วันวิสาขบูชา
 


***

“วิสาขะ” เป็นชื่อเรียกของเดือ??ส่วนคำว่?“วิสาขบูชา?ย่อมาจากคำว่?“วิสาขปุรณมีบูชา?แปลว่า “การบูชาพระในวันเพ็ญ เดือ?๖” ดังนั้?วันวิสาขบูชาจึงตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่?เดือ??(หรือ ขึ้น ๑๕ ค่?เดือ?๗ในปีอธิกมาส คือปีที่มีเดือ??สองห?

วันวิสาขบูชาเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายถือเอาความอัศจรรย์ ?ประการ ที่เกิดขึ้นกับพระพุทธเจ้?โดยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างป?แต่พ้องวันกั?คื?วันขึ้?๑๕ ค่?เดือ??ซึ่งความอัศจรรย์ทั้ง ?ประการที่เกิดในวันวิสาขบูช?หรือวันขึ้?๑๕ ค่?เดือ??ในสมัยพุทธกา?ได้แก่

? เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ พระพุทธเจ้าทรงประสูติเมื่อเช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่?เดือ??ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี โดยมีพุทธประวัติสังเขปดังนี้

เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางได้รับพระบรมราชานุญา?จากพระสวาม?ให้แปรพระราชฐานไปประทั??กรุงเทวทหะ ซึ่งเป็นพระนครที่เกิดของพระนาง เพื่อประสูติพระราชกุมารในตระกูลของพระนาง ซึ่งเป็นไปตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น แต่ในขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ?สวนลุมพินีวั?(ตั้งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวหทะ) พระนางก็ได้ประสูติพระโอร??ใต้ต้นสาละนั้น ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน ?ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี ครั้นพระกุมารประสูติได??วันก็ได้รับการถวายพระนามว่?“สิทธัตถะ” แปลว่า ผู้มีความต้องการสำเร็จ

? เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตตรสัมโพธิญาณ พระองค์ทรงตรัสรู้ในตอนเช้ามืดวันพุ?ขึ้น ๑๕ ค่?เดือ??ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี (หลังจากออกผนวชได??ปี) ?ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่?พุทธคย?เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย

พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้อริยสัจสี่ หรือความจริงอันประเสริ??ประการ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเป็นการตรัสรู้อันยอดเยี่ยม ไม่มีผู้เสมอเหมือน ดังนั้?วันตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าจึงจัดเป็นวันสำคัญ เพราะเป็นวันที่บังเกิดพระพุทธเจ้าพระนามว่า “โคตมะ?อุบัติขึ้นในโล?โดยมีพุทธประวัติสังเขปดังนี้

พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญเพีย?ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ?ทรงเริ่มบำเพ็ญสมาธิให้เกิดในพระทัย เรียกว่าการเข้?“ฌาน?เพื่อให้บรรล?“ญาณ?จนเวลาผ่านไปจนถึ?...

ยามต้น : ทรงบรรลุ “ปุพเพนิวาสานุติญาณ” คือทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่?

ยามสอง : ทรงบรรลุ “จุตูปปาตญาณ?คือการรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลาย

ยามสาม : ทรงบรรลุ “อาสวักขญาณ” คื?รู้วิธีกำจัดกิเลสด้ว?อริยสั??(ทุกข?สมุทัย นิโร?มรรค) ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้?ในคืนวันเพ็ญเดือ??ซึ่งขณะนั้นพระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษ?

? วันที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพา?(ดับสังขารไม่เวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป) ทรงดับขันธ์ปรินิพพานเมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่?เดือ??ปีมะเส็ง ก่อนพุทธศักราช ?ปี

การปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ถือเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกเพราะพุทธศาสนิกชนได้สูญเสียดวงประทีปของโล?ซึ่งนับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ และครั้งสำคัญของพระพุทธศาสนา โดยมีพุทธประวัติสังเขปดังนี้

เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมมาเป็นเวล?๔๕ ปี ซึ่งมีพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษ?ได้ประทับจำพรรษา ?เวฬุคา?ใกล้เมืองเวสาล?แคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนั?ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือ??พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ก็ไปรับภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะตามคำกราบทูลนิมนต?พระองค์เสวยสูกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวาย ก็เกิดอาพาธล?แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินารา เพื่อเสด็จ ดับขันธุ์ปรินิพพาน ในราตรีนั้นได้มีนักบวชนอกพระพุทธศาสนาผู้หนึ่งชื่?สุภัททะขอเข้าเฝ้?และพระพุทธเจ้าได้ประทานบวชให?โดยให้พระอานนท์เป็นอุปัชฌาย์ จึงนับเป็นพระสาวกองค์สุดท้ายที่พระพุทธเจ้าประทานบวชให้

เมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อม มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของต?และประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิ??หลังจากนั้?ก็เสด็จดับขันธุ์ปรินิพพา?ใต้ต้นสาละ ?สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย?เมืองกุสินาร?แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมืองกุสีนคร? แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดี?สิริรวมพระชนมายุได?๘๐ พรรษ?

