา?หรือผู้พิพากษา

ข้??/strong> กล่าวควา?หรือทำเอกสาร หรือหลักฐานเท็?หรือใช้กลอุบายลวงให้ศาลหลง หรือกระทำการใดเพื่อทราบคำสั่?หรือคำพิพากษ?ของศาลที่ยังไม่เปิดเผย

ข้??/strong> สมรู้เป็นใจโดยทางตรงหรือทางอ้อ?เมื่อทำพยานหลักฐา่นเท็?หรือเสี้ยมสอนพยานให้เบิกความเท็จ หรือโดยปกปิดซ่อนงำอำพรางพยานหลักฐานใ??ซึ่งควรนำมายื่นต่อศา?หรือสัญญจะให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน หรือสมรู้เป็นใจในการให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน (๒๕)

เช่นเดียวกับแพทย์พยาบา?ซึ่งดูแลทุกข์สุขของประชาชนในด้านสุขภาพอนามัยทางร่างกาย นักกฎหมายดูแลทุกข์สุขของประชาชนในด้านความคิดและการกระท?วิชาชีพนักกฎหมายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่?วิชาชีพนักกฎหมายมีละกษณะพิเศษประการหนึ่งคื?เป็นงานที่ดำเนินการให้เกิดความยุติธรรมแก่ประชาชน ซึ่งจัดว่าเป็นงานที่ยากลำบาก และเป็นภารกิจที่ต้องดำเนินการตลอดไ?ไม่่ว่ายุคสมัยใด ภารกิจดังกล่าวเป็นภารกิจหลัก ซึ่งต้องการผู้ประกอบวิชาชีพที่ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ยิ่งไปกว่านั้นประโยชน์ส่วนรวมของประชาช?และจักต้องทำงานด้วยความอิสระ ไม่อยู่ใต้อำนาจการบงการของผู้ใ?จิตต?ติงศภัทิย์ แสดงความคิดเห็นไว้ว่?คุณสมบัติของนักกฎหมายที่จะทำงานด้วยความเป็นอิสระได้ก็คือ "ความกล้าในการแสดงความคิดเห็น นักกฎหมายไม่ใช่บุคคลประเภทขอรับกระผม ที่เรียกว่?yes man หรือที่ล้อกันว่า ใต้เท้ากรุณาบัญชาไม่ผิ?quot; (๒๖)

กล่าวโดยสรุป ผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายจะต้องไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรว?ใช้กฎหมายให้เป็นธรรม รอบรู้วิชากา?และมีอิสระในการปฏิบัติงา?ทั้งนี้เพื่อธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมในสังคม ซึ่งเป็นประเด็นที่ยากลำบากอย่างยิ่?เพราะบางครั้งอาจต้องเผชิญกับบุคค?หรือกลุ่มบุคคลซึ่งถือว่าอำนาจคือความถูกต้อ?/p>

 

วิชาชีพครูอาจารย?เป็นวิชาชีพหนึ่งซึ่งเน้นความสำคัญของจริยธรรมในวิชาชีพไว้เป็นอย่างมาก ในกรณีนี้ได้มีการแบ่งไว้อย่างชัดเจ?ระหว่างจริยธรรมในวิชาชีพครูในโรงเรีย?และจริยธรรมในวิชาชีพอาจารย์ในมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม หลักจริยธรรมที่ได้กำหนดไว้นั้น มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นส่วนใหญ่ ดังนี้

จริยธรรมคร?/p>
คุณลักษณ?nbsp; พฤติกรรมหลัก  พฤติกรรมบ่งชี้ 
? มีความเมตตากรุณา ??มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานและสังคม ???ไม่นิ่งดูดาย และเต็มใจช่วยเหลือผู้อื่นตามกำลังความสามาร?/span>
? มีความยุติธรรม ??มีความสนใจและห่วงใยในการเรีย?และความประพฤติของผู้เรีย?/span> ???แนะนำเอาใจใส?ช่วยเหลือเด็?และเพื่อนร่วมงานให้ได้รับความสุขและพ้นทุกข?br>
???เป็นกันเองกับผู้เรีย?เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้สึกเปิดเผ?ไว้วางใจ และเป็นที่พึ่งของผู้เรียนได้
  ??มีความเป็นธรรมต่อนักเรีย?br> ???เอาใจใส่ และปฏิบัติต่อผู้เรีย?และเพื่อนร่วมงานทุกคนอย่างเสมอภา?และไม่ลำเอีย?br>
???ยินดีช่วยเหลือผู้เรียน ผู้ร่วมงาน และผู้บริหาร โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
??มีความเป็นกลาง
? มีความรั?และศรัทธาในวิชาชีพคร?/span> ??เห็นความสำคัญของวิชาชีพครู
???สนับสนุนการดำเนินงาน ขององค์กรวิชาชีพคร?br>
???เข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาชีพครู

???ร่วมมื?และส่งเสริมให้มีการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพคร?/span>
??รักษาชื่อเสียงวิชาชีพครู ???ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลด?และเกิดประโยชน์ต่อส่วนรว?br>
???รักษาความสามัคคี และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหน้าที่การงาน

???ปกป้อง และสร้างความเข้าใจอันดีต่อสังค?เกี่ยวกับวิชาชีพคร?/span>
??เกิดความสำนึ?และตระหนักที่จะเป็นครูที่ด?/span> ???ปฏิบัติตนให้เหมาะส?ที่เป็นปูชนียบุคคล (๒๗)

 

นอกจากนี้ยังมีจริยธรรม หรือจรรยาบรรณของอาจารย์ที่ปรึกษา และอาจารย์มหาวิทยาลัยดังนี?/p>

จริยธรรมของอาจารย์ที่ปรึกษ?/p>

? รักษาความลับของศิษย์อย่างเคร่งครัด

? พิทักษ์และปกป้องผลประโยชน์ของศิษย์

? อุทิศเวลาเพื่องานอาจารย์ที่ปรึกษ?/p>

? ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ

นอกจากนี้ยังมีหลักการที่อาจารย์ที่ปรึกษา คื?/p>

? อาจารย์ที่ปรึกษาจะต้องช่วยให้งานอุดมศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ คือการสร้างบัณฑิตที่เป็นคนที่สมบูรณ์

? อาจารย์ที่ปรึกษาจะช่วยพัฒนาความพร้อมทางสติปัญญ?ให้ใฝ่รู?และวิธีการแสวงหาความรู?/p>

? ช่วยให้นิสิตประสบความสำเร็?และมีชีวิตสมบูรณ์อยู่ในมหาวิทยาลัย

? ช่วยให้นิสิตเข้าใจตนเอ?รู้จักตนเอ?รู้จักรับผิดชอบต่อตนเองและสังค?/p>

? พัฒนาทัศนคติ จริยธรรม และศิลปวัฒนธรรมให้แก่นิสิต

 

จริยธรรมอาจารย?/p>

? อาจารย์พงวางตนให้เป็นผู้ควรแก่การยกย่อ?เป็นผู้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรว?และเป็นแบบอย่างที่ดีของศิษย์

? อาจารย์ควรเป็นผู้มีเหตุผ?พึ่งเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น และไม่พึงบังคับไม่ว่าด้วยวิธีการใด ?ให้ผู้อื่นมีความคิดเห็นคล้อยตามต?/p>

? อาจารย์ไม่พึงปฏิบัติต่อผูั้ใดอย่างมีอคติ โดยอาศัยเหตุผลทางเชื้อชาติ ศาสน?หรือลัทธิความเชื่อ

? อาจารย์ไม่พึงเรียก รั?หรือยอมจะรับประโยชน์ใด ?ซึ่งชักน?หรือาจจชักนำไปให้การปฏิบัติงานในหน้าที่ของตนไม่สุจริตเที่ยงธรร?หรือให?หรือรับว่าจะให?ซึ่งประโยชน์ที่ตนสามารถจะให้ได้ในอำนาจหน้าที่ของตน เพื่อแลกเปลี่ยนกับประโยชน์อันไม่ควรให้

? อาจารย์พึ่งมีความรอบรู้ทางวิชากา?พึ่งเตรียมการสอน และเข้าสอนโดยสม่ำเสมอตามกำหน?ในการสอนนั้นจะต้องไม่จงใจปิดบังอำพรา?หรือปิดเบือนเนื้อหาสาระทางวิชากา?นอกจากนั้น อาจารย์พึ่งตั้งใจค้นคว้าหาความรู้ในสาขาวิชาของตนมาให้แก่ศิษย?และพึงสนับสนุนให้ศิษย์มีความก้าวหน้าทางวิชาการอยู่เสมอ (๒๘)

