หอภาพยนตร์ส่วนพระองค?br> (Royal Private Film Archive)
 


***

นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัต?เมื่อวันที??มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ ตราบจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า ๖๐ ปี ที่พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการเพื่อขจัดทุกข์แก่ประชาราษฎรโดยมิได้ทรงย่อท้อต่ออุปสรร?และความยากลำบา?ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านม?พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้เพียงทอดพระเนตรในทุกข์สุขของประชาชนผ่านสายพระเนตรอันยาวไกลเท่านั้?หากแต่ประเทศไท?และพสกนิกรของพระองค์ได้ถูกบันทึกไว้ในแผ่นฟิล์มส่วนพระองค์มาอย่างต่อเนื่องและยาวนานจนถึงปัจจุบั?/p>

ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์ ดำเนินการถ่ายทำโดย ฝ่ายภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค?สำนักพระราชวัง ซึ่งได้เริ่มมีการถ่ายทำภาพยนตร์ม้วนแรก และเก็บสะสมมาตั้งแต่ปี ?? ๒๔๘๙ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมแล้วมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ ?๐๐?ม้วน สำหรับฟิล์มภาพยนตร์เหล่านี้ถ่ายทำด้วยฟิล์มสี ขนาด ๑๖ มิลลิเมต?โดยแต่ละม้วนมีความยาวประมาณม้วนล?๔๐ นาที ซึ่งกล่าวได้ว่?หากนำมาฉายต่อเนื่องกัน จะกินเวลาฉายนานถึงรา??เดือ?นอกจากนี?ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งเกือบทั้งหมดเป็นฟิล์มต้นฉบับที่มิได้มีการจัดทำสำเนาไว?

ย้อนกลับไปเมื่?๕๖ ปีที่แล้?ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่พสกนิกรชาวไทยได้มีโอกาสชมภาพยนตร์ส่วนพระองค์ โดยการฉายภาพพระราชพิธีบนจอภาพยนตร์ กล่าวคือ เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับสมเด็จพระนางเจ้า?พระบรมราชินีนา?ในวันที่ ๑๘ เมษายน ?? ๒๔๙๓ ?วังสระปทุม คณะทำงานขนาดเล็กจากฝ่ายภาพยนตร์ส่วนพระองค์ (His Majesty’s Personal Film Production Department) ได้ทำการบันทึกพระราชพิธีลงบนแผ่นฟิล์มสีขนา?๑๖ มม. จากนั้?อีกหนึ่งอาทิตย์ถัดมา คื?วันที่ ?พฤษภาค??? ๒๔๙๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้น ?พระที่นั่งไพศาลทักษิ?ในพระบรมมหาราชวั?ซึ่งนับเป็นอีกวาระหนึ่งที่คณะทำงานฝ่ายภาพยนตร์ส่วนพระองค์ได้เก็บรายละเอียดของเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งลงบนม้วนฟิล์มโกดั?ต่อมาในวันที?๑๗ พฤษภาค?ปีเดียวกันนี?หรือสองอาทิตย์นับจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ชาวกรุงเทพ?ได้แห่กันไปโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุ?เพื่อชมภาพยนตร์เกี่ยวกับพระราชพิธีสำคัญทั้งสองพระราชพิธี ซึ่งตัดต่อ ลำดับภาพ และบรรยายโดยฝ่ายภาพยนตร์ส่วนพระองค?/p>