ธรรมเนียมปฏิบัติในวันวิสาขบูชา

การประกอบพิธีวิสาขบูชาในเมืองไทยเริ่มทำมาแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งสันนิษฐานว่า น่าจะได้รับแบบอย่างมาจากลังก?กล่าวคือ เมื่อประมา??? ๔๒?พระเจ้าภาติกรา?กษัตริย์แห่งลังก?ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาอย่างมโหฬา?เพื่อถวายเป็นพุทธบูช?ดังนั้นกษัตริย์ลังกาในสมัยต่??มา ก็ทรงดำเนินรอยตา?

ในสมัยสุโขทั?ประเทศไทยกับประเทศลังกามีความสัมพันธ์กันทางด้านพระพุทธศาสนาอย่างใกล้ชิ?เพราะพระสงฆ์ชาวลังกาได้เดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสน?และเชื่อว่าได้นำการประกอบพิธีวิสาขบูชาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย

ในหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ?(ตำรับนางนพมา? ได้กล่าวถึงบรรยากาศการประกอบพิธีวิสาขบูช?สมัยสุโขทัยไว้ สรุปใจความได้ว่า

“เมื่อถึงวันวิสาขบูช?พระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพารทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทั?ทั่วทุกหมู่บ้านทุกตำบลต่างช่วยกันทำความสะอาด ประดับตกแต่งพระนครสุโขทัยเป็นการพิเศษด้วยดอกไม้ของหอ?จุดประทีปโคมไฟแลดูสว่างไสวไปทั่วทั้งพระนคร เป็นการบูชาพระรัตนตรัยเป็นเวลา ?วั??คื?พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ?ก็ทรงศีลและทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ?ครั้นตกเวลาตอนเย็นก็เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์ ตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้?ฝ่ายใน เสด็จไปยังพระอารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธาน ส่วนชาวสุโขทัยต่างชวนกันรักษาศีล ฟังพระเทศน?ถวายสลากภั?ถวายสังฆทา?ถวายอาหารแด่พระภิกษุสามเณร บริจาคทรัพย์ แจกเป็นทานแก่คนยากจน คนกำพร้า คนอนาถ?คนแก่และคนพิกา?บางพวกก็ชักชวนกันสละทรัพย์ซื้อสัตว??เท้า ?เท้า และเต่?ปล?เพื่อไถ่ชีวิตสัตว์ให้เป็นอิสระโดยเชื่อว่าจะทำให้ตนมีอายุยืนยาวต่อไป”

ในสมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้?ไม่ปรากฎหลักฐานว่าได้มีการประกอบพิธีวิสาขบูช?จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลั?(รัชกาลที?? แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงปรากฎหลักฐานในพระราชพงศาวดารว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลั?มีพระราช-ประสงค์จะให้ฟื้นฟูการประกอบพระราชพิธีวันวิสาขบูชาขึ้นใหม่ให้ปรากฎในแผ่นดินไทยต่อไป โดยทรงออกประกาศเป็?“พระราชกำหนดพิธีวิสาขบูชา” กอปรกับมีพระประสงค์จะให้ประชาชนประกอบการบุญการกุศลเป็นหนทางเจริญอายุและอยู่เย็นเป็นสุขปราศจากทุกข์โศ?โรคภัย และอุปัทอันตรายต่า??โดยทั่วกัน ฉะนั้นการประกอบพิธีในวันวิสาขบูชาในประเทศไทย จึงได้รื้อฟื้นให้มีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยจัดเป็นพิธียิ่งใหญ่ติดต่อกั??วั?คื?วันขึ้?๑๔-๑๕ ค่?และวันแร??ค่?เดือ??และได้ถือปฏิบัติมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน

เมื่อวันวิสาขบูชาเวียนมาถึงในรอบปี คื?เวียนมาบรรจบในวันเพ็ญเดือน ?ประมาณเดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายนของไทย พุทธศาสนิกชนไม่ว่าจะเป็นบรรพชิ?(พระสงฆ?สามเณร) หรือ ฆราวาส (ประชาช? จะร่วมกันประกอบพิธีทางศาสนาเป็นการพิเศ?โดยทำการสักการบูชาเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณ?พระปัญญาคุ?และพระวิสุทธิคุณ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้?พุทธศาสนิกชนทั่วไป จึงเรียกวันวิสาขบูชาว่?“วันพระพุท?(เจ้า)?

