พระเจ้าของซิกมุนด์ ฟรอยด์
 

ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์
อาจารย์ประจำำภาควิชามนุษยศาสตร?
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


***

ซิกมุนด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “บิดาแห่งวิชาจิตวิเคราะห์” (Psycho-analysis) ได้เสนอแนวคิดในเรื่องการกำเนิดขอ?“พระเจ้า?God) ไว้อย่างน่าสนใจยิ่?ฟรอยด์สนใจว่าเพราะเหตุใดผู้คนจำนวนไม่น้อยในโลกนี้จึงเชื่อในเรื่องพระเจ้า ทั้ง ?ที่พระเจ้าเป็นเพียงแนวคิดในเชิงนามธรรมเท่านั้น หลังจากที่เฝ้าศึกษาอยู่นานหลายปี ในที่สุดฟรอยด์ก็อธิบายได้สำเร็?และกลายเป็นทฤษฎีหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งในเรื่องของศาสนากับจิตวิเคราะห์

ฟรอยด์ซึ่งเป็นนักคิดในโลกตะวันตกมองว่า ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ธรรมชาติภายนอกเป็นภัยคุกคามของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่หนาวจั?สิงสาราสัตว์ที่ดุร้า?โรคภัยไข้เจ็บที่คร่าชีวิตมนุษย์ครั้งละเป็นจำนวนมาก น้ำท่ว?แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิ?เหล่านี้เป็นต้?มนุษย์จึงได้สร้างวัฒนธรรมขึ้นมาเพื่อปกป้องมนุษย์ให้พ้นจากภัยคุกคามของธรรมชาต?ครั้นเมื่อมนุษย์มาอยู่รวมกันเป็นสังค?และสร้างวัฒนธรรมเมืองขึ้นแล้?มนุษย์ก็ต้องเผชิญกับภัยที่เกิดขึ้นจากมนุษย์ด้วยกันเองอีก ไม่ว่าจะเป็นสงคราม การกดขี่เบียดเบียนกั?ความอิจฉาริษยา การแข่งขันชิงดีชิงเด่นกั?เป็นต้?มนุษย์จึงต้องสร้างกฎกติกาทางสังคมขึ้นม?

ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด?มนุษย์เกิดมาพร้อมกับความต้องการทางร่างกา?หรือสัญชาตญาณตามธรรมชาติ เช่น มนุษย์ต้องการอาหาร การนอนหลับ การขับถ่าย และการสืบพันธุ?เป็นต้?ซึ่งฟรอยด์เรียกว่า “อิด?(id) เมื่อมนุษย์มาอยู่รวมกันเป็นสังคม และต่างคนต่างก็ทำตามสัญชาตญาณแห่งความต้องการทางร่างกายของต?ความสับสนอลหม่านจึงเกิดขึ้?มนุษย์จึงได้สร้างกฎระเบียบหรือ “กติกา?ทางสังคมขึ้น เช่น ขนบธรรมเนียม ประเพณ?วัฒนธรรม ศีลธรร?ศาสน?และกฎหมา?เป็นต้?โดยต่างฝ่ายต่างยินยอมจำกัดความต้องการตามสัญชาติญาณของตนเองลง ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขของสังคม แต่ขณะเดียวกันก็เพื่อความสงบสุขของตนเองด้ว?ฟรอยด์เรีย?“กฎระเบียบหรือกติกาทางสังคม” นี้ว่า “ซูเปอร์อีโก้” (super-ego) ตามทรรศนะของฟรอยด์ มนุษย์แต่ละคนจะประนีประนอมระหว่า?“อิด?กั?“ซูเปอร์อีโก้” ในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน กลายเป็นบุคคลิกภาพหรือความเป็น “ตัวตน?ของค??นั้นขึ้นมา ซึ่งฟรอยด์เรียกว่า “อีโก้?(ego)

ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด?มนุษย์รับรู้โลกภายนอกโดยผ่าน “จิตสำนึก” (conscious mind) ตั้งแต่เด็กประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในจิตสำนึกของมนุษย?ในที่สุดแล้วมิได้หายไปไห?แต่กลับถูกเก็บไว้ในก้นบึ้งของจิตใจที่เรียกว่?“จิตใต้สำนึก?(subconscious mind) โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์ที่มีผลกระทบกับเราอย่างรุนแรง ไม่ว่าทางดีหรือทางร้าย จะฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกยาวนานเป็นพิเศ?

