กิจกรรมของปรัชญา
 
 

คำว่?"ปรัชญา" แปลมาจากภาษาอังกฤษว่?"Philosophy" ซึ่งมาจากศัพท์ภาษากรีก philein (รั? แล?sophia (ความรู? หากเราศึกษาปรัชญากรีกในศตวรรษที่ ??B.C. จะเห็นว่?"ความรัีกความรู? (philosophy) หมายถึงการแสวงหา "ความรู? และความพยายามที่จะดำเนินชีวิตที่ดี ความรู้ที่นักปรัชญ?(ผู้รักความรู? แสวงหา คื?ความรู้เกี่ยวกับโลกภายนอกและความรู้เกี่ยวกับความดี เนื่องจากความรู้เกี่ยวกับโลกภายนอกเป็นส่วนหนึ่งของวิชาวิทยาศาสตร?ดังนั้?นักปรัชญากรีกรุ่นแรกซึ่งพยายามอธิบายธรรมชาติจึงเป็นนักวิทยาศาสตร?นอกจากนักปรัชญากรีกจะชอบแสวงหาความรู้เกี่ยวกับโลกและชีวิตที่ดีแล้ว ยังเป็นความชอบคิดพิจารณาดูสิ่งที่ตัวเองกำลังกระทำอยู?และตรวจสอบดูพื้นฐานของความรู้ด้วยจิตใจวิพากษ์วิจารณ์ ยกตัวอย่างเช่น โสเครติส (๔๖?๓๙?B.C.) ไม่สนใจแต่เพียงการค้นหาว่าชีวิตทีู่สูงส่งควรเป็นชีิวิตแบบไหน แต่ยังสนใจตรวจสอบดูเหตุผลที่ทำให้เราเชื่อว่าชีวิตประเภทหนึ่งดีกว่าอีกประเภทหนึ่ง ในทำนองเดียวกั?เพลโ?(๔๒?๓๔? ไม่เพียงแต่เขียนเกี่ยวกับรัฐในอุดมคต?(Republic) ที่มีความยุติธรรมจริ??เท่านั้น แต่ยังพยายามค้นหาความหมายของ "ความยุติธรรม" และวิธีการที่จะกำหนดความยุติธรรมในสังค?อริสโตเติล (๓๘?๓๒?B.C.) นอกจากเขียนหนังสือเกี่ยวกับฟิสิกส์ ชีววิทยา และจิตวิทยาแล้?ยังตรวจสอบพิจารณาดูวิธีการต่าง ?ในการแสวงหาความรู้เกี่ยวกับโลกภายนอกด้วย ดังจะเห็นได้จากนังสือตรรกวิทยา และทฤษฎีความรู้ของเข?

ก่อนสมัยกาลิเลโอ (๑๕๖๔-๑๖๔๒) นักปรัชญาธรรมชาติที่ค้นหาเกี่ยวกับความเป็นไปของธรรมชาต?ตกลงกันไม่ได?ในเรื่องเนื้อหาและวิธีการทางฟิสิกส?กาลิเลโอเป็นคนแรกที่แยกฟิสิกส์ออกจากปรัชญามาเป็นวิทยาศาสตร?โดยกำหนดเนื้อหาและวิธีการของฟิสิกส?กล่าวคือ กำหนดว่าเนื้อหาของฟิสิกส์คือสิ่งที่สังเกตเห็?และที่นำมาแทนด้วยสูตรทางคณิตศาสตร์ได?วิธีการของฟิสิกส์คือการสังเกตและการวัด ตั้งแต่นั้นมานักปรัชญาและนักฟิสิกส์ต่างก็แบ่งหน้าที่กั?ในกรณีของวิชาวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ?ก็เช่นเดียวกับวิชาฟิสิกส?คือแยกออกมาจากปรัชญาเป็นวิชาต่างหา?

ถ้าหากนักปรัชญาไม่ทำสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กำลังกระทำอยู่เวลานี้ นักปรัชญามีหน้าที่อะไร? ในปัจจุบันมีกิจกรร??ประเภท ที่เราถือกันว่าเป็นงานของนักปรัชญา คื?

? การพยายามตอบปัญหาต่า??ที่ยังหาคำตอบที่แน่นอนไม่ได้ เช่น

(i) ปัญหาทางเมตาฟิสิกส?เป็นปัญหาเกี่ยวกับสิ่งที่เราหยั่งทราบไม่ได้ด้วยอายตนะที่มีอยู่ เช่น จักรวาลที่เราอยู่ม?"ความมุ่งหมาย" ซ่อนเร้นอยู่ ขบวนการเปลี่ยนแปลงในจักรวาลเป็นไปเพื่อบรรล?"ความมุ่งหมาย" นั้น หรือ จักรวาลมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกล เปลี่ยนแปลงไปโดยไม่มีเป้าหมายอะไ? อะไรคือสัจจธรร?(ultimate reality) ของจักรวาล? วัตถุต่า??ที่เรามองเห็นเป็นสิ่งที่จิตเราสร้างขึ้?หรือว่ามีตัวตนอยู่จริง? จิตและร่างกายมีความสัมพันธ์กันแบบไหน? ปรัชญาที่พยายามตอบปัญหาต่า??เหล่านี้ร่างกายเรียกว่?เมตาฟิสิกส?(? เมตาฟิสิกส?: Metaphysics ไม่ควรแปลว่า "อภิปรัชญ? เพราะอภิปรัชญา หมายถึ?วิชาที่เหนือปรัชญา แต่ในวงวิชาการตะวันต?เมตาฟิสิกส์เป็นปรัชญาสาขาหนึ่ง)

