สตรีไทยคนแรกกับรางวัลสันติภา?ดร.อัมเบดการ์
 

ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์
อาจารย์ประจำำภาควิชามนุษยศาสตร?
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


***

เมื่อวันที?12 ธันวาค?พุทธศักราช 2548 ที่ผ่านม?มีพิธีมอ?"รางวัลสันติภาพนานาชาติ ดร.อัมเบดการ์" ประจำป???2548 (Dr.Ambedkar International Peace Award 2005) ขึ้น ?หอประชุมเมืองวิทยาศาสตร์ (Science City) กรุงโคลคาต?(Kolkata) ประเทศอินเดี?โดยรางวัลนี้จะมอบเป็นประจำทุ?5 ปีต่?1 ครั้?ให้แก่บุคคลผู้กระทำคุณงามความดีและอุทิศตนอย่างต่อเนื่องในการสร้างสันติภาพแก่โล?

เป็นที่น่ายินดีว่าผู้ที่ได้รับรางวัลในปีนี้เป็นสุภาพสตรีจากประเทศไทย ได้แก่ มหาอุบาสิก?ดร.บงกช สิทธิพ?(ตามการประกาศอย่างเป็นทางการในพิธ? โดยท่านเป็นสตรีไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลนี้ ท่ามกลางพระภิกษุจากประเทศอินเดีย บังกลาเท?และไทย จำนว?1,240 รู?และมหาชนชาวอินเดียกว่า 3,000 คน (รวมทั้งชาวต่างประเทศจำนวนหนึ่งจากมาเลเซี?สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวั?อังกฤษ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และไทย) ที่มาเป็นสักขีพยานในพิธีอย่างล้นหลาม จนล้นออกมานอกหอประชุ?

รางวัลสันติภาพนานาชาติ ดร.อัมเบดการ์ ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก?ดร.บี อาร์. อัมเบดการ์ (Dr. B. R. Ambedkar) (??2434-2499 หรือ ??1891-1956) นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนนอกวรรณะในอินเดีย) นักต่อสู้เพื่อเอกราชของอินเดีย และบุคคลแรกในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่นำพระพุทธศาสนากลับคืนสู่ประเทศอินเดีย โดยท่านเห็นว่า ถ้าอินเดียจะปฏิรูปสังค?(โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกเลิกระบบวรรณ? การนำพระพุทธศาสนากลับคืนสู่อินเดียเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่?ผลจากการต่อสู้และอุทิศตัวของท่าน ทำให้ปัจจุบันมีชาวพุทธเกิดขึ้นในอินเดียแล้วกว่?50 ล้านคน (หรือกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ของประชากรอินเดียทั้งหม? และพระพุทธศาสนาก็กำลังเติบโตในประเทศอินเดี?โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนวรรณะต่ำหรือคนนอกวรรณ?

ดร.อัมเบดการ์เกิดในตระกูลนอกวรรณะ (จัณฑาล) ได้รับการดูถูกดูแคลน เหยียดหยาม และกดขี่ ตลอดชั่วชีวิตของท่าน แต่ด้วยความอดทนและมานะอุตสาห?ท่านได้พากเพียรพยายามเรียนหนังสืออย่างดีที่สุด และด้วยความช่วยเหลือของครูวรรณะพราหมณ์คนหนึ่?ท่านจึงได้ใช้นามสกุล "อัมเบดการ์" เพื่ออำพรางความเป็นคนนอกวรรณะของท่าน ต่อมาท่านได้ทุนการศึกษาจากมหาราชาแห่งแคว้นบาโรดา ให้ไปศึกษาต่อยังประเทศสหรัฐอเมริกาและอังกฤ?จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทั้งด้านเศรษฐศาสตร์และนิติศาสตร์ หลังจากนั้นท่านได้กลับประเทศอินเดียเพื่อว่าความให้แก่คนวรรณะต่ำและคนนอกวรรณะที่ถูกกดขี?จนกระทั่งท่านกลายเป็นผู้นำของคนทั้งในและนอกวรรณะเหล่านั้?

ท่ามกลางบรรยากาศของการต่อสู้เพื่อเอกราชอินเดียจากอังกฤษนั้?กลุ่มบุคคลที่มีบทบาทสำคัญมีอยู?3 กลุ่?กลุ่มแรกคื?มหาตมะ คานธ?ซึ่งเรียกร้องเอกราชด้วยหลั?"อหิงสา" (สันติวิธ? แต่ต้องการคงระบบวรรณะไว้ โดยเห็นว่าวรรณะเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมอินเดีย กลุ่มที่สองคือ สันนิบาตมุสลิม ซึ่งต้องการเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษและแบ่งแยกดินแดนเพื่อตั้งรัฐอิสลา?และกลุ่มที่สามคื?ดร.อัมเบดการ์ ซึ่งต้องการเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษพร้อม?ไปกับการยกเลิกระบบวรรณ?และไม่ต้องการให้อินเดียแบ่งแยกออกเป็นหลายประเท?

