พระสมาธิของพระเจ้าอยู่หั?
 

พล.?? วสิษ?เดชกุญชร


***

ด้วยพระเมตตา แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงสละความสุขส่วนพระองค?เพื่อพสกนิกรชาวไทยพระองค์ประดุจพระผู้สร้างแผ่นดิ?ทรงเป็นดั่งผู้ มอบชีวิต มอบความรุ่งเรือง มอบความเจริญงอกงามภายใ?หัวใจคนไทยทั้งชาติ ทรงเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค?เป็นแร?บันดาลใจจุดประกายพลังแผ่นดิน

หากเราได้มีโอกาสศึกษาพระบรมราโชวาท แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เราจะเข้าใจได้อย่างแจ่มชัดด้วยคำสอ?ที่พระองค์ทรงพระราชทานให?แต่ละข้อแต่ละอย่างนั้น ล้วนเกิดขึ้นจากการที่พระองค์ ทรงไตร่ตรองพิเคราะห์ถึงปัญหานั้น อย่างถ่อ?แท?แล้วว่าจะเป็นหนทางแห่งการแก้ปัญห?การดับทุกข์ได้ด้วยสมาธ?

ธรรมดาสภาวะจิตอันเป็นสมาธินั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นจากการบังคับควบคุม เกิดขึ้นจากความผ่อนคลา?หรือเกิดขึ้นจากภาวะคับขันต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้าจะทำให้ต้องเร่งรวบรวมสติให้มั่น ไม่ว่าสมาธิจะเกิดขึ้นอย่างไร สมาธิเป็นของดี เป็นของที่เกิดขึ้นได้จากกา?ฝึกฝ?เป็นของที่มีอยู่ในกา?และในจิตอันพร้อมเป็นของเข้าใจได้ เป็นของเข้าใจง่า?และใช้ได้กับคนทุกเพศทุกวัยและความเข้าใจอันแจ่มชัดที่แสดงให้เห็นว่า สมาธ?เองก็มิใช่ของที่เกิดขึ้นโดยลำพังหรือใช้โดยลำพั?แต่สมาธิที่ดีจะยังประโยชน์แก่ผู้อื่นได้มากหากผู้ใช้สมาธิรู้จักกา?ปฎิบัติอันถูกต้อ?ถูกต้องทั้งแก่ตนแลถูกต้องทั้งแก่ผู้อื่?ดังที่ได้ศึกษาจากรอยพระจริยวัต?แห่ง องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมืพลอดุลยเดช อันได้แสดงไว้ถึงเรื่องราวของ "พระสมาธิ"

ผู้ที่เคยเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในงานหรือพิธีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องประทับอยู่เป็นเวลานาน?เช่น ในพิธีพระราชทานปริญญาบัต?คงจะได้เห็นด้วยความพิศวงกันทุกคนว่?พระเจ้าอยู่หัวนั้น เมื่อทรงนั่งลงแล้ว จะประทับอยู่ในพระอิริยาบทนั้นตั้งแต่เริ่มพิธีไปจนกระทั่งบไม่ทรงเปลี่ยนพระอิริยาบทเลย

นอกจากนั้น ยังทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจอย่างกระฉับกระเฉง ต่อเนื่อ?ไม่มีพระอาการที่แสดงว่าทรงเหนื่อ?หรือทรงเบื่อเล?ผมเคยเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร พิธีนั้นยาวถึงประมาณ ?ชั่วโม?และมีบัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาเฝ้า?รับพระราชทานปริญญาบัตรเป็นจำนวนหลายพันคน ได้เห็นเหตุการณ์เช่นว่านั้?แต่ผมได้เห็นมากกว่านั้นคือ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับไปถึงพระตำหนักจิตรลดาโหฐานในตอนค่ำวันนั้?พระเจ้าอยู่หัวยังทรงออกพระกำลังบริหารพระวรกายด้วยการวิ่งในศาลาดุสิตาลัยอีก

