ความเป็นอิสระของคนที่คิดอย่างปราชญ?/div>
 
 

การคิดเช่นปราชญ์ หมายถึงการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นอิสระทางใ?ภายใต้เงื่อนไข ภาวการณ์ต่าง ?แต่อะไรเล่าคือความเป็นอิสระทางใจ

ได้มีการวาดภาพนักปราชญ์มาตั้งแต่สมัยโบราณว่าเป็นมนุษย์ซึ่งมีความอิสร?

ประการแร?/u> เพราะนักปราชญ์ไม่ต้องการสิ่งไร หลุดพ้นจากโลกแห่งวัตถุและจากการบังคับบัญชาของอารมณ์และความอยาก มีชีวิตอยู่เช่นนักพร?

ประการที่สอง เพราะนักปราชญ์ไม่มีความกลั?เพราะได้มองเห็นภาพไม่จริงที่น่าเกลียดน่ากลัว ซึ่งศาสนาต่า??วาดไว้ได้ทะลุประโปร่?

ประการที่สาม เพราะนักปราชญ์มิได้มีส่วนร่วมในกิจการของรั?และไม่ได้เล่นการเมือ?ดำรงชีวิตซ่อนเร้นอยู่ในความเงียบ ไม่มีกฎเกณฑ์ ถือตนว่าเป็นพลเมืองคนหนึ่งของโลก มิใช่ของรัฐใดรัฐหนึ่งโดยเฉพา?

อย่างไรก็ตาม ปราชญ์เหล่านี้มีความเชื่อมั่?และคิดว่าตนได้มาแล้วซึ่งความเป็นอิสระที่สมบูรณ์ที่สุ?ที่เต็มที่ที่สุด และเป็นจุดที่อยู่้นอกและเหนือสิ่งทั้งหลายที่ยังเกี่ยวข้องอยู่กับโล?เป็นจุดที่ปราศจากการกระทบกระเทือนและความไหวหวั่น

นักปราชญ์ดังที่วาดภาพมาเช่นนี้ ในด้านหนึ่งนั้นก่อให้เกิดความเคารพนับถือ แต่อีกด้านหนึ่งก่อให้เกิดความสงสัยแคลงใจจนถึงไม่ไว้ใ?ในด้านหนึ่งนั้นแสดงให้เห็นถึงความอิสระอย่างผิดปกติในความไม่มีสมบัติพัสถา?ไม่มีครอบครั?ไม่มีอาชีพ แสดงออกถึงความสุ?ซึ่งไม่ขึ้นอยู่หรือไม่ได้รับการกระเทือนจากสิ่งหรือเหตุการณ์ภายนอ?ความสุขที่เกิดขึ้นในจิตสำนึกของผู้ที่ท่องเที่ยวไ?และมีความเพิกเฉยไม่ขึ้นและลงด้วยการแปรผันของโชคชะต?อีกด้านหนึ่งอาจเป็นภาพของผู้ที่มีความคิดรู้สึกมุ่งแต่ตัวเองอย่างรุนแรง มีพลังใจที่มีประสิทธิผ?จึงอาจก่อให้เกิดความทะนง โอ?และหยิ่ง ความเย็นเยือกในด้านความเป็นค?และความน่าเกลียดที่ไม่ค่อยจะเป็นมิตรต่อปราชญ๋ด้วยกันเอ?

ความเป็นอสระจึงมีความหมายไปได้สองแง่อยุ่เสมอ เราพยามเพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นอิสร?เพื่อให้ได้มาซึ่งจุดอาร์คิเมดิสนอกโล?แต่ปัญหามีอยู่ว่?จุดอาร์คิเมดิสนอกโลกเป็นจุดที่ทำให้มนุษย์อิสระเสรีเต็มที่เปรียบประหนึ่งเป็นพระเจ้าเอ?หรือว่าเป็นจุดภายนอกที่มนุษย์เสรีพอที่จะเผชิญหน้ากับพระเจ้?และตระหนักในขณะนั้นถึงความไม่อิสระเสรีอย่างสมบูรณ์ของต?ว่าอย่างน้อยก็็ยังต้องยึดมั่นในพระเจ้า

ความเป็นอิสระที่ไม่มีข้อผูกพันและที่ไม่มีความรับผิดชอบอาจจะปรากฏในรูปของควาไม่แยแส ความไม่ใช่ธุระของตนต่อโลกและเพื่อนมนุษย์

