สงครามวัฒนธรรม
 

ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์
อาจารย์ประจำำภาควิชามนุษยศาสตร?
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


***

สหรัฐอเมริกาปัจจุบันกำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า "สงครามวัฒนธรรม" (Culture Wars) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโลกทัศน์ 2 แบบที่กำลังต่อสู้กันอยู่ ความขัดแย้งระหว่างโลกทัศน์ที่แตกต่างทั้งสองนี้ กำลังส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสังคมอเมริกันทั้งมว?ลองพิจารณาดูจากเรื่องต่อไปนี?

เรื่องที่หนึ่ง แพ?โรเบิร์ตสั?(Pat Robertson) นักเทศน์ที่มีชื่อเสียงทางสื่?ซึ่งเป็นชาวคริสต์อนุรักษนิยม(Conservative Christian) และเป็นผู้นำศาสนาฝ่ายขวาสังกัดพรรครีพับลิกัน ได้กล่าวโจมตีพวกเสรีนิยม(liberals) ซึ่งเชื่อในทฤษฎีวิวัฒนาการ(Evolution Theory) และการแยกรัฐกับศาสนา ว่าเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกายิ่งกว่าผู้ก่อการร้ายในเหตุการณ?11 กันยาย?สงครามเย็น(กับอดีตสหภาพโซเวีย? และสงครามกลางเมืองเสียอี?

เรื่องที่สอง หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ ฉบับวันที่ 5 พฤษภาค?2005 และหนังสือพิมพ์ฟิลาเดลเฟียอินไควเรอร?ฉบับวันที่ 9 พฤษภาค?2005 รายงานเรื่องราวในโรงเรียนนายเรืออากาศของสหรั?มีเนื้อหาโดยย่อว่า พวกนายเรืออากาศและผู้บังคับบัญชาส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต?ครูคนหนึ่งบังคับให้นักศึกษาทั้งหมดสวดอ้อนวอนแบบคริสต?โค้ชกีฬาคนหนึ่งชูป้ายที่มีข้อความว่า "ข้าพเจ้าเป็นสมาชิกทีมเยซ?คริสต์" และหลายคนพยายามที่จะเปลี่ยนศาสนาของคนอื่?ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนู?

เรื่องที่สาม พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์บางแห่งในตอนใต้ของสหรัฐ ไม่กล้าฉายภาพยนตร์สารคดีที่เกี่ยวกับทฤษฎีวิวัฒนากา?ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์เหล่านี้เกรงกลัวการประท้วงจากชาวคริสต์หัวเก่า ทั้งสามเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ขณะนี้ชาวคริสต์ฝ่ายอนุรักษนิยมกำลังโจมตีผู้ที่มีโลกทัศน์วิทยาศาสตร์สมัยใหม?โดยต้องการปลุกกระแสให้ผู้คนหันกลับไปเชื่อใ?"โลกทัศน์แบบไบเบิ? (Biblical World View) อีกครั้งหนึ่?

คำถามที่ติดตามมาก็คือทำไมสิ่งนี้จึงเกิดขึ้?นับตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 1960 เป็นต้นม?โรงเรียนของรัฐในสหรัฐอเมริกาทุกแห่งถูกสั่งห้ามการสวดอ้อนวอ?การอ่านคัมภีร์ไบเบิล และสาระทางศาสนาของวันคริสต์มาสถูกตัดทิ้งไป นอกจากนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหลายอย่าง เช่น ในบางรัฐมีกฎหมายรองรับการทำแท้?แพทย์สามารถช่วยเหลือผู้ป่ว?ที่ทุกข์ทรมานและหมดทางรักษ? ให้ฆ่าตัวตายอย่างสงบได?และการแต่งงานของคนรักร่วมเพศ ซึ่งทั้งหมดนี้ชาวคริสต์ฝ่ายอนุรักษนิยมไม่อาจยอมรับได?