ความคิดเห็นที่แตกต่างอีกประการหนึ่งระหว่าง มหาตมะ คานธ?แล?ดร.อัมเบดการ์ ก็คื?ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอ?มหาตมะ คานธ?ต้องการให้อินเดียไปเข้ากับฝ่ายอักษ?(เยอรมน? โดยให้เหตุผลว่?อินเดียเคยอยู่ข้างอังกฤษในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แต่เมื่อสิ้นสุดสงครามอังกฤษกลับไม่ได้ให้เอกราชแก่อินเดีย แต?ดร.อัมเบดการ์ต้องการให้อินเดียอยู่ฝ่ายสัมพันธมิตร (อังกฤษ) ต่อไ?เพราะเห็นว่าสงครามครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายเผด็จการฟาสซิสต์ (เยอรมน? และฝ่ายเสรีประชาธิปไตย (อังกฤษ) หากปล่อยให้เผด็จการฟาสซิสต์เป็นฝ่ายชนะ อินเดียจะยิ่งถูกปกครองด้วยอำนาจเผด็จการยิ่งขึ้?

ด้วยความคิดเห็นที่แตกต่างนี้ ทำให?มหาตมะ คานธ?ไปร่วมมือกับสันนิบาตมุสลิม เพื่อต่อต้าน ดร.อัมเบดการ์ ในปี ??2475 (??1932) นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้อนุญาตให้มีผู้แทนจากชนกลุ่มน้อยต่าง?ในอินเดี?รวมทั้งคริสเตียน มุสลิม ซิกข?ชาวยุโรป และคนนอกวรรณ?มหาตมะ คานธ?ได้อดอาหารประท้วงมิให้คนนอกวรรณะแยกตัวออกไปมีผู้แทนของตน ทำให?ดร.อัมเบดการ์ต้องประนีประนอมเพื่อเห็นแก่ชีวิตของมหาตม?คานธ?เมื่ออังกฤษได้คืนเอกราชแก่อินเดียแล้?สันนิบาตมุสลิมซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการแบ่งแยกดินแด?(โดยมหาตม?คานธ?เองก็มิได้คัดค้านมาตั้งแต่ต้? ก็ได้ประกาศแยกดินแดนไปตั้งเป็นประเทศใหม่ที่ชื่อว่า ปากีสถาน ท่ามกลางการโยกย้ายถิ่นอย่างสับสนโกลาหลของประชาชน มหาตมะ คานธ?เองก็เสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้?อี?5 เดือนต่อมาท่านก็ถูกลอบสังหารโดยชาวฮินดูที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่ประเทศถูกแบ่งแยกออกไป

รัฐบาลชุดแรกของอินเดียซึ่งมีเยาวหราล เนรูห์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เชิ?ดร.อัมเบดการ์เป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมคนแรก ดร.อัมเบดการ์ได้แสดงบทบาทความเป็นผู้นำโดยการร่างรัฐธรรมนูญของอินเดียที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบั?สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญคือคนทั้งในและนอกวรรณะ รวมทั้งสตรีมีสิทธิเสรีภาพเสมอกัน ทำให้อินเดียกลายเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโล?นอกจากนี?ดร.อัมเบดการ์ยังได้เป็นผู้ออกแบบธงชาติอินเดีย ซึ่งมี "ธรรมจักร" อยู่ตรงกลา?และตราสัญลักษณ์ของรัฐบาลอินเดียที่เป็น "สิงห์สี่หน้า" บนเสาหินแห่งพระเจ้าอโศกมหารา?ผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนาออกสู่ดินแดนต่างๆ ในทวีปเอเชีย

มหาอุบาสิก?ดร.บงกช สิทธิพ?ได้รับรางวัล "สตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนาแห่งโล? เนื่องในโอกาสวันสตรีสากลแห่งสหประชาชาต?ประจำป???2547 รางวัล "รัตนบงกชมหามาตาเมธธรรมาจารย์" จากมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโล?(World Buddhist University) และดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Doctor of Tripitaka) จากสภาคณะสงฆ์แห่งอินเดีย ในปีเดียวกัน และล่าสุดท่านได้รับรางวั?"สันติภาพนานาชาติ ดร.อัมเบดการ์" ประจำป???2548 ในฐานะผู้สร้างสันติภาพแก่โลก โดยการสืบสานเจตนารมณ์ของ ดร.อัมเบดการ์ในการนำพระพุทธศาสนากลับคืนสู่อินเดีย ?เมืองสาวัตถี ดินแดนที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ยาวนานที่สุดในพุทธประวัต?