(ii) ปัญหาทางศาสน?เช่น พระเจ้ามีจริงหรือไม่? หากมีจริงเรามีทางพิสูจน์ได้อย่างไร และอะไรคือธรรมชาติของพระเจ้า? ปรัชญาที่พูดเกี่ยวกับปัญหาเช่นนี?คื?ปรัชญาศาสน?(philosophy of religion)

(iii) ปัญหาเกี่ยวกับจริยธรรม เช่น ความดีคืออะไ? ทำไมเราควรจะทำความดีด้วย? เรามีมาตรฐานอะไรที่ใช้ตัดสินว่าการกระทำอย่างฟนึ่?"ดี" หรือ "ถู?? อะไรคือหน้าที่สำคัญที่สุดของมนุษย์? มนุษย์มีเสรีภาพและความรับผิดในการกระทำหรือไม? ปัญหาต่า??เหล่านี้มีอยู่ในปรัชญาสาขาจริยศาสตร์ (Ethics)

(iv) ปัญหาเกี่ยวกับศิลป?เช่น ศิลปะคืออะไร? ความงามคืออะไร? เรามีมาตรฐานในการตัดสินงานศิลปะอย่างไร? ประสบการณ์ทางศิลปะมีลักษณะอย่างไ? ปรัชญาที่เกี่ยวข้องกับปัญหาต่า??เหล่านี้เรียกว่าปรัชญาศิลป?(philosophy of art) หรือสุนทรียศาสตร?(aesthetics)

(v) ปัญหาเกี่ยวกับระบบการปกครอ?เช่น เรามีมาตรฐานใช้ตัดสินกฎหมายของบ้านเมืองหรือไม่? มนุษย์แต่ละคนมีสิทธิโดยธรรมชาติหรือไม่ หากม?ได้สิทธินั้นมาจากไหน? ความยุติธรรมคืออะไ? การปกครองระบอบประชาธิปไตยดีกว่าการปกครองระบบอื่น ?จริงหรือ? ปรัชญาที่พูดเกี่ยวกับปัญหาเช่นนี้คือปรัชญาการเมือง (Political Philosophy)

(vi) ปัญหาเกี่ยวกับความรู?เช่น ความรู้คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร? ปัญหาเหล่านี้เป็นหัวข้อของปรัชญาสาขาทฤษฎีความรู้ (epistemology)

(vii) ปัญหาเกี่ยวกับการตีความหมายของประวัติศาสตร?เช่น การเกิ?และการเสื่อมของอารยธรรมทั้งหลายม?"แบ? (pattern) หรือไม? (? ตัวอย่างขอ?"แบ? เช่นในสมุดวาดเขียนสำหรับเด็ก มักมีจุดไว้มากมายให้เด็กลากเส้นโยงจุดต่า??เหล่านั้?ผลที่เกิดขึ้นก็คือ "รู? เช่น รูปเสื?หรือรูปค?เป็นต้?จุดต่า??เหล่านั้นอยู่ห่างจากกันใ?"แบ? ที่กำหนดไว?[เช่น "แบ? ที่ทำให้เกิดรูปเสือ] เมื่อเด็กลากเส้นเชื่อมโยงจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง ในไม่ช้าก็จะเห็น "แบ? นั้นทีละน้อย เราอาจเปรียบเทียบประวัติศาสตร์ได้กับ "แบ? ที่มีซ่อนเร้นอยู่ในจุดต่าง ?ในสมุดวาดเขียนของเด็?จุดต่า??เทียบได้กับเหตุการณ์ต่าง ?ที่เกิดขึ้?การลากเ้ส้นโยงจุดต่า??ก็คื?การหาความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์ต่า??การมองเห็นรูปที่เกิดจากการลากเส้นโยงจุดต่า??เข้าด้วยกันเท่ากับการมองเห็น "ประวัติศาสตร? ที่ประกอบด้วยเหตุการณ์ต่าง ?ที่เกิดขึ้นในอดี?ปัญหาที่นักปรัชญาถามก็คื?เหตุการณ์ต่า??ที่เกิดขึ้นในอดีตม?"แบ? หรือไม?) หากม?"แบ? ประเภทไห?และเราสามารถจะใช้ความรู้เกี่ยวกั?"แบ? นั้น ทำนายเหตุการณ์ในอนาคตได้หรือไม? เราจะวัดความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์ได้อย่างไร? ปรัชญาสาขาที่พยายามตอบปัญหาเหล่านี?คื?ปรัชญาประวัติศาสตร?(Philosophy of History)

?กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งของปรัชญ?คื?การตรวจสอบวิเคราห์และเปรียบเทียบพื้นฐา?หรือเหตุผลของข้อความต่าง ?ในวิชาการสาขาต่า??เพื่อหาความเข้าใจและตีค่าพื้นฐานของข้อความนั้น ยกตัวอย่างเช่น การศึกษาหาความกระจ่างเกี่ยวกับพื้นฐานของวิชาวิทยาศาสตร?กฎหมาย คณิตศาสตร์ สังคมศาสตร?และภาษาศาสตร?เรียกว่า ปรัชญาวิทยาศาสตร?(ซึ่งแยกออกเป็นปรัชญาฟิสิกส?ปรัชญาชีววิทยา) นิติปรัชญา ปรัชญาคณิตศาสตร์ ปรัชญาสังคมศาสตร?และปรัชญภาษา เราอาจสรุปได้ว่าหน้าที่ประการที่สองของนักปรัชญาไม่ใช่พยายามตอบปัญห?แต่เป็นการตรวจสอบดูพื้นฐานของวิชาการต่าง ?หรือความเชื่อของเร?(รวมทั้งความเชื่อทางสามัญสำนึ?ประเพณ?และศาสนา).

***

ที่ม?: พินิ?รัตนกุ? บรรณาธิการ. (๒๕๑๕). ปรัชญา . กรุงเทพฯ.

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 3:20 PM