ความเพิกเฉยต่อความตา?วันหนึ่งความตายจะต้องมาถึง ทำไมจะต้องตื่นเต้น ? ความรักนั้นเป็นไปได้ แต่ก็ขึ้นอยู่่กับเวล?ขึ้นอยู่กับความแน่นอ?และจะต้องผ่านพ้นเปลี่ยนแปลงไ?ชีวิตดำรงอยู่อย่างไม่มีอารมณ?ไม่มีประสงค์ที่จะเป็นหรือทำอะไรเป็นพิเศษ ทำไปเท่าที่ได้รับการร้องเรียนหรือเท่าที่ควรจะท?ชีวิตที่ไม่มีขอบฟ้?ไม่มีความไกล ไม่มีอดี?ไม่มีอนาคต ไม่มีอะไรหวังอีกต่อไ?ดำรงอยู่เพียงที่นี่และขณะนี้

ความเป็นอิสระที่ทำให้หลงผิดและปรากฏในลักษณะต่า??ทำำให้ความเป็นอิสระเองเป็นสิ่งที่น่าสงสัยแคลงใ?เหตุฉะนี?เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งความเป็นอิสระที่แท้จริงจึงไม่เพียงแต่จะต้องมองเห็นและเข้าใจถึงความหมายสองด้านของมันเท่านั้?แต่ยังต้องตระหนักในขอบเขตของความอิสระด้ว?เพราะอิสระที่สมบูรณ์สูงสุดนั้นหามีไม?แม้แต่ความคิดก็มิได้เกิดขึ้นในสูญญากาศ ต้องมีต้นเหตุหรือความคิดต่อเนื่อ?ชีวิตตัวเราซึ่งเป็นผู้คิดก็ต้องพึ่งพาถือกำเนิดมาจากชีวิตอื่น ไม่มีอิสรภาพหรือเสรีภาพที่อยู่โดดเดี่ย?ที่ไหนมีเสรีภาพที่นั่นย่อมีการต่อสู้กับความไม่มีเสรีภา?

ด้วยเหตุฉะนี?เราจะมีอิสรภาพที่แท้จริงได็ก็ต่อเมื่อเราพัวพันอยู่ในโล?ในขณะเดี่ยวกัน อิสรภาพมิอาจเกิดขึ้นได้เมื่อฉันละทิ้งโลกนี้ไ?เป็นอิสระอยู่ในโลกหมายถึงการมีท่ท่าที่เหมาะสมต่อโล?อยู่กับโลก และขณะเดียวกันก็ไม่อยู่กับโล?อยู่ในโล?และขณะเดียวกันก็อยู่นอกโลก ปราชญ์อินเดียเคยกล่าวไว้ในภควัทตีว่า "จงทำงา?แต่อย่าไขว่คว้าหาผลของงา? เล่าสื?ปราชญ์จีนก็กล่าวทำนองเดียวกันว่า "จงทำด้วยการไม่ทำ"

ประโยคที่กินความหมายลึกซึ้งกว้่างขวางทางปรัชญาดังกล่าวจะมีความหมายอย่างไ?แค่ไหน และเพียงไรนั้น แถลงกันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นการเพียงพอสำหรับเราที่ทราบว่ามีปราชญ์บางคนที่แสดงออกถึงความอิสระภายใ?อิสระทางจิตใ?ความอิสระจากโล?มิอาจแยกตัวหรือหลุดพ้นจากการพัวพันอยู่ในโลกหรืออยู่กับโล?

ขอบเขตจำกัดประการที่สองของอิสรภาพก็คือ โดยลำพังตัวมันเองแล้วอิสรภาพคือความว่างเปล่า เพราะอิสรภาพนั้นหมายถึงการหลุดพ้นจากความกลัว ถึงการเพิกเฉยไม่ไยดีต่อทุกข์สุ?ถึงความไม่หวั่นไหว ไม่ถูกกระทบกระเทือนด้วยความรู้สึกและความใคร่ความอยาก แต่อะไรเล่าที่มีอิสร?สิ่งที่จะมีอิสระในที่นี้ก็คือจุดของความเป็นตัวฉั?คือมนุษย?นิตเชย?(Nietzsche) เคยมีความคิดรุนแรง มนุษย์จะมีอิสรภาพต่อเมื่อไม่มีพระผู้เป็นเจ้า หรือถ้าจะใช้ภาษาของนิตเชย์ เมื่อพระผู้เป็นเจ้าถึงแก่อนิจกรร?เพราะตราบใดที่ยังมีพระผู้เป็นเจ้?มนุษย์จะไม่เติบโ?เพราะต้องคอยอ้างอิงพึ่งพาพระผู้เป็นเจ้าอยู่เนืองนิ?