ในการประกอบพระราชกรณียกิจอื่นๆ ก็เช่ยเดียวกัน พระเจ้าอยู่หัวทรงปฎิบัติด้วยพระอาการที่แสดงว่า เอาพระทัยจดจ่ออยู่กับพระราชกรณียกิจนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ทรงเหนื่อยหรือเบื่อหน่า?เช่น ในการทรงดนตร?( ที่ใคร ?มักจะนึกว่าเป็นการหย่อนพระราชหฤทัย) เป็นต้?ผมเคยเห็นพระเจ้าอยู่หัวประทับทรงดนตร?ตั้งแต่หัวค่ำจนสว่าง โดยทรงนั่งไม่ลุกเลยแม้แต่จะเพื่อเสด็จฯ ไปห้องสรงในขณะที่นักดนตรีอื่??ลงกราบแล้วถอยหลังลุกไปเข้าห้องน้ำกันเป็นครั้งคราวทุกคน

ในการทรงเรือใบก็เช่นเดียวกัน ทรงจดจ่ออยู่กับการบังคับเรืออย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งจบ ครั้งหนึ่งเสด็จฯ ออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นเรือใบเข้าฝั่ง ตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้า?อยู่ด้วยความฉงนว่าเสด็จฯ กลับเข้าฝั่งเพราะเรือใบพระที่นั่งแล่นไปโดนทุ่นเข้าซึ่งในกติกาการแข่ง เรือใบถือว่า ฟาวล?ทั้ง?ที่ไม่มีใครเห็?

แสดงว่าการทรงดนตรีก็ดี ทรงเรือใบก็ด?สำหรับพระเจ้าอยู่หัว เป็นงานอีกชนิดหนึ่?ที่จะต้องทำด้วยความจดจ่อและต่อเนื่องไปจนกว่าจะเสร็จเหมือนกัน

พระราชกรณียกิจอื่น?ทั้งน้อยและใหญ?ทรงปฎิบัติแบบเดียวกั?คือด้วยการเอาพระราชหฤทัย จดจ่อไม่ทรงยอมให้ขาดจังหวะจนกว่าจะเสร็?และไม่ทรงทิ้งขว้างแบบทำๆ หยุด?เพราะฉะนั้?จึงจะเห็นว่าพระราชกรณียกิจทั้งหลายนั้น สำเร็จลุล่วงไปเป็นส่วนใหญ่

ผมไปรู้เอาหลังจากที่เข้ารับราชการในตำแหน่งนายตำรวจราชสำนักประจำอยู่ได้ไม่นานว่าที่ ทรงสามารถจดจ่ออยู่กับพระราชกรณียกิจทุกชนิดได้เช่นนั้นก็เพราะพระสมาธิ

ผมไม่ทราบว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มฝึกสมาธิตั้งแต่เมื่อใด แต่สันนิษฐานว่าคงจะเริ่มในเดือนตุลาค??? ๒๔๙๙ เมื่อทรงผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) หลังจากทรงผนวชแล้ว ประทับจำพรรษาอยู่ที่พระตำหนักปั้นหย่?วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงอยู่ในสมณเพศเป็นเวล?๑๕ วั?ครั้งนั้นสมเด็จพระสังฆราชเจ้?กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ซึ่งทรงเป็นพระอุปัชณาจารย์ทรงเลือกสมเด็จพระญาณสังว?สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณาย?(เมื่อครั้งยังเป็นพระโสภณคณาภรณ? ให้เป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) ของพระเจ้าอยู่หั?เป็นที่ทราบกันดว่า แม้จะทรงมีเวลาน้อยแต่พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงศึกษาและปฎิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด และคงจะได้ทรงฝึกเจริญพระกรรมฐานในโอกาสนั้นด้วย

เมื่อผมเข้าไปเป็นนายตำรวจราชสำนักประจำในปี ?? ๒๕๑๓ นั้น ปรากฎว่าการศึกษา และปฎิบัติสมาธิหรือกรรมฐาน ในราชสำนักกำลังดำเนินอยู่แล้?พระเจ้าอยู่หัวทรงปฎิบัติเป็นประจ?และข้าราชสำนักข้าราชบริพารหลายคน ทั้งฝ่ายพลเรือ?และทหารก็กำลังเจริญรอยพระยุคลบาทอยู่ด้วยการฝึกสมาธิอย่างขมักเขม้?

