อาบอบนวด : กฎหมายและศีลธรรม
 


© ดวงเด่?นุเรมรัมย์.


***

สืบเนื่องจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังค?และสื่อมวลชนเกี่ยวกับความเหมาะสม และความถูกต้องทางศีลธรรมว่าสมควรหรือไม่ที่จะเปิดสถานบริการอาบอบนวดบริเวณฝั่งตรงข้ามสถานศึกษา แต่คำตอบที่ได้รับจากเจ้าของกิจการล้วนเป็นเรื่องของข้อกฎหมายทั้งสิ้?

เป็นที่ทราบกันดีว่ากิจการอาบอบนวดเป็นสิ่งที่อยู่ควบคู่กับสังคมไทยมาหลายสิบปี โดยอดีตที่ผ่านมาผู้คนในสังคมมองว่าเป็นสิ่งน่าละอาย ที่ไม่มีผู้ใดกล้าประกาศตนว่าเป็นเจ้าขอ?จนกระทั่งเหตุการณ์รื้อบาร์เบียร์ ทำให้คนทั้งประเทศได้รู้จักโฉมหน้าของบุคคลที่เรียกว่า “เจ้าพ่ออ่าง?และจากนั้นอาบอบนวดจึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมไทยไปโดยปริยา?

หลายเดือนที่ผ่านมา ประเด็นเกี่ยวกับอาบอบนวดได้รับการกล่าวขานอีกครั้งเกี่ยวกับความเหมาะสมของสถานที่ตั้?ซึ่งแม้เจ้าของกิจการจะอ้างความชอบธรรมทางกฎหมายของการได้มาซึ่งใบอนุญาตดำเนินกิจกา?และอ้างสิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งพระราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 แต่สิทธิของเด็กนักเรียนผู้ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการเปิดอาบอบนวดหน้าโรงเรียน รวมถึงความถูกต้องทางศีลธรรมกลับไม่ได้รับการกล่าวถึ?

แม้จะมีการอ้างเหตุผลเกี่ยวกับความถูกต้องทางกฎหมา?ก็มิได้หมายความว่าจะเป็นที่ยอมรับได้ในเชิงศีลธรร?ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการ ผู้อนุญา?และผู้เกี่ยวข้อง ที่หากยังมีความเป็นพุทธศาสนิกชนจำต้องสำเหนียกคำสอนของพระพุทธศาสด?เพราะการประพฤติผิดในกา?และการค้ามนุษย์เป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงให้ละเว้?

การมองความถูกต้องของการกระทำผ่านโลกทัศน์ทางกฎหมายแต่เพียงมิติเดียว ทำให้การเปิดอาบอบนวดเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอหากว่าเป็นไปตามข้อกฎหมาย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วผู้มีปัญญาอาจต้องทบทวนเปรียบเทียบกั?“กรณีที่เจ้าของบ้านยิงขโมยตาย” ที่แม้จะได้รับการลดหย่อยโทษในทางคดีอาญ?เพราะเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัว แต่การกระทำผิดทางศีลธรรมนั้นมิอาจปฏิเสธได้ เพราะการฆ่านั้นครบองค์ประกอบทั้งห้าตามหลักพระพุทธศาสนา

ดังนั้?หากไม่มีการแยกแยะระหว่างความชอบธรรมทางกฎหมาย ออกจากความถูกต้องทางศีลธรร?ก็ยากที่จะได้รับบทสรุป เพราะสถานการณ์นี้ดูเหมือนว่ากฎหมายจะมีพลังอำนาจเหนือศีลธรรมของมนุษย์

?เวลานี?สังคมไม่เพียงแต่ต้องการตรวจสอบการได้มาซึ่งใบอนุญาต หากแต่ สังคมกำลังตรวจสอบคุณค่าทางจริยธรรมของทุกฝ่ายที่เห็นชอบกับการเปิดอาบอบนวดหน้าสถานศึกษ? และเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ดีต่อสังคมไท?ว่าถึงเวลาที่ต้องหันกลับมาทบทวนเรื่องศีลธรรมในมนุษย์ตัวโตที่เรียกตนเองว่าผู้ใหญ่หรือไม??

***

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 4:35 PM