ทำไมจึงเกิดขึ้นในขณะนี?ประธานาธิบดี รองประธานาธิบด?โฆษกสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำส่วนใหญ่ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาล้วนแล้วแต่เป็นชาวคริสต์แบบสุดโต่ง(Christian Extremists) พวกชาวคริสต์แบบสุดโต่งคิดว่า ขณะนี้เป็นโอกาสหรือจังหวะเหมาะที่จะแสดงค่านิยมและความเชื่อของตนเองออกม?

ศัพท์สำคัญบางคำที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คื?"ชาวคริสต์กระแสหลัก" (Mainline Christians) ส่วนใหญ่เป็นเสรีนิยม ปกติแล้วจะเชื่อในวิทยาศาสตร์ "ชาวคริสต์อีแวนเจลิเคิล" (Evangelical Christians) เชื่อในคัมภีร์ไบเบิลและต้องการเปลี่ยนศาสนาของคนอื่?"ชาวคริสต์ฟันดาเมนทัลลิสต? (Fundamentalist Christians) เชื่อว่าคัมภีร์ไบเบิลเป็นสัจจะที่สมบูรณ์ และปฏิเสธวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ ส่วนคำว่?"นักมนุษยนิยมทางโลก" (Secular Humanists) เป็นคำที่ชาวคริสต์อีแวนเจลิเคิลชอบใช?ไม่ได้หมายถึงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ แต่รวมถึงพวกอเทวนิยม(Atheists) พวกที่ไม่แน่ใจว่าพระเจ้ามีจริงหรือไม?Agnostics) นักมนุษยนิยม(Humanists) คนทั่วไปทั้งฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย บุคคลเหล่านี้มีความเชื่อร่วมกันคือ เชื่อในการแยกรัฐและศาสนาออกจากกั?เชื่อว่าความเชื่อของใครก็เป็นเรื่องของคนนั้น เชื่อและสนับสนุนวิทยาศาสตร์อย่างแข็งขั?

ในทางภูมิศาสตร์แล้?นักมนุษยนิยมทางโลกมีอิทธิพลอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ทางเหนือของใจกลางแผ่นดินใหญ่ และฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริก?ส่วนพวกฟันดาเมนทัลลิสต์มีอิทธิพลอยู่ในส่วนที่เหลือของประเท?นอกจากนี้นักมนุษยนิยมทางโลกมีอิทธิพลในเมืองใหญ?ส่วนฟันดาเมนทัลลิสต์มีอิทธิพลในชนบทและเมืองเล็?ส่วนแถบชานเมืองใหญ่จะแบ่งกันครึ่งต่อครึ่?ในทางสถาบันแล้?นักมนุษยนิยมทางโลกจะมีอิทธิพลในมหาวิทยาลัย และสถาบันที่สอนและวิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร?ส่วนฟันดาเมนทัลลิสต์และอีแวนเจลิเคิลจะครอบงำสถาบันทหาร ส่วนสื่อมวลชนนั้นแบ่งคนละครึ่ง

ประเด็นที่ถกเถียงกันก็คื?วิวัฒนาการ อายุของโลก จุดกำเนิดของจักรวา?ต้นกำเนิดชีวิต และต้นกำเนิดของมนุษย?นักมนุษยนิยมทางโลกยอมรับทรรศนะทางวิทยาศาสตร์ในประเด็นข้างต้นทั้งหม?ส่วนฟันดาเมนทัลลิสต์เชื่อว่าคัมภีร์ไบเบิลเป็นความจริงทุกตัวอักษร โลกถูกสร้างขึ้นใ?7 วั?(หลายคนเชื่อว่าใน 7 วันแต่ละวันม?24 ชั่วโม? และทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าเมื่?6,000 ปีที่แล้?สำหรับทรรศนะที่เดินสายกลางก็มี "รังสรรค์นิยม" (Creationism) ซึ่งเชื่อว่าพระเจ้าสร้างทุกสิ่งทุกอย่า?แต่อาจจะไม่ใช่ภายในเวล?7 วั?"การออกแบบโดยสติปัญญาสูงสุด" (Intelligent Design) ซึ่งพยายามอธิบายว่?เซลล์ต่างๆ นั้นซับซ้อนเกินกว่าที่จะวิวัฒนาการเองได้ ดังนั้?พวกมันจึงถูกออกแบบมา แต่ทรรศนะนี้ไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้ออกแบบ พวกนี้หลีกเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงพระเจ้าเพื่อให้ดูเหมือนว่า "การออกแบบโดยสติปัญญาสูงสุด" นั้นเป็นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร?