ผมไม่ได้ตั้งใจจะหัดสมาธิ แม้จะเคยศึกษามาก่อ?โดยเฉพาะจากหนังสือขอ?ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกข?แต่ระหว่างการตามเสด็จฯ โดยรถไ?จากกรุงเทพมหานคร ไปอำเภอทุ่งส?จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่??? ๒๕๑๕ การเดินทางไกลกว่าที่ผมคาดคิด หนังสือเล่มเดียวที่เตรียมไปอ่านฆ่าเวลาบนรถไฟ ก็อ่านจบเล่ม เสียตั้งแต่กลางทาง ขณะนั้นผมเห็นนายทหารราชองครักษ?ประจำที่ปฎิบัติหน้าที่ถวายความ ปลอดภัยร่วมกันสองนาย ใช้เวลาว่างนั่งหลับตาทำสมาธิ ผมจึงลองทำดูบ้างโดยใช้อานาปานสติ (คือกำหนดรู้แต่เพียงว่ากำลังหายใจเข้า และหายใจออ? อันเป็นวิธีที่พระพทธเจ้าทรงใช้ และท่านอาจารย์พุทธทาสแนะนำ ปรากฎว่าจิตสงบเร็วกว่าที่ผมคาด แลเห็นนิมิตเป็นภาพสีสว??งามๆ มากมายและเป็นเวลาค่อนข้างนานด้วย ตั้งแต่นั้นมาผมก็ติดสมาธิและกลายเป็นอีกผู้หนึ่?ที่ปฎิบัติสมาธิเป็นประจำมาจนทุกวันนี?

เมื่อความทราบถึงพระกรรณว่าผมเริ่มปฎิบัติสมาธ?พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงกรุณาพระราชทานหนังสือ และแถบบันทึกเสียงคำสอนของครูบาอาจารย์ต่างๆ ลงมา และบางครั้งก็ทรงพระกรุณา พระราชทานพระราชดำรัส แนะนำด้วยพระองค์เอ?ผมจึงได้รู้ว่า พระสมาธิของพระเจ้าอยู่หัวนั้นก้าวหน้าไปแล้วเป็นอันมา?รับสั่งเล่าเองว่าแม้จะทรงใช้ อานาปานสติ เป็นอุบายในการทำสมาธ?แต่พระเจ้าอยู่หัวก็ไม่ทรงสามารถที่จะกำหนดพระอัสสาส?(ลมหายใจเข้? และพระปัสสาส?(ลมหายใจออก) ได้แต่ลำพั?ต้องทรงนับกำกั?วิธีนับของพระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงทำดังนี?หายใจเข้าครั้งที่หนึ่งนับหนึ่ง
หายใจเข้าครั้งที่สอง นับสอง
หายใจเข้าครั้งที่สาม นับสาม
หายใจเข้าครั้งที่สี่ นับสี่
หายใจเข้าครั้งที่ห้า นับห้า
หายใจออกครั้งที่หนึ่?นับหนึ่ง
หายใจออกครั้งที่สอ?นับสอง
หายใจออกครั้งที่สา?นับสาม
หายใจออกครั้งที่สี?นับสี่
หายใจออกครั้งที่ห้?นับห้า

เมื่อถึงห้าแล้?หากจิตยังไม่สง?ก็นับถอยหลังจากห้าลงมาหาหนึ่?แล้วนับจากหนึ่งขึ้นไปห?ห้าใหม?กลับไปกลับมาเช่นนั้น จนกว่าจิตจะสงบ

รับสั่งว่า ที่เห็นพระองค์ประทับอยู่นิ่ง ?นั้น พระจิตทรงอยู่กับหนึ่งเข้าหนึ่งออกตลอดเวล?

พระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาเรื่องสมาธิด้วยการรวบรวม และประมวลคำสอนของครูบาอาจารย์ทุกคน แล้วก็ทรงพระกรุณาพระราชทานประมวลคำสอนนั้นแก่ผู้ที่ทรงทราบว่ากำลังปฎิบัติสมาธิอยู?

ครั้งหนึ่ง ทรงพระกรุณาพระราชทานแถบบันทึกเสียงของสมเด็จพระญาณสังวร?ให้ผ?รับสั่งว่าเป็นบันทึกเสียงการแสดงธรรมเรื่อง ฉฉักกสูต?(คือพระสูตรว่าด้วยธรรมะ หมวด ?รว??ข้?ซึ่งอธิบายความไม่เที่ย?ความเป็นทุกข?และความไม่มีตัวมีตนของสิ่งต่าง?มีอายตนะภายนอก อายตนะภายใ?วิญญาณ ผัสส?เวทน?และตัญหา พระสูตรนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ศึกษาและปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐา? และทรงแนะนำให้ผมฟังธรรมบทนั้?

ผมรับพระราชทานแถบบันทึกเสียงม้วนนั้นมาแล้วก็เอาไปใส่เครื่องบันทึกเสียงและเปิดฟัง ฟังไปได้ไม่ทันหมดม้วนก็ปิดแล้วก็เก็บเอาไว้ไม่ได้ฟังอีก หลังจากนั้นไม่นานนัก ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบา?พระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสรับสั่งถามว่า ฟังเทปของสมเด็จฯ แล้วหรือยั?เป็นอย่างไ?

ผมไม่อาจจะกราบบังคมทูลความอันเป็นเท็จได้ ต้องกราบบังคมทูลตรงๆ ว่าฟังได้ไม่ทันจบม้วนก็ได้หยุดฟังเสียงแล้ว ตรัสถามต่อไปถึงเหตุผลที่ผมไม่ฟังให้จ?และผมก็จำเป็นต้องกรา?บังคมทูลตรงๆ ว่?สมเด็จ?ท่านเทศน์ฟังไม่สนุ?พูดขาดเป็นวรรค ?เป็นห้วง ?เนื่องจากสมเด็จฯ พิถีพิถันในการใช้ถ้อยคำและประโยคเทศน์ของท่านนั้น ถ้าเอามาพิมพ์ก็จะอ่านได้สบายกว่าฟั?

พระเจ้าอยู่หัวตรัสถามว่า ที่ฟังสมเด็จ?เทศน์ไม่รู้เรื่องนั้นก็เพราะคิดไปก่อนใช้หรือไม่ว่า สมเด็จ?ท่านจะพูดว่าอย่างนั้?อย่างนี้ ครั้นท่านพูดช้ากว่าที่คิ?หรือพูดออกมาแล้วไม่ตรงกับที่ คาดหมายจึงเบื่?เมื่อผมนิ่งไม่กราบบังคมทูลตอ?ก็ทรงแนะนำว่?ให้กลับไปฟังใหม่ คราวนี้อย่าคิดไปก่อนว่าสมเด็จฯ จะพูดว่าอย่างไ?สมเด็จ?หยุดก็ให้หยุดด้ว?ผมกลับมาทำตามพระราชกระแสรับสั่?เปิดเครื่องบันทึกเสียงฟังเทศน์ของสมเด็จฯ จากแถบบันทึกเสียงม้วนนั้นใหม่ตั้งแต่ต้?ฟังด้วยสมาธิ

สมเด็จ?หยุดตรงไหน ผมก็หยุดตรงนั้?และไม่คิ??ไปก่อนว่?สมเด็จ?จะพูดว่าอย่างไ?คราวนี้ผมฟังได้จนจบและเห็นว่าจริงดังพระราชดำรั?แถบบันทึกเสียงม้วนนั้น เป็นม้วนที่ดีที่สุดม้วนหนึ่ง