จากการศึกษาเรื่องการอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์ส่วนพระองค์ โดยหอภาพยนตร์แห่งชาต?ทำให้ทราบว่า ภาพยนตร์ส่วนพระองค์อย่างน้อยอี?๑๖ เรื่อง ได้รับการฉายในโรงภาพยนตร์ไทยในช่วงระหว่างป??? ๒๔๙๓ ถึ??? ๒๕๑๐ ซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าว ได้แก่ คลิปภาพยนตร์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงถ่ายทำด้วยพระองค์เองในขณะที่ทรงศึกษาอยู่ ?ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, การประกาศพระประสูติกาลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช?สยามมกุฎราชกุมาร, ชีวิตประจำวันส่วนพระองค์ ในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ซึ่งฉายให้เห็นภาพทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งในขณะนั้นยังทรงพระเยาว์อยู?ทรงกำลังอ่านและวาดภา?รวมทั้งกิจกรรมต่าง?ของพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่นอีกด้ว?นอกจากนี?ยังมีภาพยนตร์ที่เป็นทางการ ซึ่งถ่ายทำโดยคณะทำงานฝ่ายภาพยนตร์ส่วนพระองค์ เกี่ยวกับการเสด็จเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย รวมทั้งการเสด็จเยือนประเทศต่าง?อาทิ อินโดนีเซี?เวียดนาม พม่า อังกฤษ เยอรมน?ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่?จี?สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงทอดพระเนตรภาพยนตร์ใหม่ทุกเรื่องก่อนที่จะนำออกฉายในโรงภาพยนตร์ สำหรับการฉายในกรุงเทพฯ จะมีการประชาสัมพันธ์การเข้าฉายของภาพยนตร์ส่วนพระองค์ด้วยการให้รถปิคอัพขับไปรอบกรุงเทพฯ และกระจายข่าวทางลำโพ?นอกจากนี?ภาพยนตร์ส่วนพระองค์หลายเรื่องที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในกรุงเทพฯ จะมีจำนวนผู้เข้าชมสูงมาก ดังจะเห็นได้จากการที่ขายบัตรเข้าชมได้มากกว่าภาพยนตร์ฮอลลิวูดและภาพยนตร์ไทยเรื่องอื่น?ที่เข้าฉายในเวลาเดียวกัน ซึ่งการนำภาพยนตร์ส่วนพระองค์เรื่องใหม่ออกฉาย เป็นสิ่งที่ผู้ชมเฝ้ารอกันอย่างมา?กระนั้นก็ตาม แม้ว่าภาพยนตร์ดังกล่าวจะทำรายได้มหาศาล แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระราชทานเงินรายได้ทั้งหมดจากการฉายภาพยนตร์ให้แก่องค์การสารณกุศลทุกครั้ง ภายหลังออกจากโรงภาพยนตร์ในกรุงเทพฯ ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ได้ถูกนำออกฉายในอีกหลายจังหวั?ซึ่งการนำภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออกฉายในพื้นที่ห่างไกล ส่วนมากแล้วเป็นการฉายกลางแจ้?หรือฉายในโรงเรีย?และโรงพยาบาล โดยจะไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายใด?ซึ่งการฉายภาพยนตร์ส่วนพระองค์นี้ สามารถดึึงดูดผู้ชมได้เป็นจำนวนมากเสม?

ในช่วงปี ?? ๒๕๐๘ ถึ??? ๒๕๑๒ ซึ่งในช่วงนี้แต่ละครัวเรือนเริ่มมีโทรทัศน์ไว้ใช้เพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุนี?ฝ่ายภาพยนตร์ส่วนพระองค์จึงเริ่มนำฟิล์มภาพยนตร์ข่าวในพระราชสำนักออกฉายทางสถานีโทรทัศน?ซึ่งในขณะนั้นมีสถานีโทรทัศน์เพียงสองสถานีเท่านั้?โดยภาพยนตร์ส่วนพระองค์เรื่องสุดท้ายออกฉายในโรงภาพยนตร์ในปี ?? ๒๕๑๐ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาพงานเลี้ยงจบภาคการศึกษา ?โรงเรียนจิตรลด?ซึ่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช?สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี กำลังทรงศึกษาอยู่ในขณะนั้น รวมทั้งภาพการเสด็จประพาสอิหร่า?อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และแคนาด?ในช่วงปี ?? ๒๕๑๓ ถึ??? ๒๕๒๒ ทั้งนี?สถานีโทรทัศน์แต่ละแห่งจะได้รับอนุญาตให้ส่งคณะถ่ายทำของตนไปบันทึกภาพพระราชพิธีต่างๆ แต่ทว่าฝ่ายภาพยนตร์ส่วนพระองค์ ซึ่งมีที่ทำการในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ก็ยังคงทำการมาจนถึงทุกวันนี้