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต?ฉบับวันที่ 4 พฤษภาค?2005 รายงานว่?สถาบันดิสโคเวอรี?Discovery Institute) ค้นพบนักวิทยาศาสตร?356 คนที่เชื่อใน "การออกแบบโดยสติปัญญาสูงสุด" แต่ศูนย์การศึกษาวิทยาศาสตร์แห่งชาต?National Center for Science Education) ก็ได้เปิดเผยข้อมูลเป็นการตอบโต้ด้วยอารมณ์ขันที่ว่า นักวิทยาศาสตร์ซึ่งเชื่อในทฤษฎีวิวัฒนาการลำพังที่ชื่อ "สตีฟ" (Steve) ชื่อเดียวก็มีจำนวนถึ?543 คนแล้ว (ซึ่งมากกว่านักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อใ?"การออกแบบโดยสติปัญญาสูงสุด" ทั้งหมดรวมกันเสียอีก) ในทางวิชาการแล้วทรรศนะขอ?"การออกแบบโดยสติปัญญาสูงสุด" "รังสรรค์นิยม" และการตีความคัมภีร์ไบเบิลตามตัวอักษร ไม่อาจจัดเป็นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ได?

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาในสหรัฐอเมริกาอย่างไ?ฟันดาเมนทัลลิสต์และผู้สนับสนุนพยายามโจมตีทฤษฎีวิวัฒนาการในการศึกษาวิทยาศาสตร?และผลักดันทางการเมืองให้มีการสอน "การออกแบบโดยสติปัญญาสูงสุด" ในการศึกษาวิทยาศาสตร?ขณะเดียวกันชุมชนของนักวิทยาศาสตร?ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร?และผู้สนับสนุนก็ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน จนกระทั่งปัจจุบันดูเหมือนว่าเกิดความขัดแย้งระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่าง 2 วัฒนธรรมในสหรัฐอเมริกา

วัฒนธรรมหนึ่งนั้นตั้งอยู่บนฐานความเชื่อทางศาสน?ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ปัจจุบันความสำคัญกลับลดน้อยถอยลงอย่างต่อเนื่อ?หลายคนที่อยู่ในความเชื่อนี้มองว่?การศึกษาปัจจุบันกำลังทำลายศาสนาของพวกเขา ส่วนอีกวัฒนธรรมหนึ่งตั้งอยู่บนฐานความเชื่อทางวิทยาศาสตร์และการแยกรัฐกับศาสนา หลายคนมองว่าฟันดาเมนทัลลิสต์กำลังโจมตีวิทยาศาสตร์และการแยกรัฐกับศาสน?บุคคลกลุ่มนี้กลัวว่าการโจมตีวิทยาศาสตร์จะทำลายการศึกษาและศักยภาพในอนาคตของเด็กอเมริกัน และจะทำลายสถานะทางเศรษฐกิจในอนาคตของประเทศอีกด้ว?

ความขัดแย้งมิได้จำกัดอยู่แต่เพียงการศึกษ?สหรัฐอเมริกาปัจจุบันในหลายแง่มุมกำลังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างโลกทัศน์ที่แตกต่างทั้งสองนี?สงครามวัฒนธรรมได้กลายเป็นแนวคิดที่ชาวอเมริกันจำนวนมากใช้ทำความเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศของตนเอ?และอาจจะเป็นกรอบแนวคิดที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจวัฒนธรรมอเมริกัน.

***

ที่ม?: หนังสือพิมพ์มติชนรายวั? ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ ?ตุลาคม ?? ๒๕๔๘ ปีที?๒๘ ฉบับที?๑๐๐๗? คอลัมน์หน้าต่างความจริ? หน้า ?

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 8:53 PM