ความเหมือนและความต่างระหว่างภาษาไทยกับภาษาเนปา?/div>
 

© พระสุช?สุชโ?
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


***

ข้าพเจ้ามาอยู่ในดินแดนประเทศไทยแห่งนี้เป็นเวลาย่างเข้าสู่ปีที่ ?แล้ว ระยะเวลานี้มีทั้งเพื่อนนิสิตและญาติโยมได้มาบอกว่?อยากรู้อยากฟังลักษณะของภาษาและอักษรเนปาลเป็นจำนวนไม่น้อย เพราะฉะนั้นในวันนี้จะกล่าวถึงความเหมือนและความต่างระหว่างภาษาไทยกับภาษาเนปาลพอเป็นสังเขป เพื่อเป็นการแก้ความข้องใจและแนวทางประดับสติปัญญาของท่านในอีกด้านหนึ่งด้ว?

ภาษาเนปาลหรื?เนปาลีภาสา" เป็นภาษาทางราชการของประเทศเนปา?ประชากรส่วนใหญ่ใช้ในการสื่อสารระหว่างกันและกัน ซึ่งมีรูปร่างลักษณะเปรียบเหมือนภาษาสันสกฤตและฮินดี (=ภาษาอินเดี? เพราะใช้ตัวอักษรเทวนาครีเหมือนกั?ตัวอักษรและการเขียนแม้จะเหมือนกันและมีเพิ่มขึ้นมาบ้างเล็กน้อ?แต่ความหมายและสำนวนนั้นจะเพี้ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือทีเดีย?

ภาษาเนปาลมีพยัญชนะทั้งหม?๓๖ ตั?คื?s v u # ? r % h ? ? ^ & * ( )f t y b w g k km a e d o / n j z if ; x If q !. ส่วนภาษาไทยมีพยัญชนะ ๔๔ ตั?และสระในภาษาไทยม?๓๒ ตั?มีมากกว่าสระในภาษาเนปาลหนึ่งเท่าตั?คือภาษาเนปาลมีสร?๑๖ ตัวเท่านั้?คื?c cf O O{ p pm ? ?[ n[ n[[ P P] cf] cf} c? cM. แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าภาษาไทยกับภาษาเนปาลมีความแตกต่างกันอย่างไ?เนื่องจากภาษาไทยมีสระและพยัญชนะมากประกอบกั?ไม้เอก ไม้โ?ไม้ตรี ไม้จัตวา และไม้ไต่คู้ ทำให้ภาษาไทยมีความนุ่มนวลและพูดไพเราะเพราะพริ้งมาก ส่วนพยัญชนะและสระนั้นมีความเหมือนและต่างกันนั้นยากที่จะอธิบายให้เข้าใจว่าเหมือนตัวอักษรไหนและไม่เหมือนอักษรไหน เพื่อให้เห็นชัดตามหัวข้อที่ยกไว้เบื้องต้นนี้ ข้าพเจ้าจะขอนำเอาภาษาที่เป็นกลางคื?ภาษาบาลีมาตัดสินความเหมือนและความต่างระหว่างภาษาไทยกับภาษาเนปา?เนื่องจากว่าภาษาทั้งสองนั้นส่วนใหญ่นำมาจากภาษาบาลีและสันสกฤต

ภาษาบาลีหรือ "ปาลีภาสา" เป็นภาษาที่ใช้ในทางพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวา?การศึกษาพระพุทธศาสนาใช้ภาษาบาลีเป็นหลักเกือบทุกประเทศที่มีพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท ภาษาบาลีมีทั้งสระและพยัญชนะรวมแล้วมี ๔๑ ตั?โดยมีสระ ?ตัวและพยัญชน?๓๒ ตั?=ถ้ารวม "อํ" รวมด้วยก็ค?๓๓ ตัวมีดังนี?

พยัญชนะในภาษาบาล?อักษรไทย และเนปาล ๓๒ ตั?

??????????
s v u # ? r % h ? ?

??????????
^ & * ( )f t y b w g

????????????อํ
k km a e d o / n j ; x n c?

สร?ในภาษาบาลี อักษรไทยและเนปาล ?ตั?

?อา อิ อี อุ อู เอ โอ
c cf O O{ p pm P cf]

ตัวอักษรที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นภาษาบาลีอักษรไทยและเนปาล พยัญชนะและสระที่ใช้ในภาษาบาลีเหมือนกันทั้งสองภาษ?นอกจากนี้ยังมีตัวอักษรที่เหมือนกัน แต่เป็นตัวอักษรที่ไม่มีในภาษาบาลีมีด้วยกัน ?ตัวคือ if = ?, z= ?, q = ตฺ? If = เกษร, != ชญ?ส่วนตัวอักษร ตร เกษร และชญานั้นทางภาษาไทยไม่มีตัวอักษรให้ใช้แต่มีการใช้อยู่ในภาษาเป็นจำนวนมาก เช่น เกษต?กษัตรีย์ ศาสตร์ เป็นต้?