ท่านและสานุศิษย์ได้บุกเบิกมาเป็นเวลากว่า 10 ปี เพื่อพลิกแผ่นดินพุทธภูมิอันรกร้างแห้งแล้?ให้กลายเป็นดินแดนอันร่มรื่นด้วยต้นไทรขนาดใหญ่ถึง 9,999 ต้?บนผืนดินกว่า 150 เอเคอร?รอบๆ ซากปรักหักพังของวัดพระเชตวันมหาวิหาร ท่านได้สร้างพระพุทธรูปปางประทานพรชื่อว่า "พระพุทธมหามงคลชั?มหาเมตตาธรรม ประทานพร เพื่อสันติภาพโลก" ขนาดหน้าตักกว้าง 9.99 เมตร สู?15 เมตร ความสูงจากฐานถึงยอดพระมหาเกศ 33 เมตร มีอาคารขนาดใหญ่สถาปัตยกรรมแบบไทยอันวิจิตรถึง 5 หลัง ภายในอาคารและพื้นปูด้วยหินอ่อนอย่างด?เพื่อเป็นสถานที่บำเพ็ญสมาธิภาวนา ปัจจุบันชาวพุทธจากทุกสารทิศหลั่งไหลมาจาริกแสวงบุญอย่างไม่ขาดสา??"แดนมหามงคลชั? เมืองสาวัตถี จนถึงปัจจุบันนับได้กว่?10 ล้านคน จากดินแดนกว่?100 ประเทศแล้ว

ด้วยการสนับสนุนจากสานุศิษย์นานาฃาต?มหาอุบาสิก?ดร.บงกช สิทธิพ?ได้ถวา?"มหาสังฆทาน" เพื่อบำรุงพระพุทธศาสนาทั้งในประเทศไท?พม่า ลา?กัมพูช?ศรีลังกา และอินเดีย โดยถวายไตรจีวรแด่ภิกษุ ภิกษุณ?สามเณร และสามเณรี (รวมทั้งบาตรและของใช้ที่จำเป็นแด่พระที่มีอาวุโส) อย่างทั่วถึง เช่น ในปี ??2546 ที่ศรีลังก?3,000 ไต?ในปี ??2548 ที่พม่?30,000 ไต?ลา?5,000 ไต?กัมพูช?5,000 ไต?และอินเดีย 3,000 ไต?เป็นต้?สำหรับประเทศไทยนั้?ท่านได้ถวายมาแล้วนับครั้งและนับจำนวนไม่ถ้ว?โดยล่าสุดท่านได้ถวายปัจจัยเพื่อทำความสะอาดแก่วัดและสำนักสงฆ์ทุกแห่งทั่วประเท?รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้า?เป็นจำนว?100,000 วั?เพื่?"สืบทอดต่อยอดพระพุทธศาสนา" และเพื่อ "กู้หน้? ภาพลักษณ์ของวัดพุทธศาสนาให้ดูร่มรื่น สะอาดต?สะอาดใ?นอกเหนือจากการมอ?"มหาทาน" เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กที่ขาดแคล?และเพื่อเป็นเครื่องยังชีพแก่คนยากจ?ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านดังกล่าว อีกนับจำนวนหลายหมื่นคน

ในพิธีมอบรางวัลสันติภาพนานาชาต?ดร.อัมเบดการ์ ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็น "มหาอุบาสิก?วิสาขา" แห่งยุคปัจจุบั?ดังข้อความตอนหนึ่งที่ว่า "สาวัตถีคือวิสาขา วิสาขาคือบงก?และบงกชคืออุบาสิกาที่ยิ่งใหญ่แห่งป่าสาวัตถ? และดังที่ศาสตราจารย์ ดร.เอ? เค. ซาร์การ์ (Prof. Dr. S. K. Sarkar) ประธานคณะกรรมการรางวัลฯได้กล่าวไว้ "การรับรางวัลของมหาอุบาสิกา ได้เพิ่มคุณค่าให้แก่รางวัลนี?

***

ที่ม?: หนังสือพิมพ์มติชนรายวั? ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ ?มกราคม ?? ๒๕๔๙ ปีที?๒๘ ฉบับที?๑๐๑๖? คอลัมน์หน้าต่างความจริ? หน้า ?

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 8:46 PM