กว่า ๖๐ ปีที่ผ่านม?ฝ่ายภาพยนตร์ส่วนพระองค์มิได้เพียงแค่บันทึกภาพพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระวิริยะอุตสาหะเป็นอย่างยิ่งเท่านั้?แต่ยังได้ให้ภาพกว้างของประเทศไทยจากมุมมองอันหาใดเปรียบมิได?กล่าวคือ มุมมองของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่เคารพรักยิ่งของพสกนิกรชาวไทย ภาพของหมู่บ้านต่าง?ที่ห่างไกล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จไปเยี่ยมเยือ?ซึ่งไม่ว่าภาพเหล่านั้นจะถ่ายทำโดยองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หั?หรือคณะถ่ายทำของพระองค์ก็ตาม แต่แผ่นฟิล์มเหล่านี้ได้บันทึกรายละเอียดของภูมิทัศน์ในเชิงภูมิศาสตร?และในทางจิตใจของประเทศไทยตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัต?/p>

ด้วยเหตุที?ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์ ถือเป็นสมบัติและมรดกอันล้ำค่าของชาติ เนื่องจากเป็นภาพบันทึกอันเชื่อได้ว่าเป็นภาพยนตร์ส่วนบุคคลที่มีปริมาณมากที่สุดในโลก ตลอดจนเป็นการเก็บบันทึกในช่วงระยะเวลาที่ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก อีกทั้งภาพยนตร์เหล่านี้มิได้บันทึกแต่เรื่องราวของพระเจ้าแผ่นดินของไท?และรัชสมัยของพระองค์เท่านั้น หากแต่เป็นการบันทึกประชาชนชาวไทย บ้านเมือ?สังคมไทย พระเจ้าแผ่นดินหรือพระประมุขของนานาประเทศ และประชาชนทั่วโล?ซึ่งเป็นการบันทึกคาบเกี่ยวอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า ๖๐ ปี เป็นต้?ดังนั้?หากไม่ดำเนินการอนุรักษ?ซ่อมแซ?ดูแล และเก็บรักษาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการก็จะทำให้ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์เหล่านั้นเสื่อมสลายไปก่อนเวลาอันสมควร เช่นเดียวกับฟิล์มเก่าโดยทั่วไปซึ่งองค์ประกอบทางเคมีจะเสื่อมลงจากสภาพการจัดเก็บ การใช้งา?ความร้อน ความชื้น และการทำลายแห่งเวล?

กระนั้นก็ตาม เนื่องจากภารกิจหลักของฝ่ายภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค?สำนักพระราชวัง คื?การผลิตหรือถ่ายทำภาพยนตร?มิได้ทำหน้าที่ในด้านการอนุรักษ?หรือดูแลเก็บรักษาอย่างเป็นระบบ ในขณะที่การอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความรู?เทคโนโลย?บุคลาก?วัสดุอุปกรณ์ และงบประมาณที่เหมาะส?

ดังนั้?เพื่อให้การดำเนินการอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษ??ธันวาค?๒๕๕๐ รัฐบาลจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตร?(คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค? เป็นประธานกรรมกา?ซึ่งคณะกรรมการ?ดังกล่าวประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญเรื่องฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่?ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ และเนื่องจากฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งเหล่านี้ถือเป็นสมบัติส่วนพระองค?ดังนั้?คณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรต?เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรษา ๒๕๕๐ จึงได้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์ทั้งหมดไปดำเนินการตรวจสภาพเพื่อซ่อ?บำรุ?รักษ?และสงวนไว้ ตามวิธีการอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งที่เป็นมาตรฐานสากลเพื่อทำนุบำรุงรักษาเป็นสมบัติของชาติสืบต่อไ?ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีบรมราชานุญาตโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ดำเนินการต่อไป

ภายหลังจากได้รับพระบรมราชานุญาตแล้?ในเบื้องต้?คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาอนุมัติงบประมาณ งบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็?ประจำป?๒๕๕๐ เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้?๑๙?๕๕ ล้านบา?เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในโครงการ?

สำหรับการดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หั?มีกรอบการดำเนินงาน คื?เป็นโครงการของรัฐบาลเพื่อร่วมงานเฉลิมพระเกียรต?เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษ??ธันวาค?๒๕๕๐ โดยกำหนดงานต้องเรียบร้อยและสามารถเก็บรักษาฟิล์มภาพยนตร์ได้ภายในเดือนธันวาค?๒๕๕๐ อีกทั้งการดำเนินการต้องสมพระเกียรต?และมีความเหมาะสม นอกจากนี?หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์ต้องเป็นหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพคล่องตัว มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร อุปกรณ?เครื่องมือ เครื่องใช้ ระบบบริหารจัดการ และงบประมา?ซึ่งการดำเนินการทุกขั้นตอนต้องโปร่งใ?ตรวจสอบได้ ประหยั?และคุ้มค่า

จากการทำงานของคณะทำงานสำรวจและจัดทำโครงร่างการอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์ โดยมีรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตร?นายจาดุร อภิชาตบุตร เป็นประธานคณะทำงาน ในเบื้องต้นได้รายชื่อฟิล์มภาพยนตร์ส่วนพระองค?จำนว?๑๗ ชุ?ดังนี้
ชุดที่ ?(??๒๔๙๓) ชุดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส-พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ชุดที่ ?(??๒๔๙๓) ชุดส่วนพระองค์
ชุดที่ ?(??๒๔๙๖) ชุดส่วนพระองค์
ชุดที่ ?(??๒๔๙๗) ชุดส่วนพระองค์
ชุดที่ ?(??๒๔๙๘) ชุดเสด็จ?ทรงเยี่ยมราษฎร ภาคอีสาน
ชุดที่ ?(??๒๔๙๙) ชุดทรงผนวช
ชุดที่ ?(??๒๕๐๑) ชุดเสด็จ?ทรงเยี่ยมราษฎร ภาคเหนือ
ชุดที่ ?(??๒๕๐๒) ชุดเสด็จ?ทรงเยี่ยมราษฎร ภาคใต้
ชุดที่ ?(??๒๕๐๓) ชุดเสด็จ?อินโดนีเซี?พม่า เวียดนาม
ชุดที่ ๑๐ (??๒๕๐๓) ชุดเสด็จ?อเมริก?อังกฤษ เยอรมนีชุดที??(??๒๔๙๖) ชุดส่วนพระองค์
ชุดที่ ๑๑ (??๒๕๐๔) ชุดเสด็จ?ยุโร??ประเทศ (โปรตุเกส สวิส?เดนมาร์ค นอร์เวย์ สวีเดน อิตาลี)
ชุดที่ ๑๒ (??๒๕๐๔) ชุดเสด็จ?ยุโร??ประเทศ (เบลเยี่ย?ฝรั่งเศส ลักเซมเบอร์ก เนเธอร์แลนด์)
ชุดที่ ๑๓ (??๒๕๐๕) ชุดเสด็จ?ปากีสถาน และส่วนพระองค์
ชุดที่ ๑๔ (??๒๕๐๕) ชุดเสด็จ?มาลายา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์
ชุดที่ ๑๕ (??๒๕๐๖) ชุดเสด็จ?ญี่ปุ่?จี?(ไต้หวั?
ชุดที่ ๑๖ (??๒๕๐๗) ชุดเสด็จ?ออสเตรีย ฟิลิปปินส์ และส่วนพระองค์
ชุดที่ ๑๗ (??๒๕๑๐) ชุดเสด็จ?อเมริก?อิหร่า?แคนาดา

