ออกบวช
 


***

เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกจากเมืองในเวลากลางคืน ทรงม้าชื่อ “ม้ากัณฐกะ?และมีนายฉันนะตามเสด็?เมื่อเจ้าชายเสด็จทรงม้าพระที่นั่งผ่านประตูเมือ?พระยามารวัสวดีได้ปรากฏกายขึ้นตรงพระพักตร?เพื่อห้ามมิให้เจ้าชายออกบว?แต่เจ้าชายก็มิได้ฟัง จึงเสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์เพื่อหาหนทางดับทุกข์

เจ้าชายสิทธัตถะพร้อมด้วยนายฉันนะ ได้ทรงม้าพระที่นั่งไปตลอดคืน จนถึงรุ่งสางที่ฝั่งแม่น้ำเนรัญชร?ซึ่งเป็นเขตแดนคั่นเมืองทั้??คื?กบิลพัสดุ์ สาวัตถ?และไพศาล?ทรงพาม้าและมหาดเล็กข้ามแม่น้?แล้วเสด็จลงจากหลังม้าไปประทับนั่งบนหาดทรายอันขาวดุจแผ่นเงิ?พระหัตถ์ขวาจับพระขรรค์แสงดาบ พระหัตถ์ซ้ายจับพระจุฬา (ยอดปลายพระเกศา) กับพระโมฬี (มุ่นพระเกศ?หรือผมที่มุ่นเป็นมวย) แล้วทรงตัดด้วยพระขรรค์แสงดาบ เหลือพระเกศาไว้ยาวประมาณ ?นิ้ว เป็นวงกลมเวียนไปทางขวา เสร็จแล้วทรงเปลื้องพระภูษาเครื่องทรงออ?แล้วทรงครองผ้า (นุ่งห่มผ้า) เช่นนักบวช ที่ฆฏิการพรห?นำมาถวายพร้อมกับเครื่องบริขารอย่างอื่น จากนั้นทรงอธิฐานเพศเป็นนักบวชที่ชายหาดริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชร?ซึ่งการออกบวชครั้งนี้เรียกว่?“การเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์” แปลว่า “การเสด็จออกเพื่อคุณอันยิ่งใหญ่”

จากนั้นทรงมอบพระภูษาทร?และม้าพระที่นั่งให้นายฉันนะกลับไปกราบทูลแจ้งแก่พระราชบิดาให้ทรงทรา?นายฉันนะมีความอาลัยยิ่งนัก ถึงกับร้องไห้กลิ้งเกลือแทบพระบาทไม่ยอมกลับ แต่ขัดรับสั่งไม่ได?เจ้าชายสิทธัตถ?(พระมหาบุรุ? ทรงลูบหลังม้าที่กำลังจะกลับสู่เมือ?ม้าน้ำตาไหลอาบหน้า แล้วแลบลิ้นออกเลียพื้นฝ่าพระบาทของพระองค?ผู้ทรงเคยเป็นเจ้าของ ทั้งม้ากัณฐกะและนายฉันนะต่างน้ำตาอาบหน้า ข้ามน้ำกลับมาเมือง แต่พอลับพระเนตรของพระมหาบุรุ?ม้ากัณฐกะก็หัวใจแตกออกเป็น ?พรรษ?หรือหัวใจวายตา?ส่วนนายฉันนะก็ร้องไห้กลับเมืองกบิลพัสดุ์ตามลำพัง

 
 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 9:33 PM