ครั้งหนึ่ง หลังจากที่นั่งสมาธิแล้?ผมได้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและกราบบังคมทูลประสบการณ์ที่ได้ขณะทำสมาธ?ผมกราบบังคมทูลว่?ขณะที่นั่งสมาธิครั้งนั้น รู้สึกว่าตัวเองลอยขึ้นจากพื้นสูงประมาณสอกหนึ่ง ทีแรกก็ยังไม่รู้สึกอะไรแต่ครั้รหัวเริ่มคล้อยลงไปข้างหน้า ทำท่าเหมือนจะตีลังกา ผมก็ตกใจและต้องเลิกทำสมาธิ

พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชวิจารณ์ว่?ถ้าหากสติยังอยู่ ยังรู้ตัวว่ากำลังเกิดอะไรขึ้?ก็ไม่ควรจะเลิก แต่ควรจะปล่อยให้เป็นไปตามสภาพนั้?

อีกครั้งหนึ่?หลังจากทำสมาธิแล้ว ผมกราบบังคมทูลว่?พอจิตสงบผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังเลื่อนต่ำลงไปในท่อขนาดใหญ่ครือตัวผ?และที่ปลายท่อข้างล่างผมแลเห็นแสงสว่างเป็นจุดเล็ก ?แสดงว่าท่อยาวมาก กลัวจะหลุดออกจากท่อไ?ผมก็เลยเลิกทำสมาธิ

รับสั่งเช่นเดียวกันว่า หากยังรู้ตัว (มีสต? อยู่ ก็ไม่ควรเลิก ถึงหากจะหลุดออกนอกท่อไปก็ไม่เป็นไร ตราบเท่าที่สติยังอยู?และรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับต?

ต่อมาภายหลังจากการศึกษาคำสอนของครูปาอาจารย์ทุกท่าน และโดยเฉพาะของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสสอนให้ "ดำรงสติให้มั่น" ในเวลาทำสมาธ?

ในส่วนที่เกี่ยวกับพระสมาธิของพระเจ้าอยู่หั?เคยตรัสเล่าให้ผมฟังว่า ครั้งหนึ่งขณะที่กำลังทรงทำสมาธิอยู?พระจิตสงบและเกิดนิมิ?ในนิมิตนั้?พระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรเห็นพระกร (แขนท่อนล่า? ลอกออกทีละชั้น ?ตั้งแต่จากพระตจะ (หนัง) ลงไปจนถึงพระอัฐิ (กระดูก)

พระเจ้าอยู่หัวทรงประยุกต์พระสมาธิในการประกอบพระราชกรณียกิจทุกอย่างทั้งน้อยและใหญ?จึงทรงสามารถเผชิญกับพระราชภาระอันหนั?ในตำแหน่งพระมหากษัตริย์ได้โดยไม่ทรงสะทกสะท้านหรือหวั่นไห?ไม่ทรงคาดการณ์ล่วงหน้าไปไก??อย่างเลื่อนลอยและเปล่าประโยชน์ ไม่ทรงอาลัยอดีตหรืออนาคต ไม่ทรงเสียเวลาหวั่นไหวไปกับความสำเร็?หรือความล้มเหลวอันเป็นเรื่องที่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ทรงจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน ทรงสนพระราชหฤทัยอยู่แต่กับพระราชกรณียกิจเฉพาะพระพักตร์เท่านั้น

ในฐานะที่เกิดมาเป็นพลเมืองของประเทศที่มีพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้เป็นพระประมุ?และในฐานะที่ทุกคนมีหน้าที่ในการทำนุบำรุงเมืองไทยนี้ให้เป็นที่ร่มเย็นของเรา และของลูกหลานของเร?จึงสมควรที่เราจะเจริญรอยประพฤติตามพระยุคลบาทด้วยการศึกษาและปฎิบัติสมาธิกันอย่างจริงจัง และนำสมาธิมาประยุกต์ในการดำเนินชีวิต เช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา

***

ที่ม?: มาจากเมล์ที่เพื่อน forward มาให้หน่ะค?/p>

 
 
© Webpage Designed by dUANGdEN nUREMRUm. Last Updated. Thursday 5 October, 2006 1:06 PM