ฟรอยด์วิเคราะห์ว่า ในวัยเด็กเล็กเมื่อเราเกิดความตกใจกลัวไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม เราจะวิ่งเข้าไปกอดพ่?เรียกร้องหาพ่อ (ส่วนแม่นั้นเราจะร้องหาก็ต่อเมื่อเราต้องการความรักความอบอุ่?เช่น เวลาจะกินน?หรือจะให้กล่อมนอ?เป็นต้? เพราะพ่อคือที่พึ่งที่สูงสุดของเด็ก ในวัยเด็กเรามีความรู้สึกว่?พ่อเป็นบุคคลที่เข้มแข็งที่สุดที่สามารถปกป้องคุ้มครองภัยทุกอย่างแก่เราได้ (omnipotent) พ่อเป็นบุคคลที่รอบรู้ทุกเรื่อง ไม่ว่าเราสงสัยอะไรหรือถามอะไ?พ่อจะตอบได้ทุกอย่า?(omniscient) พ่ออยู่กับเร?(หรืออยู่ฝ่ายข้างเร? ตลอดเวลา เราสามารถเรียกหาพ่อได้ในทุกโอกาส และทุกเวลา (omnipresent) และพ่อก็จะอยู่กับเราตลอดไป แม้ว่าบางครั้งพ่ออาจจะดุเราบ้างทำโทษเราบ้า?แต่พ่อก็มีความรักความเมตตาต่อเรา เราจึงมีความรู้สึกทั้งรักทั้งเคารพทั้งยำเกรงต่อพ่อ ความรู้สึกเช่นนี้ได้ฝังอยู่ใ?“จิตใต้สำนึก?ของเด็กทารกหรือเด็กเล็?ซึ่งฟรอยด์เรียกว่า “ปมแห่งความต้องการพ่อ” (Father Complex)

ครั้นเมื่อเราเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เราก็ค้นพบ (ด้วยความเจ็บปว? ว่?ในความเป็นจริงแล้วพ่อของเราไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่เราคิดในตอนที่เราเป็นเด็กเล็ก พ่อนั้นมีข้อจำกัดอย่างมากในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่?พ่อไม่ได้มีอำนาจในทุกเรื่องอย่างที่เราคิ?พ่อมีความรู้ที่จำกัด และพ่อก็ไม่สามารถอยู่เคียงข้างกับเราได้ตลอดเวล?แม้ว่าพ่อจะยังมีความรักความเมตตาต่อเราอยู่ก็ตา?และเหนือสิ่งอื่นใดพ่อนั้นมิได้เป็นอมตะ

ในวัยผู้ใหญ่เราอยู่ในสังคมที่สลับซับซ้อน ต้องเผชิญกับปัญหาต่า??มากมาย ทั้งเรื่องของหน้าที่การงานและเรื่องส่วนตัว เราเรียกร้องหาพ่?แต่พ่อก็ไม่อาจตอบสนองต่อเราได้อี?ด้วยข้อจำกัดโดยประการทั้งปวงดังที่กล่า?และอีกไม่นานพ่อก็จะตายจากเราไป เราจะรู้สึกว้าเหว่เปล่าเปลี่ยว

ฟรอยด์วิเคราะห์ว่า เมื่อพ่อที่เป็นจริงไม่อาจเป็นที่พึ่งแก่เราได้อีก แต?“ปมแห่งความต้องการพ่อ” ยังฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ มนุษย์จึงไขว่คว้าเรียกร้องหา “พ่อที่ยิ่งใหญ่” พ่อซึ่งมีอำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง พ่อซึ่งมีความรอบรู้ในทุกเรื่อง พ่อซึ่งจะอยู่กับเราในทุกหนทุกแห่?พ่อซึ่งมีความรักความเมตตาอันยิ่งใหญ่ พ่อซึ่งเป็นอมตะและจะเป็นที่พึ่งแก่เราได้ตลอดไป มนุษย์จึงได้สร้า?“พระเจ้า?(God) ในฐานะ “พ่อที่ยิ่งใหญ่” (Father) ขึ้นมา เพื่อตอบสนองต่?“ปมแห่งความต้องการพ่อ” ในส่วนลึกของจิตใจมนุษย?ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ “พระเจ้า?จึงสะท้อนออกมาจากความสัมพันธ์ในส่วนลึกของจิตใจของลูกที่มีต่อพ่?ศาสนาจึงเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอในจิตใจของมนุษย?

***

ที่ม?: หนังสือพิมพ์มติชนรายวั? ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ?? ๒๕๔๗ ปีที?๒๗ ฉบับที?๙๔๗๒. คอลัมน์หน้าต่างความจริ? หน้า ?

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 8:57 PM