ขอบเขตจำกัดประการที่สามของอิสรภา?คื?ลักษณะธรรมชาติพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ในฐานะเป็นคน เราจำต้องมีความผิดพลาด เมื่อเราตื่นขึ้นในจิตสำนึกครั้งแรก เราก็ตระหนักเสียแล้วว่าเราได้หลงผิ?เมื่อเรามีความหล?ความลื?ความคลุมเครื?ความกระจ่างชัดในจิตใ?ความผิดพลา?เช่นนี?เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะสามารถตะเกียกตะกายให้ได้มาซึ่งอิสรภาพอันสมบูรณ?เมื่อเราทำโดยไม่ "่รู้" การกระทำของเราก็ไม่อาจ "ดี" ไปได้อย่างแท้จริ?แต่เราคิดและเข้าใจว่าการกระทำนั้?"ดี" "ถูกต้อ? และมีความรู้สึกภาคภูมิ มีความมั่นคง แต่คานท์ (Kant) ได้แสดงให้เห็นว่?ในการกระทำที?"ดี" ทั้งหลายแหล่นั้น ก็ยังมีเหตุผลักดันอยู่เบื้องหลังที่แอบแฝงซ่อนเร้?และอาจไม่อยู่ในจิตสำนึ?ซึ่งคำนึงถึง "ตัวเอง" (self-interest, I'amour propre) อยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การกระทำนั้นไม่บริสุทธิ?ไม่เสร?และไม่อิสระโดยสิ้นเชิง ธรรมชาติเช่นนี้เรามนุษย์ไม่อาจขจัดเสียได?

เราไม่มีความเชื่อมั่นในปราชญ๋ที่ไม่ยอมให้มีการโต้แย้?เราไม่ต้องการความเพิกเฉย ไม่ใยด?ความไม่หวั่นไห?ความไม่ขึ้นและไม่ล?เพราะลักษณะของความเป็นมนุษย์จะต้องประส?เรียนรู้ และตระหนักด้วยตัวเองว่าอะไรเป็นอะไ?ในกิเลสและความกลัวด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าและความทุกข์ และด้วยนำตาแห่งความยินดีปรีด?ฉะนั้น ด้วยการกระตุ้นของความผูกพันอยู่กับความเคลื่อนไหวของอารมณ?และมิใช่ด้วยการขจัดอารมณ์เราจึงจะเข้าถึงตัวเราเอ?และรู้จักตัวเราเอง เราจึงจะรับทุกข์โดยไม่ตีโพยตีพาย ถึงแม้จะหมดศรัทธาก็ไม่ยอมให้มาบั่นทอนตัวเอ?ถึงแม้จะไหวหวั่นกระทบกระเทือ?ก็ไม่ยอมให้มาทำลายชีวิตโดยสิ้นเชิง ในขณะเดียวกันอิสรภาพทางใจจะเพิ่มพูนแข็งแกร่งขึ้นในตัวเรา

การคิดอย่างปราชญ?หมายถึงการฝึกฝนต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพทางใจหรืออิสรภาพภายใน แต่มิใช่การเป็นเจ้าของอิสรภาพนั้?เพราะเมื่อใดที่ไ่ด้อิสรภาพทางใจมาเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ เมื่อนั้นก็หยุดความเป็นปราชญ?และกลายเป็นผู้สำเร็จ

และนี่เป็นความแตกต่างระหว่าง ปรัชญากับศาสนา ระหว่างปราชญ์กับผู้สำเร็?

โกศล สินธวานนท์.

***

ที่ม?: โครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ : ปรัชญา (ชุมนุมบทความทางวิชาการ ถวายพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ในโอกาสที่พระชนม์ครบ ๘๐ พรรษ?บริบูรณ์)

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 3:32 PM