จากตัวอย่างของหลักจริยธรรมคร?อาจารย์ที่ยกมาบางส่วนนี้ พอจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่?หลักจริยธรรมของทั้งครูในโรงเรียน และอาจารย์ในวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมีลักษณะคล้ายคลึงกั?กล่าวคือ นอกจากจะต้องสอนศิษย์ให้เป็นคนที่เก่ง และดีแล้?ตัวครูอาจารย์เองก็จะต้่องเก่งและดีด้วย ซึ่งนับว่าเป็นภาระกิจหลักที่สำคัญและยากลำบากมา?โดยเฉพาะอย่างยิ้งประเด็นความเป็นคนดีนั้น เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า เป็นเรื่องที่ยากยิ่งที่จะสอนคนให้เป็นคนด?โดยที่ครูอาจารย์ ซึ่งเปรียบประดุจ "เม่พิมพ์" ของชาติสมควรจะต้องเป็นคนดีด้วย

 

วิชาชีพนักธุรกิจ เป็นวิชาชีพที่น่าจะมีความขัดแย้งกับประเด็นเรื่องการมีจริยธรรมในวิชาชีพมากที่สุ?เนื่องจากนักธุรกิจย่อมแสวงหาผลกำไรเป็นเครื่องตอบแทนการลงมุนทำธุรกิจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได?อย่างไรก็ตาม มีนักธุรกิจหลายคนทั้งในสังคมไทยและต่างประเทศ ที่ประสบความสำเร็จในวิชาชีพของตนเและในขณะเดียวกั?ก็สามารถช่วยเหลือพัฒนาทางสังคมไปด้วยได?มูลนิธิสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไท?ได้กำหนดหลักจริยธรรมในวิชาชีกซึ่งนักธุรกิจพึงปฏิบัติต่อลูกค้าไว้ดังนี้

? พึงขายสินค้า และบริการในราคายุติธรร?มีกำไรตามสัดส่วนที่เหมาะสมกับคุณภาพสินค้าและบริการ

? พึงขายสินค้า และบริการให้ถูกต้องตามจำนวนคุณภา?ราคาที่ตกลงกัน และมีความรับผิดชอบตามภาระผูกพันของตน

? พึงดูแลและให้บริการแก่ลูกค้าทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เลือกที่รักมักที่ชั?ให้โอกาสเท่าเทียมกันที่จะซื้อสินค้?และรับบริการ ไม่ว่าในสภาวะใ?เช่น ในภาวะสินค้าขาดตลา?เป็นต้?/p>

? พึงละเว้นการกระทำใ??ที่จะควบคุมการตัดสินใจของลูกค้าในการซื้อ หรือรับบริการโดยการใช้ความใหญ่ขององค์กรของตนเป็นเครื่องต่อรอ?หรือการซื้อขายโดยวิธีต่างตอบแทนกัน หรือสร้างเงื่อนไขกำหนดให้ลูกค้าต้องทำตาม

? พึงละเว้นการกระทำใ??เพื่อทำให้สินค้ามีราคาสูงขึ้?โดยไม่มีเหตุผล เช่น การกักตุนสินค้?ปล่อยข่าวอันเป็นเท็จ เพื่อให้ลูกค้าหลงเชื่อ ต้องซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าในสภา?/p>

? พึงปฏิบัติต่อลูกค้?และให้บริการอย่างมีน้ำใจไมตรีอัธยาศัยที่ดีต่อกัน (๒๙)

ดังนั้?วิชาชีพธุรกิจจึงเป็นวิชาชีพที่มีหลักจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพเช่นเดียวกับวิชาชีพอื่??ประเด็นที่ต่างกันก็คือว่?เป้าหมายของธุนกิจคือกำไร ด้วยเหตุนี้สิ่งที่นักธุรกิจจะต้องคำนึงถึงให้มากก็คือ กำไรที่ได้นั้นส่งผลกระทบต่อสังคมในทางบวก หรือทางล?ในประเด็นนี้ สมชา?ภคภาสน์วิวัฒน์ เสนอทางออกให?โดยการให้นักธุรกิจตั้งปัญหาถามตัวเอง ?ข้?ดังต่อไปนี?/p>