ส่วนสระก็ม??=?, ฤา =?[, ?=n,[ ฦา =n[, ไอ,ใอ =P], เอ?=cf} และอ? cM (หมายเหตุ ฤา ?ฦา สระเหล่านี้ไม่เคยได้ใช้กันแลัว)

ด้วยเหตุที่ภาษาเนปาลและภาษาไทยนั้นมีที่มาแหลงเดียวเป็นส่วนใหญ่ทำให้ศัพท์ส่วนหนึ่งเหมือนกันทั้งสองภาษ?และการออกเสียงนั้นในภาษาไทยได้ดัดแปลงให้ออกเสียงเพราะและง่าย เช่น ธรรม ศาสตร์

นอกจากที่กล่าวมาตัวอักษรอีกหลายตัวที่มีในภาษาไทย ซึ่งเป็นตัวอักษรที่แตกต่างจากภาษาเนปาลและออกเสียงก็ยากสำหรับคนเนปาลด้ว?เพราะภาษาไทยเป็นภาษาที่ใช้เสียงเป็นหลั?หรือ "เล่นเสีย? จึงเมื่อฝังแล้วไพเราะน่าฟังมาก สำหรับข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่ทั้งยากและทั้งง่ายคือ "ง่ายตรงที่พู?ยากตรงที่เขียน" อีกอย่างหนึ่?" พูดได้แต่เขียนไม่ได้ เขียนได้แต่อ่านไม่ออ? อย่างนี้เป็นตั?ส่วนภาษาเนปาลนั้นคิดว่าพูดได้ก็เขียนได้ด้วยอย่างแน่นอน ถ้าท่านได้ฝึกเขียนเล็กน้อย

ต่อไปจะกล่าวถึงประโย?การแต่งประโยคนั้นแปลกไปจากภาษาไทยอย่างกลับหน้ากลับหลัง เพราะภาษาเนปาลใช้กิริยาเป็นที่สุดของประโยคเป็นส่วนใหญ่ เช่น d :s?n hfG%?. แปลว่า "ผมไปโรงเรียน" หากแปลอย่างเนปาลจะเป็น ผมโรงเรียนไป การแต่งประโยคเช่นนี้ มีความหมายที่คนละความหมายกันกับภาษาไทยเล?แทนที่จะเป็นตัวประธา?"ผม" ไปนั้นกล้ายเป็?"โรงเรียน" เป็นผู้ไ?ทั้ง?ที่โรงเรียนเป็นตัว Object ของประโยคอยู?เพราะภาษาไทยกิริยามาคู่กับประธานหรือ Subject เช่น "ผมไปโรงเรียน" ซึ่งเป็นการแต่งประโยคที่ผิดหลักแต่ไม่เปลี่ยนความหมายในภาษาเนปา?หมายถึงตัวประธานนั่นแหละเป็นผู้ไปอยู่ด?ไม่เหมือนกับภาษาไทยที่ความหมายเพี้ยนไปยังคนละอย่างกั?แต่ถ้าคำพูดแบสั้นๆ เช่น ฉันไ?ฉันจะกินเป็นต้?จะเหมือนกันกับภาษาเนปา?คื?d lsG%?. (มะ กินช? d hfG%?. (มะจั่นชุ) เป็นต้?การใช้สรรพนามนั้นก็ไม่เหมือนกันเช่?คำศัพท์ที่ว่?"ผม" ใช้แทนกันได้หลายอย่างในภาษาไทย เช่น ฉั? ดีฉั? กระผ?กู, ข้าพเจ้า, อาตม? ข้าพระพุทธเจ้า, ข้าพระองค์ เป็นต้?แต่ภาษาเนปาลนั้นใช้คำเดียวคื?d (มะ หรือ เมาะ) เท่านั้น

การที่ใช้สรรพนามในภาษาไทยนั้นก็สามารถรู้เพศได้ว่าคำพูดนี้เป็นของชายหรือหญิ?เช่น ผม ใช้กับผู้ชาย ฉั?หรือดิฉั?ใช้กับผู้หญิ?ภาษาเนปาลนั้นใช้คำเดียวทั้งชายและหญิงคือ มะ ไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นชายหรือหญิงนอกจากฟังประโยคทั้งหม?

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็เป็นความเหมือนและความต่างในพยัญชนะ สระและการแต่งประโยคตลอดถึงเรื่องสรรพนามระหว่างภาษาไทยกับภาษาเนปาลพอเป็นสังเขปเท่านี้?/p>

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Tuesday 3 October, 2006 9:12 PM