อาคารเก็บรักษาและอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค?หรือหอภาพยนตร์ส่วนพระองค?(Royal Private Film Archive) มีลักษณะเป็นอาคารถาว?ซึ่งมีความส่งางามสมพระเกียรต?มีความปลอดภัยสูง มีระบบต่าง?ตามมาตรฐานสากล เพื่อสำหรับใช้เก็บบำรุงรักษาฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์ ตลอดจนเพื่อรองรับฟิล์มที่รัฐบาลจะขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตมาเพื่อบำรุ?รักษ?และอนุรักษ์ไว้ให้เป็นสมบัติชาติตลอดไ?โดยหอภาพยนตร์ส่วนพระองค์นี?จะตั้งอยู่ภายในบริเวณหอภาพยนตร์แห่งชาต?ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑ?จังหวัดนครปฐ?มีพื้นที??ไร?โดยก่อสร้างเป็นอาคาร ?ชั้น บนเนื้อที่ ๓๐?ตารางเมต?มีพื้นที่ใช้สอ??๕๐?ตารางเมต?ดังนี้

ชั้นที??ประกอบด้วย ห้องเย็นเก็บรักษาฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่ง (Film Valt) ห้องพักฟิล์มเพื่อปรับสภา?ห้องควบคุมระบบ และห้องควบคุมความปลอดภัย

ชั้นที??ประกอบด้วย ห้องเตรียมฟิล์?ห้องแรกรับฟิล์มที่กำลังเสื่อมสภา?ห้องบำบัดฟิล์มที่มีอาการเสื่อม และห้องปฏิบัติการทดลองทางวิทยาศาสตร์

ชั้นที??ประกอบด้วย ห้องตรวจ-ซ่อมฟิล์มภาพยนตร?ห้องทำความสะอาดฟิล์มด้วยเครื่องจัก?ห้องเคลือบน้ำยาบนฟิล์มภาพยนตร์ ห้องเตรียมฟิล์?br>
ชั้นที??ประกอบด้วย ห้องถ่ายทอดฟิล์มภาพยนตร์เป็นข้อมูลดิติตั?ห้องผลิตสื่อดิจิตัลรูปแบบต่างๆ ห้องเตรียมงา?br>
ชั้นที??ประกอบด้วย ห้องเก็บอุปกรณ?ห้องทำงา?ห้องประชุม และต้องเตรียมงาน

สำหรับบุคคลากรที่มาปฏิบัติงานในการอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์นี?ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใ?และมีความรับผิดชอบในงานที่ทำ และมีความจงรักภักดีต่อในหลวงอย่างลึกซึ้ง ดังนั้?การคัดเลือกผู้ที่จะมาปฏฺบัติงานตึงมีความละเอียดรอบคอบในทุกด้าน เพื่อให้บุคลากรที่เหมาะสมกับงานที่ปฏิบัติอย่างแท้จริ?สำหรับบุคคลากรผู้ปฏิบัติงา?ประกอบด้วย นักวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ทางภาพถ่า?ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการทดสอ?วิเคราะห์สภาพฟิล์มภาพยนตร์ที่มีอาการเสื่อมสภาพ ค้นคว้าวิจัยเพื่อการบำบัดรักษาฟิล์?และควบคุมคุณภาพของการอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์ และนักจดหมายเหตุ สาขาภาพยนตร์ ปฏิบัติงานเป็นภัณฑารักษ์ภาพยนตร์ ประวัติศาสตร?พิพิธภัณฑ์ จดหมายเหตุ ควบคุมดูแลการจัดเก็บ และพัฒนาข้อมูลเพื่อจัดทำเครื่องมือช่วยค้?เป็นต้?และเนื่องจากการดำเนินการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ฟิล์มฯ จะต้องมีการใช้เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ ระบบงา?วิธีการทางเทคนิคโดยเฉพาะ จึงได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในการจัดส่งบุคลากรที่มีความสามารถและเชีี่ยวชาญเป็นการเฉพาะมาช่วยงาน ได้แก่ บุคคลกรของ บริษัท กันตนาวีดิโอ โปรดักชั่น จำกั?และเจ้าหน้าที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสา?(ICT)