? ธุรกิจที่ทำนั้นขัดแย้งกับสามัญสำนึกของคุณไหม ถ้าขัดแย้งกับสามัญสำนึ?คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุ?/blockquote>

? ธุรกิจที่ทำจะมีผลต่ออนาคตของคุณหรือไม่ ถ้าม?ผลนั้นเป็นบวกหรือล?/p>

? ธุรกิจที่ทำนั้นกระทบกับวิชาชีพไห?ถ้ามีผลกระทบในเชิงขัดแย้?เขาจะเป็นผู้ที่เป็นมนุษย์เต็มตัวขึ้นมาแล้วคื?เป็นผู้ที่คำนึงจรรยาบรรณวิชาชี?/p>

? ธุรกิจนั้นกระทบต่อสัคงคมไทยไหม ถ้ากระทบแล้วคุณยังทำ แสดงว่าคุณขาดขรรยาบรรณข้อที่สำคัญที่สุดคือข้อที่สี่ก็คือ ความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังค?(๓๐)

เนื่องจากวิชาชีพธุรกิจเป็นวิชาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งในการพัฒนาอาชี?นักธุรกิจจึงสมควรที่จะต้องคำนึงถึงจริยธรรมในวิชาชีพของตนให้มาก ทั้งนี้เพื่อสร้างศรัทธ?และการยอมรับจากสาธารณชนทั่วไปให้บังเกิดแก่วิชาชีพของตน เพราะสาธารณชนก็คือลูกค้าของนักธุรกิจนั่นเอ?หากปราศจากศรัทธา และการยอมรับจากสาธารณชนเสียแล้?นักธุรกิจก็ไม่สามารถธำรงไว้ซึ่งธุรกิจของตนได้เช่นกัน

 

วิชาชีพนักหนังสือพิมพ์ แม่ว่าวิชาชีพหนังสือพิมพ์เป็นวิชาชีพเก่าแก?โดยเริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที??แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แต่จริยธรรมในวิชาชีพหนังสือพิมพ์เพิ่งจะได้รับการกำหนดไว้รัชกาลปัจจุบันนี้เอง โดยมีใจความสำคัญอยู่ ?ประการ ได้แก่

? เสรีภา?เสรีภาพของหนังสือพิมพ์เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด ควรหวงแหนที่สุ?เพราะถ้าหนังสือพิมพ์ไม่มีเสรีภาพเสียแล้ว วิชาชีพนี้ก็หมดความหมา?/blockquote>

? ความรับผิดชอ?หมายถึ?การรู้จักหน้าที่ที่ควรทำ ผู้รู้หน้าที่ของตนพบได้ว่าเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอ?/p>

? ความเป็นไทแก่ตัว หรือความไม่เป็นทาส คื?การไม่ยอมตกเป็นทาสของอามิสสินจ้า?เพื่อที่จะทำลายผู้ที่ไม่มีความผิ?/p>

? ความจริงใจ หมายถึ?ความจริงวาจา และจริงใ?ไม่เขียนข่าวเท็จ โดยไม่สอบข่อเท็จจริงให้เป็นที่แน่ใจเสียก่อ?/p>

? ความเที่ยงธรรม คื?ไม่มีอคต?ไม่มีลำเอียง เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการเสนอข่าว

? ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา หมายถึ?การไม่กล่าวตำหนิใค?โดยไม่ให้โอกาสชี้แจง ไม่กล่าวล่วงล้ำสิทธิ หรือความรู้สึกส่วนตัวของบุคค?เว้นแต้่จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์ของประชาชน

? ความมีมารยาท หมายถึ?มีสมบัติผู้ด?ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบโล?หรือลามกอนาจารในการเสนอข่า?(๓๑)