สำหรับการปฏิบัติตนสำหรับพุทธศาสนิกชนในวันวิสาขบูชา ได้แก่

เวลาเช้า : พุทธศาสนิกชนควรไปทำบุญตักบาตรที่วั?และฟังพระธรรมเทศนา

เวลากลางวั?: ร่วมกันบำเพ็ญสาธาณประโยชน์ เช่น พัฒนาวัดหรือศาสนสถาน บริจาคทรัพย์ ปล่อยน?ปล่อยปลา เป็นต้?

เวลาค่?: นำดอกไม้ธูปเทียนไปที่วัด เพื่อร่วมประกอบพิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบส?เสร็จแล้วจึงเข้าไปฟังธรรมในพระอุโบสถ โดยมีขั้นตอนดังนี้

? ให้ยืนหันหน้าตรงต่อพระพุทธรู?ส่วนพระสงฆ์อยู่ด้านหน้?และฆราวาสยืนต่อท้ายอยู่ด้านหลั?พร้อมกันนี้ให้ประนมมือถือดอกไม?

? จากนั้นพระสงฆ์ซึ่งเป็นประธานในพิธีจะกล่าวนำคำบูชาเป็นภาษาบาล?เริ่มด้วยการสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย ดังนี้
- บทสรรเสริญพระพุทธคุณ (อิติปิโสภควา อรหังสัมมา...พุทโธภควาต?
- บทสรรเสริญพระธรรมคุณ (สวากขาโต ภควตาธัมโม...วิญญูหิต?
- บทสรรเสริญพระสังฆคุณ (สุปฏิปันโน ภควโตสาวกสังโฆ...โลกัสสาต?
แล้วจุดธูปเทีย?แล้วเริ่มเดินเวียนเทีย?โดยเดินเวียนขวารอบพระอุโบส??รอ?โดยรอบแรกจะสวดบทสรรเสริญพระพุทธคุณ (ให้น้อมจิตระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้? รอบที่สองสวดบทสรรเสริญพระธรรมคุณ (ให้น้อมจิตระลึกถึงคุณของพระธรร? และรอบที่สามรอบแรกสวดบทสรรเสริญพระสังฆคุ?(ให้น้อมจิตระลึกถึงคุณของพระสงฆ?

? เมื่อเวียนเทียนครบ ?รอบแล้?ให้นำดอกไม้ธูปเทียนดังกล่าวไปปักไว้ในกระถางที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้

? จากนั้นจึงเข้าไปในพระอุโบส?เพื่อทำวัตรสวดมนต์ และฟังพระธรรมเทศนา ซึ่งปกติจะมีเทศน์ปฐมสมโพธิ ซึ่งเป็นเรื่องพระพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู?และปรินิพพาน

ปัจจุบัน วันวิสาขบูชามิได้เป็นเพียงวันสำคัญของศาสนิกชนผู้นับถือพระพุทธศาสนาเท่านั้น หากแต่วันวิสาขบูชายังได้รับการยอมรับจากองค์การ สหประชาชาติให้เป็นวันสำคัญสากลของโลก โดยสหประชาชาติได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโล?ซึ่งตรงกับวันเพ็ญกลางเดือนหก และเป็นการกำหนดตามแบบพระพุทธศาสนาเถรวา?โดยสหประชาชาติใช้คำว่า “วันเพ็ญกลางเดือนพฤษภาคม?

การที่สหประชาชาติกำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโล?เพราะพระพุทธศาสนาเป็นบ่อเกิดแห่งอารยธรรมของโลก ซึ่งทางสหประชาชาติเรียกว่า Spirituality หมายความว่าได้หล่อหลอมจิตวิญญาณของมวลมนุษยชาติตามแนวทางแห่งสันติภา?ตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาเป็นเวลากว่า ?๐๐?ปี

ในคำประกาศของที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาต?ครั้งที่ ๕๔ เมื่อวันที?๑๓ ธันวาค?๒๕๔๒ มีการระบุว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดศาสนาหนึ่งของโล?ที่ได้หล่อหลอมจิตวิญญา?ของมนุษยชาติมานา?ควรที่จะยกย่องกันทั่วโลก จึงประกาศให้วันวิสาขบูชาคือวันเพ็ญเดือนพฤษภาคม เป็นวันสำคัญสากลนานาชาติ (International Day) เมื่อถึงวันดังกล่าวให้สำนักงานใหญ่สหประชาชาต?สำนักงานย่อยทั่วโล?รวมถึงสำนักงานในประเทศไท?ต้องจัดพิธีวันวิสาขบูชาให้สำหรับพุทธศาสนิกชนที่ทำงานอยู่ในสำนักงานของสหประชาชาติ

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Monday 2 October, 2006 7:45 PM