นอกจากนี?ยังจะได้มีการจัดหาผู้เชี่ยวชาญชาวออสเตรี?คื?นางบริจิตต?เปาโลวิช เพื่อทำสัญญาจ้างให้มาปฏิบัติงานในประเทศไทย เป็นเวลา ๑๒ เดือ?โดยเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๕๐ เป็นต้นไ?เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกอบรมและถ่ายทอดวิชาการให้แก่บุคคลากรในการปฏิบัติงานอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่? ฝึกเจ้าหน้าที่ให้สามารถในการดูแล ตรวจสภาพ และซ่อมสงวนฟิล์มภาพยนตร์ที่มีอาการเสื่อมสภาพ

ในส่วนของการจัดเตรียมการขนย้ายฟิล์มและระบบงานนั้?เนื่องจากฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์เป็นสมบัติล้ำค่าของชาติ ดังนั้?การดำเนินการเกี่ยวกับฟิล์มดังกล่าวจะต้องดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบในทุกด้า?กล่าวคือ การขนย้ายฟิล์ม?จากสวนจิตรลด?ไปยังหอภาพยนตร์แห่งชาต?จำเป็นต้องมีแผนการดำเนินงานอย่างละเอียดรอบคอบในทุกขั้นตอ?เพื่อความปลอดภัยในการขนย้า?/p>

สำหรับผลที่คาดว่าจะได้รับจากการการสร้างหอภาพยนตร์ส่วนพระองค์นั้น นอกจากจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยและประวัติศาสตร์ของโลก ที่มีการอนุรักษ์ภาพยนตร์และภาพนิ่งของพระมหากษัตริย์แล้?ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์จะได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตามหลักวิชากา?อีกทั้งสถานที่แห่งนี้จะเป็นที่เก็บรักษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพื่อประกอบการศึกษ?ค้นคว้?เผยแพร่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ พระราชจริยวัตรอันงดงามและน่าชื่นชม รวมทั้งวัฒนธรร?ธรรมเนียมปฏิบัติต่าง?ในอดีตของไทย ตลอดจนสาธารณชน และประชาชนชาวไทยทั้งในและต่างประเทศสามารถศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณ?พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงบำเพ็ญประโยชน์เพื่อชาวไทยตลอดมา และเป็นส่วนผลักดันให้ประเทศไทยสามารถสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านการอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งได้ตามมาตรฐานสาก?และยั่งยืน ทั้งนี้เพราะมีแนวคิดในการจัดตั้งศูนย์อนุรักษ์มรดกโสตทัศนวัสดุแห่งอาเซียน (ASEAN Center of Audio-Visual Heritage Restoration) หอภาพยนตร์แห่งชาติ ประเทศไท?เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์อนุรักษ์ภาพยนตร์ในภูมิภาคนี้ ซึ่งศูนย์นี้จะสามารถให้บริการอนุรักษ์ภาพยนตร์แก่หอภาพยนตร์ของประเทศสมาชิกในภูมิภาคในราคาที่ต่ำว่ากท้องตลาด และให้การฝึผอบรมแก่บุคลากรของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอีกด้วย

ข้อมูลอ้างอิงจาก
-
บทความขอ?คุณก้อ?ฤทธิ์ด?ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เรื่อง .......... ฉบับประจำวันที?... ธันวาค?๒๕๔๙
- บันทึกการประชุมของคณะกรรมการดำเนินการอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่งส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

***

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Sunday 22 April, 2007 11:30 AM