ประวัติศาสตร์อันยาวนานของวิชาชีพนักหนังสือพิมพ?จึงเป็นประวัติศาสตร์ของการต่อสู่มาโดยตลอ?นักหนังสือพิมพ์รุ่นเก่าต่อสู้เพื่อธำรงไว้ซึ่งจริยธรรมในวิชาชีพ แม้ในระยะนั้นจะยังมิได้มีการกำหนดจริยธรรมในวิชาชีพหนังสือพิมพ์ลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม แต่ดูเหมือนจะมีการยอมรับเป็นหลักปฏิบัติกันอย่างกว้างขวางโดยนักหนังสือพิมพ์รุ่นเก่าที่มีจริยธรร?หรือที่เรียกกันว่า "นักหนังสือพิมพ์น้ำดี" ว่?จริยธรรม ?ข้อแรกคื?เสรีภาพและความรับผิดชอบนั้นจัดว่าเป็นหัวใจของวิชาชีพนัีกหนังสือพิมพ์อย่างแท้จริง แม้จะมิได้มีการกำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเหมือนดังในสมัยต่??มาก็ตา?/p>

เท่าที่กล่าวมาแล้วนี?จะเห็นได้่?วิชาชีพข้าราชการ แพทย?พยาบาล นักกฎหมา?นักธุนกิ?นักหนังสือพิมพ?เหล่านี้ล้วนเป็นวิชาชีพสำคัญ และมีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมทั้งสิ้?จนอาจกล่าวได?ถ้าบุคคลผู้ประกอบวิชาชีพเหล่านี้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพและมีจริยธรรมควบคู่กันไป คื?ทั้ง "เก่งและด?quot; สังคมจะเจริญรุดหน้าไปอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามในทางตรงกันข้า?หากผู้ประกอบวิชาชีพเหล่านี้ไร้จริยธรรมในการประกอบวิชาชีพของตนเสียแล้?อะไรจะเกิดขึ้นกับสังคมของเรา

อนึ่?มีข้่อสังเกตอยู่ ?ประการก็คื?ประการแร?เกือบทุกวิชาชีพที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ได้มีการกำหนดกรอบของจริยธรรมไว้อย่างชัดเจน ซึ่งทำให้เป็นการง่ายต่อการตรวจสอ?แต่บางวิชาชี?เช่น วิชาชีพนักการเมือง มิได้มีการกำหนดจริยธรรมในวิชาชีพไว่้อย่างชัดเจนเหมือนดังอาชีพอื่??ซึ่งทำให้ยากลำบากต่อการตรวจสอบ พฤติกรรมของนักการเมืองบางคนที่มีพฤติกรรมทางจริยธรรมซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของสังค?ย่อมส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงมิได?/p>

ประการที่สอง ในปัจจุบันนี?สังคมไทยเปลี่ยนแปลงจากในอดีตเป็นอันมาก และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนกระทั่งความเจริญทางจิตใจตามไม่ทั?ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมดังกล่าวนี้ สืบเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิ?ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากระบบเศรษฐกิจแบบเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพ เป็นระบบเศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกเช่นเดียวกับประเทศตะวันตกในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่มีการพัฒนาไปในแนวทางตะวันตก เรารับวัฒนธรรมวัตถุนิย?และบริโภคนิย?ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบทุนนิยมตะวันตกเข้าไว้อย่างเต็มที?กระแสวัฒนธรรมวัตถุนิยมและบริโภคนิยมที่สังคมไทยรับมาในช่ว?๓๐ ปีมานี?ส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงค่านิยมในการดำเนินชีวิต การศึกษา การแต่งกาย รูปแบบบ้านเรือนที่อยู่อาศั?ตลอดจนการประกอบวิชาชีพต่าง ?ด้วย

เมื่อได้พิจารณาถึงสาเหตุแห่งความเปลี่ยนแปลงต่า??ในสังคมไทย ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว คณะวิจัยซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการ และบุคคลวิชาชีพต่า??จึงเห็นว่า เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาเรื่องจริยธรรมในวิชาชีพ ทั้งนี้โดยมีความมุ่งหมายว่?การศึกษาวิจัยและวิเคราะห์หลักจริยธรรมในวิชาชีพ ตลอดจนปัญหาเกี่ยวกับจริยธรรมในวิชาชีพที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ขณะนี้คงจะทำให้สามารถเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับจริยธรรมในวิชาชีพต่าง ?ได้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้?/p>

งานวิจัยนี้จึงมีขั้นตอนการดำเนินงานดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ ?/strong> ประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับจริยธรรมในวิชาชีพต่า??รวมทั้งสิ้?๑๑ วิชาชี?และศึกษาพัฒนาการของหลักจริยธรรมในวิชาชีพต่าง ?ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตลอดจนศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในด้านค่านิยมเชิงจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพต่าง ?ที่ส่งผลกระทบต่อจริยธรรมในวิชาชีพของตน

ขั้นตอนที่ ?/strong> มีการดำเนินงานซึ่งแบ่งขั้นย่อยดังนี้

??ศึกษาปัญหาทางจริยธรรมในวิชาชีพที่เกิดขึ้นว่ามีลักษณะอย่างไรบ้า?และประเด็นใดที่มีการประพฤติผิดจริยธรรมบ่อยครั้?/p>

??ศึกษามูลเหตุจูงใจที่ทำให้มีการประพฤติผิดจริยธรรมในแต่ละวิชาชีพว่าีมีอะไรบ้าง และมีมาตรการใดที่จะแก้ไข หรือป้องกันมิให้มูลเหตุเหล่านั้นเกิดขึ้น เพื่อลดปัญหาทางจริยธรรมที่จะตามม?/p>

??ศึกษาว่าแต่ละวิชาชีพมีกลไกการตรวจสอบการประพฤติผิดจริยธรรมหรือไม่อย่างไ?ถ้าม?กลไกนั้นมีลักษณะอย่างไรบ้า?และกลไกเหล่านั้นมีประสิทธิภาพในการตรวจสอบการประพฤติผิดจริยธรรมได้จริงหรือไม่ ถ้าไม่จริง ผู้อยู่ในวิชาชีพนั้น ?จะเสนอกลไกอื่น ?เพิ่มเติมสำหรับการตรวจสอบอีกหรือไม่อย่างไร เพื่อให้การตรวจสอบจริยธรรมในวิชาชีพนั้??มีประสิืทธิภาพอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นการสัมภาษณ์บุคคลผู้อยู่ในวิชาชีพต่าง ?วิชาชีพล?๑๐?คน

บทความทั้ง ๑๓ เรื่องนี?จึเป็นความพยามที่จะประมวลองค์ความรู้เกี่ยกัวบจริยธรรมในวิชาชีพต่าง ?รวมทั้งสิ้?๑๑ วิชาชี?ส่วนอี??บทความ ในชุดจริยธรรมในวิชาชีพเป็นการเสนอภาพรวมของงานวิจัย ดังรายละเอียดต่อไปนี?

? จริยธรรมในวิชาชี?โด?ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วริย?ชินวรรโณ

? จริยธรรมพลเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตย โด?ศาสตราจารย?ดร.อม?รักษาสัตย์

? จริยธรรมในวิชาชีพแพทย์ โด?นายแพทย์วิรั?ทุ่งวชิรกุ?/p>

? จริยธรรมในวิชาชีพพยาบา?โด?รองศาสตราจารย์ ฟาริดา อิบราฮิม

? จริยธรรมนักวิจัย โด?ศาสตราจารย?ดร.อม?รักษาสัตย์

? จริยธรรมนักการเมือ?โด?รองศาสตราจารย์ ดร.มนตร?เจนวิทย์กา?/p>

? จริยธรรมในวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์ โด?ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วริย?ชินวรรโณ

? จริยธรรมในวิชาชีพข้าราชการ โด?ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วิภาดา อังสุมาลิน

? จริยธรรมในวิชาชีพทหา?โด?อาจารย์สมศักดิ?ส่งสัมพันธ?/p>

๑๐. จริยธรรมในวิชาชีพตำร?โด?พลตำรวจโทสุวรร?สุวรรณเวโช

๑๑. จริยธรรมในวิชาชีพครูอาจารย?โด?รองศาสตราจารย์ ดร.สุภัทร ปัญญาทีป

๑๒. จริยธรรมในวิชาชีพนักกฎหมาย โด?นายวิช?มหาคุณ

๑๓. จริยธรรมในวิชาชีพนักธุรกิจ โด?ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศุภกร์ลักขิ์มณฑล?ภวภูตานนท์ ?มหาสารคา?/p>

บาความทั้งหมดนี้จึงเป็นผลของการดำเนินงานในขั้นตอนที่ ?ซึ่งเป็นการประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับจริยธรรมในวิชาชีพรว?๑๑ วิชาชี?จัดทำเป็นชุดบทความ เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบถึงพัฒนาการของหลักจริยธรรมในวิชาชีพต่า??โดยรวบรวมมาอย่างครบถ้ว?ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งยังมิได้มีผู้ใดกระทำมาก่อนเล?ทั้งนี้โดยมีการจัดสัมมนาเรื่อง "จริยธรรมในวิชาชี?quot; ระหว่างวันที?๑๕-๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๐ ประกอบด้วย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้่จากการศึกษาวิจัยในขั้ตอนที่ ?รวมทั้งรับฟังข้อคิดเห็?คำวิจารณ?ตลอดจนข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมการสัมมน?หลังจากการสัมมนาเสร็จสิ้นลงแล้?คณะวิจัยจะประมวลความคิดและข้อเสนอแนะจากการสัมมนาทั้งหม?เพื่อนำไปเ็ป็นข้อมูลประกอบในการวิจัยภาคสนามในขั้ตนอที่ ?ต่อไ?/p>

อนึ่?การดำเนินงานวิจับเรื่อ?"จริยธรรมในวิชาชี?quot; นี?ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สก?) โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านผู้อำนวยการกองทุนสนับสนุนการวิจัย ศาสตราจารย?นายแพทย์วิจารณ?พานิ?แล?ดร.โชคชัย สุทธาเวศ แห่งฝ่ายความสัมพันธ์ข้ามชาติและทางเลือกในการพัฒน?สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ได้ให้ความสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยเป็นอย่างดียิ่งมาโดยตลอ?คณะวิจัยจึงขอขอบพระคุณไว??โอกาสนี้ด้วย

คณะวิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความชุ?"จริยธรรมในวิชาชี?quot; คงจะเป็นประโยชน์ไใ่เฉพาะแก่วงวิชาการด้านปรัชญาจริยศาสตร์เท่านั้น แต่น่าจะเป็นประโยชน์แก่สังคมไทยโดยทั่วไปอีกด้ว?เพราะการพัฒนาจริยธรร?โดยเฉพาะอย่างยิ่งจริยธรรมในวิชาชีพมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งยวดในการพัฒนาประเท?และประเทศชาติจะพัฒนาไม่ได้เล?หากจริยธรรมของคนในชาติเสื่อทรามล?

* * *

เชิงอรรถ

? Wilburt E.Moore, The Profession: Roles and Rules (New York: Russel Sage Foundatiob, 1970) อ้างโด?T.H. Silcock (ed.), Professional Structure in South East Asia (Canberra: The Australian National University, 1972), p.31.

? ติ?ปรัชญพฤทธิ? วิชาชีพนิยมของระบบราชการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว: วิวัฒนาการและผลกระทบต่อสังคมไท? กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลั? ๒๕๓๖)

? Oxford Advanced Learner's Dictionary (Oxford: Oxford University Press, 1989), p.993.

? ? เสถบุต? New Modal English-Thai Dictionary (กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิ?๒๕๓๖), หน้า ๑๑๓๗.

? ติ?ปรัชญพฤทธิ? เรื่องเดิม, หน้า ๓๔-๓๕.

? Talcott Parsons, "The Professions and Social Structure," in Essays in Sociological Theory, revised edition (Glencoe, Ill: Free Press, 1954), pp. 34-39. อ้างโด?Silcock (ed.), op.cit., p.13.

? Joseph A. Kahl, The Measurement of Modernism: A Study of Values in Brazil and Mexico (Austin: Univesitu of Texas Press, 1968) อ้างโด?Silcock (ed.), cit., p.13.

? ศึกษารายละเอียกเพิ่มเติมได้จาก บัญช?แก้งเกตุทอ? การปฏิรูปการปกครองของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิ? ๒๕๒๒), หน้า ?๒๔. แล?ธารทอง ทองสวัสดิ์, "อิทธิพลตะวันตกกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไท? "ในสาขาวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, วิวัฒนาการการเมืองไท?/i> (นนทบุร? โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๓๒), หน้า ๓๕?๓๕?

? พระราชชัยกวี (ภิกขุพุทธทาส อินฺปัญโ?, การสร้างเสริมจริยธรรมแก่วัยรุ่?/i> คณะครูโรงเรียนนฤมิตวิทยา จังหวัดนครราชสีม?พิมพ์เป็นบรรณาการเพื่อเป็นอนุสรณ?และเทอดพระคุ?ในงานพระราชทานเพลิงศ?อำมาตย์โทพระยาราชสีมาจารย์ ?เมรุวัดมกุฎกษัตริยาราม พระนคร วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๑๑.

๑๐. ชำเลือ?วุฒิจันทร์, คุณธรรมและจริยธรรม: หลักการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมแก่นักเรียน (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา, ๒๕๒๔), หน้า ?

๑๑. เรื่องเดียวกัน, หน้า ๑๐.

๑๒. วิทย?วิศทเวทย? จริยศาสตร์เบื้องต้?/i> (กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน? ๒๕๒๘), หน้า ?๑๓.

๑๓. สาโร?บัวศรี, จริยธรรมศึกษ?/i> (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภ? ๒๕๒๖), หน้า ๑๒.

๑๔. ชำเลือ?วุฒิจันทร์, เรื่องเดิม, หน้า ๑๑.

๑๕. เรื่องเดียวกัน, หน้า ๑๐.

๑๖. สุภา ศิริมานนท์, จริยธรรมของหนังสือพิมพ?/i> (กรุงเทพฯ: อมรินทร์ พริ้นติ้?กรุ๊?จำกั? ๒๕๓๐), หน้า ๑๑-๑๓.

๑๗. ชำเลือ?วุฒิจันทร์, เรื่องเดิม, หน้า ๑๐.

๑๘. ติ?ปรัชญพฤทธิ? เรื่องเดิม, หน้า ๔๐-๔๑.

๑๙. เรื่องเดียวกัน, หน้า ๗๘-๘๔.

๒๐. เรื่องเดียวกัน, หน้า ๘๕-๙๑.

๒๑. เรื่องเดียวกัน, หน้า ?๙๔.

๒๒. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลั? รวมรวมจรรยาบรรณอาจารย์ และจรรยาบรรณวิชาชี?(กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกร์มหาวิทยาัลย, ๒๕๓๔), หน้า ๑๗-๑๘.

๒๓. เรื่องเดียวกัน, หน้า ๕๖-๕๘.

๒๔. เรื่องเดียวกัน, หน้า ๖๓.

๒๕. จิตต?ติงภัทิย? "คติของวิชาชีพทางกฎหมาย," ในจุฬาลงกร์มหาวิทยาลัย, คณะนิติศาสตร? จริยธรรมนักกฎหมา?/i> รายงานการสัมมนาเรื่อ?quot; ระหว่างวันที?๑๙ - ?ธันวาค?๒๕๒๘ ?ห้องประชุมใหญ่ คณะนิติศาสตร?จุฬาลงกร์มหาวิทยาลัย (กรุงเทพฯ: ? สัมพันธ์พาณิชย? ๒๕๒๙), หน้า ๑๑?๑๗.

๒๖. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลั? เรื่องดิ? หน้า ๑๒-๑๔.

๒๗. เรื่องเดียวกัน, หน้า ?

๒๘. เรื่องเดียวกัน, หน้า ๕๐-๕๑.

๒๙. ทบวงมหาวิทยาลั?และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไท? บทบาทของสถาบันอุดมศึกษาต่อการเสริมสร้างจริยธรรมในการประกอบอาชี?รายงานการสัมมนาทางวิชากา?เรื่อง "บทบาทของสถาบันอุดมศึกษาต่อการเสรมสร้างจริยธรรมในการประกอบอาชีพ" วันที่ ๒๑-๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๓ ?ทบวงมหาวิทยาลั? หน้า ๗๔.

๓๐. วานิ?พลูวังกาญจน์, ฐานันด??(กรุงเทพฯ: รุ่งแสงการพิมพ? ๒๕๓๐).

 

 

*** เนื้อหาเกี่ยวกับจริยธรรมในวิชาชีพต่า??ยังมีอีกแยะค?
สามารถหาอ่านได้จากชุดบทความประกอบการสัมมนาเรื่อง "จริยธรรมในวิชาชี? ***

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 7:27 PM